ตอนที่6 ไขปริศนาจากภาพวาด
“ไม่คิดว่าคุณหนูเซียวทั้งสองจะมีความสามารถเช่นนี้ ถ้าอย่างไรข้ารบกวนช่วยไขปริศนาในรูปนี้ได้หรือไม่” ท่านราชครูเจี้ยนกั๋วให้คนไปหยิบรูปในห้องทำงานออกมา ซึ่งภาพนี้เป็นภาพที่ฮ่องเต้ที่ให้เขาไปค้นหาตำตอบมานานหลายปี แต่เขายังหาคำตอบไม่ได้ เขาเลยคิดว่าลองเอามาถามพวกนางดูก็ไม่เสียหายอะไร
เมื่อฮ่องเต้เห็นภาพก็จำได้ทันทีว่า เป็นภาพที่เขาให้ท่านราชครูไปเมื่อหลายสิบปีที่แล้ว จนเขาเองก็ลืมเลือนไปเช่นกัน เมื่อเขาเห็นมันอีกครั้งจึงได้แต่คิดว่า หากมีคนค้นพบปริศนาที่ซ่อนเอาไว้คงดีไม่น้อย
“เพื่อไม่ให้เป็นการเอาเปรียบผู้ใด หากว่าใครสามารถไขปริศนาภาพวาดนี้ได้ข้าจะให้รางวัลอย่างงาม”
พอฮ่องเต้เอ่ยจบผู้คนก็ส่งเสียงฮือฮาขึ้นมาทันทีด้วยความตื่นเต้น หวังกงกงรีบนำภาพมาแขวนให้ทุกคนได้เห็นกันอย่างทั่วถึง
เหล่าขุนนางต่างลุกขึ้นมาดูอย่างให้ความสนใจ แต่พอเห็นภาพก็พากันส่ายหัวเพราะจำได้ว่า ภาพนี้พวกเขาเคยเห็นแล้วเมื่อสิบปีก่อนแต่ไม่สามารถไขปริศนาได้
เหล่าคุณหนูคุณชายต่างเดินมาดูภาพใกล้ ๆ ก็ไม่เห็นว่าจะมีปริศนาอะไรซ่อนอยู่เลย ดูเหมือนจะเป็นภาพน้ำตกสามสายไหลมาบรรจบกันเป็นแม่น้ำสายใหญ่ ต้นไม้ทุ่งหญ้าเขียวขจีดูแล้วก็งดงามดี แต่แล้วเสียงของจื่อลู่ก็ดังขึ้น
“ทูลฝ่าบาทหากว่าหม่อมฉันไขปริศนาได้ หม่อมฉันจะทูลขอรางวัลเองได้หรือไม่เพคะ?”
เมื่อฮ่องเต้ได้ฟังก็คิ้วกระตุก นางเอ่ยถามเช่นนี้ก็หมายความว่านางไขปริศนาได้อย่างนั้นหรือ จะเป็นไปได้อย่างไร ใจของเขาเต้นแรงด้วยความตื่นเต้น ความรู้สึกของท่านราชครูเจี้ยนกั๋วก็ไม่แตกต่างจากฮ่องเต้เท่าใดนัก เขามองไปที่จื่อลู่อย่างมีความหวัง
ชินอ๋องหรี่ตามองเซียวจื่อลู่อย่างครุ่นคิด หากว่านางไขปริศนาภาพนี้ได้ ตระกูลเซียวคงโด่งดังเพียงชั่วข้ามวัน แต่ว่าจะเป็นไปได้อย่างไร ขนาดท่านราชครูยังไขปริศนาไม่ได้ แล้วนางจะทำได้จริงหรือ นางปั้นเรื่องโกหกหรือไม่
“ได้เราอนุญาต”
จื่อลู่ได้ยินคำตอบก็หันไปยิ้มกับจื่อหลานอย่างพอใจ แต่ว่าจื่อหลานกลับหวาดวิตกกังวลเป็นอย่างมาก นางจะไขปริศนาภาพวาดได้จริงหรือ นางดูภาพวาดแล้วยังตีความหมายไม่ออกเลย “เจ้าไขปริศนาได้จริงรึ?”
“ไม่ลองไม่รู้เจ้าค่ะ”
เมื่อได้ยินคำตอบจื่อหลานก็ยิ่งเป็นกังวล แต่จื่อลู่กลับมีสีหน้ายิ้มแย้มอย่างผ่อนคลายสบายใจ จื่อลู่ให้ทหารไปเรียกหวังกงกงมาหานาง จากนั้นนางก็กระซิบไปที่ข้างหูของเขาเบา ๆ “มันเป็นลายแทงสมบัติ จะให้ข้าเปิดเผยต่อหน้าทุกคนหรือไม่เจ้าคะ?”หวังกงกงได้ยินก็ตกใจตาเบิกกว้าง เขารีบซอยเท้ากลับไปหาฮ่องเต้อย่างเร่งรีบ
“นางบอกว่ามันเป็นลายแทงสมบัติ จะให้นางเปิดเผยต่อหน้าทุกคนหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ” ฮ่องเต้ได้ฟังก็ขนลุกร่างกายเย็นเยียบไปทั้งร่าง ลายแทงสมบัติอย่างนั้นหรือ? ตอนที่เขาได้รับภาพนี้มา คนวาดเพียงบอกเขาว่า จะไขปริศนาได้หรือไม่อยู่ที่วาสนา ไม่นึกเลยว่ามันจะเป็นลายแทงสมบัติ
หากสิ่งที่นางพูดเป็นความจริง เขาคงต้องตกรางวัลให้นางอย่างงาม ไม่คาดคิดเลยว่านางจะเป็นคนมอบวาสนาอันยิ่งใหญ่ให้กับแคว้นเว่ยของเขา
“คุณหนูเซียว เสนาบดีเซียว ราชครูเจี้ยนกั๋ว ชินอ๋อง รัชทายาท ไปพบข้าที่ห้องทรงอักษร” ห้องเต้กล่าวจบก็ลุกเดินจากไปทันที ทำเอาทุกคนมองด้วยความงุนงงสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วงานเลี้ยงบุปผายังคงมีต่อไปหรือไม่
“เราขอประกาศจบงานเลี้ยงแต่เพียงเท่านี้” เป็นฮองเฮาที่ประกาศขึ้น ก่อนที่นางจะลุกตามออกไปทันที ส่วนจื่อลู่และจื่อหลานรีบเดินตามหวังกงกงไปที่ห้องทรงอักษร
เมื่อมาถึงยังห้องทรงอักษร ฮ่องเต้ก็นั่งรออยู่เรียบร้อยแล้ว หวังกงกงรีบนำภาพไปวางบนโต๊ะให้ฮ่องเต้ ชินอ๋องและรัชทายาทเดินมานั่งบนเก้าอี้ที่ถูกจัดเตรียมเอาไว้ให้สำหรับเชื้อพระวงศ์ ส่วนพวกนางหวังกงกงให้คนยกโต๊ะมาตั้ง แล้วให้นั่งหันหน้าไปทางฮ่องเต้
“เอาภาพไปให้นางดูอีกที”
“พ่ะย่ะค่ะ” หวังกงกงนำภาพมากางลงบนโต๊ะให้นางดูอีกครั้ง
“เจ้าชื่อว่าอะไร?”
“หม่อมฉันจื่อลู่เพคะ”
“เจ้าบอกว่าภาพนี้เป็นลายแทงสมบัติ ที่เจ้าพูดมาเป็นความจริงรึ?” คำถามของฮ่องเต้ทำเอาทุกคนถึงกับตกตะลึง ลายแทงสมบัติ!! เป็นเรื่องจริงหรือนี่
“หากยังไม่ได้รับการพิสูจน์หม่อมฉันก็ยังไม่กล้ายืนยันเพคะ แต่จากที่ดูในรูปถึงแม้ว่าจะวาดเป็นภาพทิวทัศน์ แต่หากมองให้ดีภาพวาดนี้ คนวาดตั้งใจวาดให้เป็นตัวอักษรคำว่า “จิน” ที่แปลว่าทองคำเพคะ” ฮ่องเต้ลุกพรวดออกมาจากเก้าอี้แล้วเดินตรงมาดูภาพวาดอย่างตื่นเต้น
จื่อลู่จึงขยับภาพให้หันไปทางเขา จากนั้นนางก็หยิบกระดาษมาเขียนอักษรคำว่าจินแล้ววางข้างภาพวาด “เราต้องมีแผนที่มาประกอบอีกอย่างหนึ่งด้วยเพคะ”
“เจ้าไปเอามา”
“พ่ะย่ะค่ะ” เมื่อแผนที่ถูกกางออก จื่อลู่ก็ลุกไปยืนข้างฮ่องเต้ ส่วนชินอ๋องก็ลุกมายืนข้างจื่อลู่ ส่วนองค์รัชทายาทกลับไปนั่งแทนที่จื่อลู่ข้างจื่อหลาน พวกนางงุนงงกับการกระทำของพวกเขาทั้งสองคน แต่ก็ไม่ได้พูดสิ่งใดออกมา
“ด้านบนตรงนี้เป็นภูเขาเพคะ น้ำไหลออกมาจากภูเขากลายเป็นน้ำตก จากนั้นไหลลงมาเป็นแม่น้ำสายใหญ่สายเดียว ก่อนจะมาร่วมกันตรงกลางเป็นฝายขนาดใหญ่ จากนั้นแตกเป็นแม่น้ำสามสายแล้วไหลมารวมกันที่หมู่บ้านจินไห่เพคะ”
“หากว่ามีสมบัติจริงชาวบ้านไม่ขุดไปหมดแล้วหรือ?”
“ชาวบ้านอาจจะยังไม่รู้ว่าแถบนั้นมีสมบัติอยู่ก็อาจเป็นได้เพคะ เราต้องไปสำรวจเพคะนอกจากแร่ทองคำแล้ว แหล่งน้ำริมลำธารยังสามารถพบเห็นพลอยดิบ สามารถนำมาเจียระไนเป็นเครื่องประดับได้เพคะ ขายได้ในราคาที่ดีเหมือนกัน”
“จื่อลู่เจ้าคือดาวนำโชคโดยแท้” ฮ่องเต้หันมาจับไหล่ของจื่อลู่ทั้งสองข้างด้วยความปลาบปลื้มยินดี
“ต้องไปดูให้เห็นกับตาก่อนเพคะ ถึงจะมั่นใจได้ว่าหม่อมฉันคือดาวนำโชคจริง ๆ หรือไม่ หากสิ่งที่หม่อมฉันพูดเป็นความจริง หมู่บ้านในแถบนั้นเราควรให้ย้ายออกมาเพคะ และจัดหาที่อยู่ให้พวกเขาใหม่ และต้องจัดสรรที่ดินตามโฉนดที่พวกเขามี และอาจต้องจ่ายค่าชดเชยให้พวกเขาด้วยเพคะ ที่จริงพระองค์เป็นฮ่องเต้จะไม่ทำก็ได้เพคะ แต่ว่าทำอย่างนั้นจะไม่เป็นการเอาเปรียบชาวบ้านจนเกินไปหรือเพคะ เพราะพวกเขาได้ครอบครองที่ดินผืนนั้นมาก่อนและมีโฉนดถูกต้อง” จื่อลู่เอ่ยยืดยาวพร้อมอธิบาย
ฮ่องเต้ได้ฟังก็ถึงกับตกตะลึงอีกครั้ง นางพูดได้มีเหตุผลและน่าเชื่อถือเป็นอย่างยิ่ง เขาเป็นฮ่องเต้ไม่ควรเอาเปรียบชาวบ้านตาดำ ๆ หากมีแร่ทองคำอย่างที่นางบอกจริง ๆ ไม่เพียงแค่ชดเชยเขาจะดูแลชาวบ้านเหล่านั้นเป็นอย่างดี
“เสนาบดีเซียวเราภูมิใจแทนเจ้าจริง ๆ ที่เลี้ยงดูบุตรสาวได้ดีเช่นนี้”
“ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ” เสนาบดีเอ่ยตอบด้วยสีหน้าภาคภูมิใจอย่างไม่ปิดบัง
