บท
ตั้งค่า

ตอนที่5 ป้ายทองคำ

เมื่อฮองเฮาและพระสนมเดินเข้างานพร้อมรัชทายาท ชินอ๋อง เหล่าองค์ชายและองค์หญิง คุณหนูคุณชายที่อยู่ในงานต่างกล่าวทักทายทำความเคารพกันอย่างพร้อมเพรียงกัน โดยจื่อลู่และจื่อหลานเลือกที่จะยืนอยู่ท้ายกลุ่ม เพราะไม่อยากมีส่วนร่วมแต่อย่างใด พวกนางรู้ดีว่าที่ถูกเชิญมาก็เพราะมารยาท

ในนิยายนางร้ายเซียวจื่อหลานต้องรีบไปเสนอตัวยืนอยู่ข้างหน้า แต่มาในวันนี้พวกนางต้องหลบมาอยู่ยังท้ายกลุ่ม เซียวจื่อลู่ไม่มีบทบาทใดนิยายเพราะคนเขียนไม่ได้กล่าวถึง แต่นางคิดว่าไม่ว่าอย่างไรนางจะต้องช่วยเหลือพี่สาวที่เป็นนางร้ายให้รอดพ้นวิกฤตให้ได้

จื่อลู่คิดว่าถึงจะหลบมาอยู่ข้างหลัง คนเขียนก็ต้องดึงนางร้ายให้มาอยู่ในบทอยู่ดี เพราะนิยายหากขาดนางร้ายไปก็คงไม่สนุก เมื่อบทนางร้ายและบทนางเอกถูกกำหนดเอาไว้แล้วด้วยนักเขียน ให้นางร้ายทำตัวไร้สมองมีดีแค่หน้าตางดงาม ส่วนนางเอกทั้งงดงามและเฉลียวฉลาด หากเป็นเช่นนี้พวกนางคงมีทางเดียวคือเผชิญหน้าอย่างมีสติ

“ต่อไปจะเป็นการแสดงของเหล่าคุณหนู ในปีนี้ฮองเฮาและพระสนมกุ้ยเฟยมีพระประสงค์ อยากปรับเปลี่ยนการแสดงจากที่เคยมีเป็นประจำทุกปี ให้ทุกคนเสนอความคิดเห็นว่า อยากให้เหล่าคุณหนูแสดงความสามารถอะไร เพราะการร่ายรำและเล่นดนตรีดูเหมือนว่าจะทำให้ทุกคนเห็นกันจนเบื่อแล้ว ฮองเฮาและพระสนมจึงอยากให้คุณหนูเสนอความแปลกใหม่ขึ้นมา” ขันทีประจำตำหนักฮองเฮาเอ่ยขึ้นมาเสียงดังฟังชัด

“คุณหนูจางเจ้ามีความคิดเห็นเรื่องนี้อย่างไร?” ฮองเฮาหันมาถามจางอวี้หลันอย่างอ่อนโยน จางอวี้หลันยอบกายก่อนจะเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน

“ทูลฮองเฮาหม่อมฉันมีความคิดมาเสนอเพคะ โดยทั่วไปคุณหนูจะปฏิบัติตนตามขนบธรรมเนียมประเพณี หากลองให้ทำอะไรนอกกฎดูบ้างก็น่าสนใจไม่น้อยเพคะ”

ฮองเฮาได้ฟังก็ยกยิ้มอย่างพอใจ ไม่เสียแรงที่นางหมายตานางเอาไว้ งดงามและมีความสามารถที่โดดเด่น เหมาะสมกับองค์รัชทายาทเป็นอย่างยิ่ง “แล้วเจ้าคิดว่าสิ่งนั้นคืออะไร?”

“การใช้ตะเกียบคีบถั่วเขียวเพคะ” เมื่อนางกล่าวจบเสียงฮือฮาก็ดังขึ้น การคีบถั่วเขียวต้องใช้สมาธิเป็นอย่างมาก วิธีนี้ยอดเยี่ยมไปเลยขนาดบุรุษยังยากจะทำได้แล้วสตรีจะทำได้อย่างไร คุณหนูจางช่างหาวิธีมาเล่นได้น่าสนใจจริง ๆ สมแล้วที่เป็นคุณหนูผู้เพียบพร้อมและเป็นอันดับหนึ่งของแคว้น

“ช่างน่าสนใจ เอาละมีใครอยากจะเสนอให้คุณหนูท่านใดออกมาแสดงความสามารถในการคีบถั่วเขียวเสนอชื่อมาได้เลย” ฮองเฮาเอ่ยขึ้นอย่างตื่นเต้น เพราะการคีบถั่วเขียวไม่ใช่เรื่องง่าย สมาธิเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

“คุณหนูตระกูลเซียว! คุณหนูตระกูลเซียว!” เสียงร้องบอกออกมาอย่างพร้อมใจกันของทุกคนดังขึ้น ยามนี้ทุกสายตาจับจ้องมาที่เซียวจื่อหลานและเซียวจื่อลู่กันเป็นจุดเดียว

สองพี่น้องถอนใจออกมา มาแล้วสินะบททดสอบที่จะทำให้นางร้ายได้อับอายขายหน้า แม่นางเอกตัวดีเก่งและฉลาดอยู่คนเดียวจริงหรือ? พวกเรามาลองดูกันสักตั้งเป็นอย่างไร

ทหารนำโต๊ะมาตั้งตรงหน้าของทุกคน พร้อมจานถั่วเขียวและตะเกียบ แต่แล้วจู่ ๆ ฮ่องเต้กับกลุ่มขุนนางก็พากันเดินเข้ามาร่วมงาน สร้างความตกตะลึงให้กับเหล่าคุณหนูคุณชายเป็นอย่างมาก ไม่คาดคิดว่าแค่งานเลี้ยงบุปผาจะมีฮ่องเต้และเหล่าขุนนางมาร่วมด้วย

จื่อลู่และจื่อหลานมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างครุ่นคิด ทุกอย่างเหมือนถูกวางแผนเอาไว้เป็นอย่างดี เพื่อลากนางร้ายตระกูลเซียวมาตบกลางสี่แยกให้ได้อับอายต่อหน้าผู้คน

จื่อหลานและจื่อลู่กวาดตามองทุกคนอย่างกับจะจดจำเอาไว้ให้ขึ้นใจ ภายในใจของพวกนางเต็มไปด้วยความโกรธ “พี่หญิงร้ายให้สุดแล้วไปหยุดที่ชัยชนะ”จื่อหลานหันมาพยักหน้ารับ “ได้”

จื่อหลานและจื่อลู่เดินมาหยุดอยู่ตรงโต๊ะ ก่อนจะหันไปยอบกายให้ฮ่องเต้และเหล่าเชื้อพระวงศ์ จากนั้นจื่อลู่ก็เอ่ยขึ้นมา

“ทูลฮองเฮาในเมื่อคุณหนูจางเป็นคนเสนอความคิด ก็ให้คนหนูจางร่วมลงแข่งขันด้วยเป็นอย่างไรเพคะ หม่อมฉันเชื่อว่าคุณหนูจางต้องทำได้ดีมากกว่าหม่อมฉันอย่างแน่นอน”

ฮ่องเต้เว่ยเสวียนเจ๋อเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็พยักหน้าหงึกหงักอย่างเห็นด้วย เพราะเขาพอจะมองออกว่า ทุกคนเหมือนจะจงใจจะกลั่นแกล้งคุณหนูตระกูลเซียว เขาจึงเอ่ยขึ้นมาทันที “ข้าเห็นด้วยกับนาง”

เมื่อฮ่องเต้เอ่ยขึ้นเช่นนั้น จางอวี้หลันจำเป็นต้องก้าวออกมา แม้ภายในใจจะไม่พอใจมากเพียงใดก็ตาม ไม่มีใครไม่รู้ว่าเสนาบดีเซียวเป็นสหายคนสนิทของฮ่องเต้ การมาของฮ่องเต้ในวันนี้คงเพราะคุณหนูเซียวอย่างแน่นอน

เมื่อการแข่งขันเริ่มขึ้น ทหารก็นำเก้าอี้มาให้คุณหนูทั้งสามคนได้นั่ง ตรงหน้ามีจานถั่วเขียว ตะเกียบแล้วก็ถ้วยเปล่า จื่อลู่และจื่อหลานหลับตาลงเพื่อทำสมาธิ จากนั้นก็เริ่มคีบถั่วเขียวอย่างตั้งใจด้วยท่าทีนิ่งสงบ

“ฝ่าบาทคุณหนูเซียวคีบได้รวดเร็วเกินไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ” หวังกงกงรีบเอ่ยขึ้นอย่างตกใจ ฮ่องเต้ยกยิ้มก่อนจะยกถ้วยชาขึ้นมาจิบอย่างผ่อนคลาย ไม่เสียแรงที่เขาแวะมาดู

ทุกคนในงานเลี้ยงตกตะลึงตาค้าง มองจื่อหลานและจื่อลู่อย่างไม่อยากเชื่อสายตา การคีบถั่วเขียวไม่ใช่เรื่องง่าย แต่พวกนางกลับทำได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว นี่มันอัจฉริยะในการคีบถั่วเขียวชัด ๆ

ภายในงานเงียบกริบปราศจากเสียงพูดคุย เพราะต้องการให้ผู้แข่งขันได้มีสมาธิ จางอวี้หลันเหงื่อเริ่มผุดออกมาเต็มใบหน้า พอเห็นพวกนางคีบได้อย่างรวดเร็ว สมาธิของนางก็เริ่มไม่มั่นคงคีบพลาดอยู่ตลอดเวลา

ต่างกับจื่อหลานและจื่อลู่ที่ยังคงไม่ว่อกแว่ก และดูเหมือนพวกนางจะตัดขาดจากโลกภายนอกโดยสิ้นเชิง เพียงไม่นานเมล็ดถั่วเขียวก็หมดจาน จื่อหลานและจื่อลู่จึงลุกเดินออกมายืนให้ห่างจากโต๊ะออกมา

เสียงระฆังดังขึ้นเป็นการบ่งบอกว่าหมดเวลา ฮองเฮาที่คาดหวังเอาไว้อย่างมากกับจางอวี้หลันถึงกับต้องผิดหวัง นางเป็นคนเสนอการแข่งขันนี้ขึ้นมาเอง เหตุใดนางถึงทำไม่ได้กันเล่า น่าขายหน้าจริง ๆ เลยเชียว

เสียงปรบมือดังขึ้นมาอย่างกึกก้องด้วยความชื่นชมจากใจ เพราะการคีบถั่วเขียวไม่มีใครจะทำได้ง่าย ๆ ต้องใช้สมาธิสูงเลยทีเดียว

“คุณหนูเซียวทั้งสองความสามารถไม่ธรรมดาเลย มารับรางวัลจากเรา”

“...”ทุกคนตกตะลึงอีกครั้ง ไม่คาดคิดว่าฮ่องเต้จะเรียกพวกนางให้ไปรับรางวัล เพราะปกติจะเป็นแม่งานอย่างฮองเฮาและพระสนมกุ้ยเฟย ทุกคนจ้องมองถาดที่หวังกงกงถือออกมาว่าเป็นอะไร ก่อนทุกคนจะผงะตกใจจนหน้าซีดเผือด ป้ายทองคำ!! เป็นไปไม่ได้ แค่คีบถั่วเขียวได้ก็ให้รางวัลเป็นป้ายทองคำเลยหรือ ฮ่องเต้จะเล่นใหญ่เกินไปหรือไม่

จื่อลู่และจื่อหลานไม่คาดคิดว่าจะได้ป้ายทองคำ นี่หมายความว่าครอบครัวของนางก็รอดแล้วใช่หรือไม่ เพราะป้ายทองคำหมายถึงป้ายอาญาสิทธิ์สามารถละเว้นโทษได้ ขอบคุณสวรรค์ ๆ พวกนางหันมายิ้มให้กันด้วยความดีใจ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel