บทที่3
"สองสามวันนี้ราคาทุเรียนเริ่มเพิ่มขึ้น มาคราวหน้าราคาคงดีกว่านี้"
"ถ้าเป็นแบบนั้นมันก็ยิ่งดีเลยค่ะ นี่ก็ยังอีกหลายสวนเลยที่เซ็นสัญญาวางมัดจำไว้แล้วยังไม่ได้เข้าไปตัด"
"โชคดีที่ปีนี้ราคาทุเรียนสูงขึ้นกว่าปีที่แล้ว ไม่อย่างนั้นชาวสวนบางรายคงได้ร้องโอดโอยกันบ้าง"
"จริงค่ะ อย่าว่าแต่ชาวสวนร้องโอดโอย คนซื้ออย่างตรีก็ไม่เหลือ"
"ฮ่า ๆ "เสียงหัวเราะดังขึ้นภายในห้องทำงานของลูกสาวเจ้าของล้งที่ราตรีมักจะนำทุเรียนมาขายเป็นประจำทุกปี ทั้งให้ราคาดีและไม่มีการคดโกงตาชั่งสร้างความไว้ใจทำให้ทั้งสองกลายมาเป็นผู้ค้าขายกันอย่างยาวนานตั้งแต่ตอนที่พ่อของเธอเริ่มขายทุเรียนใหม่ ๆ
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
"ของคุณราตรีเสร็จแล้วนะคะ"เลขาคนสนิทถือบิลชั่งน้ำหนักมาให้กับผู้เป็นเจ้านาย ซึ่งด้านหลังก็มีร่างสูงใหญ่ของไม้เดินตามเข้ามา
"ตรงกันครับพี่ราตรี"บิลจดน้ำหนักจากไม้ยื่นมาให้กับพี่ราตรี ก่อนที่ร่างสูงใหญ่ของไม้กับเลขาคนสนิทจะเดินออกไป
"ถึงเวลาแห่งความตื่นเต้นแล้วล่ะค่ะคุณราตรี"
"ค่ะ"
ครืด ครืด ครืด
เสียงเครื่องนับเงินดังขึ้นติดต่อกันอย่างต่อเนื่อง หญิงสาวมองธนบัตรสีเทาหลายร้อยใบที่ค่อย ๆ ถูกลำเลียงใส่ในกระเป๋าใบใหญ่หลังจากผ่านการถูกนับและมัดเข้าหากันเต็มจำนวนเป็นที่เรียบร้อย
"นี่จ้ะ น้ำพักน้ำแรงของผู้หญิงที่ขยัน"กระเป๋าทรงสี่เหลี่ยมที่มีเงินสดบรรจุอยู่ในนั้นถูกวางลงบนโต๊ะทำงานจากลูกสาวเจ้าของล้ง
"ขอบคุณมาก ๆ เลยนะคะ"ราตรียิ้มออกมาก่อนดึงกระเป๋าใส่เงินมาไว้ข้างเธอ
"บางส่วนพี่โอนเข้าบัญชีให้แล้วนะ น่าเสียดายที่ช่วงนี้จำกัดการโอน ตรีเลยต้องแบกเจ้าพวกนั้นกลับบ้านแทน"
"ไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ ทั้งคนงานและคนที่ตรีไปรับซื้อทุเรียนบางคนเขาก็อยากจะได้เงินสดกัน เขาบอกว่าเดี๋ยวนี้โอนเงินทางธนาคารก็ไม่สามารถไว้ใจได้"
"มันก็ใช่ เดี๋ยวนี้ทำอะไรกับทางธนาคารก็ยุ่งยากไปกันหมด"ราตรีพยักหน้าเห็นด้วย
"ถ้าทุกอย่างเรียบร้อยดีแล้ว ตรีขอตัวกลับก่อนนะคะ"
"จ้า เดินทางปลอดภัยนะ"
"ค่ะ"
ราตรีเดินถือกระเป๋าใบสีดำออกมา ดวงตาของเธอมองลูกน้องที่ยืนรออยู่ข้างรถอย่างมีความหวังด้วยความปลื้มปริ่มในหัวใจก่อนที่เธอจะชูกระเป๋าที่อยู่ในมือให้เหล่าคนงานได้ดู
"เย่"รอยยิ้มที่ผุดขึ้นบนใบหน้าของเหล่าคนงานทำให้ผู้เป็นนายจ้างหายเหนื่อยไปด้วย รอยยิ้มและเสียงพูดคุยดังขึ้นมาตลอดทั้งเส้นทาง
"นี่คือค่าแรงของทุกคนสำหรับเดือนนี้ ตรีบวกโบนัสเพิ่มไปให้แล้วนะ อยู่ในซองเดียวกันทั้งหมดเลย"
"ขอบคุณมากครับ"
"มาเลยจ้ะ คนแรก ไม้"
"ครับ"
ราตรียิ้มแย้มให้กับคนงานที่เดินเรียงแถวเข้ามารับเงินเดือนจากเธอโดยมีร่างของสองชายหญิงวัยกลางคนคอยยืนมองดูความสำเร็จของลูกสาวเพียงคนเดียวด้วยความภาคภูมิใจอยู่ไม่ไกล
ตึก ตึก ตึก
หลังจากที่เหล่าคนงานต่างพากันแยกย้ายกันกลับบ้านไป ร่างสวยของราตรีก็เดินขึ้นมายังบ้านหลังใหญ่ที่ตั้งอยู่ในกลางสวนผลไม้ผสมกับสวนยางพาราของเธอที่พ่อแม่เป็นคนสร้างขึ้นมาให้เธอได้รับช่วงต่อไปดูแล
"ยังไม่นอนกันอีกเหรอคะ"ราตรีมองเห็นพ่อกับแม่ที่กำลังนั่งอยู่บนโซฟา ตรงหน้ามีจอทีวีขนาดใหญ่เปิดอยู่ ทั้งสองหันมามองร่างของลูกสาวที่นับวันร่างกายแทบจะกลายเป็นร่างของผู้ชายเข้าไปทุกที
"ทุกคนกลับไปกันหมดแล้วเหรอลูก"
"ค่ะ กลับไปกันหมดแล้ว ว่าแต่พ่อกับแม่ล่ะคะทำไมยังไม่เข้านอนกันอีก นี่มันก็จะสี่ทุ่มแล้วเดี๋ยวพรุ่งนี้ก็ต้องรีบตื่นขึ้นไปเปิดร้านอีก"
"จะรีบนอนไปไหนล่ะ พรุ่งนี้นอนตื่นสายสักนิดก็คงไม่เป็นอะไร ส่วนเรื่องของพ่อกันแม่แกไม่ต้องเป็นห่วงหรอก"
"ที่บอกให้นอนตื่นสายนี่บอกตัวเองหรือว่าบอกใคร"สายตาของราตรีเหลือบหันไปมองใบหน้าคมเข้มตามแบบคนใต้ของบิดาที่กำลังนั่งมองหน้าจอที่วีแต่เอ่ยปากพูดกับเธอ
"ใครอยากนอนตื่นสายก็นอนไป ไม่มีใครว่าอะไรสักหน่อย ไหน ๆ พรุ่งนี้ก็เป็นวันหยุดไม่ใช่หรือไง"
"ใครบอกว่าหนูจะหยุด ก่อนกลับมาถึงบ้านแวะซื้อน้ำมันมาละว่าจะตัดหญ้าที่มันขึ้นรกในสวนยางสักหน่อย"
"พอเลย ทั้งขึ้นไปตัดทุเรียนบนต้น ทั้งกรีดยาง แล้วยังจะตัดหญ้าอีกเงินก็มีจ้างเขาทำบ้างก็ได้"สายใจพูดกับลูกสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนแอบแฝงด้วยความเป็นห่วง
"เงินที่ไหน หนูไม่มี"
"ก็เงินที่ได้จากการขายทุเรียนวันนี้ไง เอาไปจ้างคนอื่นมาสิ"ราตรีหันไปมองหน้าของบิดาที่พูดออกมา แม้ว่าวาจาที่ท่านพูดออกมาจะฟังดูห้วยไม่อ่อนหวาน แต่เธอก็สัมผัสได้ถึงความเป็นห่วงที่มีให้
"ใครบอกว่าเงินพวกนั้นคือเงินหนูล่ะ"ราตรียิ้มออกมา เธอนำเงินที่เหลืออยู่มาวางลงตรงหน้าของบิดากับมารดา
"เงินส่วนนี่หนูจะเก็บไว้ไปจ่ายเจ้าของสวนทุเรียนรายอื่น ส่วนเงินก้อนนี้คือกำไรที่ได้จากการขายทุเรียนในรอบนี้หนูให้พ่อกับแม่คนละครึ่ง"ลูกสาวเพียงคนเดียววางเงินก้อนใหญ่สองก้อนลงตรงหน้าของบิดาและมารดา ท่านทั้งสองนั่งนิ่งไม่พูดอะไรแต่นัยน์ดวงตาของทั้งสองกลับแดงก่ำ
"พ่อกับแม่เหนื่อยมามากแล้ว ให้หนูได้ทำงานหาเงินมาดูแลพ่อกับแม่บ้าง"
"แล้วลูกไม่เก็บเงินนี้ไว้หรือไง"สายใจถามลูกสาวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
"หนูมีเก็บไว้บ้างแล้ว พ่อกับแม่เก็บเงินนี้ไว้เถอะ"
"พ่อไม่เอาหรอก ที่ลูกให้เมื่อปีที่แล้วพ่อก็ยังใช้ไม่หมด ถ้าอยากจะให้ก็ให้แม่เอาเก็บไว้"ผู้เป็นพ่อนำเงินไปวางตรงหน้าของผู้เป็นภรรยา
"เธอเก็บเงินนี่เอาไว้ ถ้าหากมีอะไรจำเป็นก็ค่อยว่ากัน"
"ก็ได้ค่ะ ถ้าอย่างนั้นแม่จะเก็บเงินพวกนี้เอาไว้เองนะ ถ้าลูกมีปัญหาเรื่องอะไรก็มาเอาเงินพวกนี้ที่แม่ได้เลย"
"..."
"เพราะถึงยังไงแม่ก็เก็บเงินพวกนี้ไว้ให้ลูกทั้งหมดนั่นแหละ"ราตรียิ้มออกมาก่อนเธอจะโผเข้ากอดบิดาและมารดาพร้อมกัน
"หนูรักพ่อกับแม่นะคะ ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง"
"พ่อกับแม่ก็รักหนู ราตรี"
แสงสว่างวาบที่แสดงอยู่บนหน้าจอโทรศัพท์ที่วางอยู่บนเตียงนอนสีขาวขนาดห้าฟุตดึงดูดความสนใจของราตรีทันทีที่เธอก้าวขาออกมาจากห้องน้ำหลังจากที่เธออาบน้ำเสร็จ ร่างสวยที่อยู่ในชุดนอนซึ่งเป็นเพียงเสื้อกล้ามสีขาวเข้ากับกางเกงผ้าลื่นสีเดียวกันค่อย ๆ เดินเข้าไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดอ่านข้อความที่มีใครบางคนส่งมา
รูปเด็กน้อยหน้าตาจิ้มลิ้มนอนยิ้มแป้นอยู่ในผ้าห่อตัวสีขาวที่นอนอยู่ข้างกายของผู้เป็นแม่บนเตียงคนไข้ของโรงพยาบาลชื่อดัง
'มังกรตัวน้อยลืมตาดูดโลกแล้วนะครับน้าราตรี'ข้อความที่แนบต่อท้ายมาเรียกรอยยิ้มให้เกิดขึ้นบนใบหน้าของราตรี ดวงตากลมโตที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยนจ้องมองใบหน้าลูกชายที่พึ่งจะคลอดได้ไม่กี่ชั่วโมงของมินตรา ก่อนที่หญิงสาวจะพิมพ์ข้อความตอบกลับไปว่า
'ขอต้อนรับสู่โลกอันแสนสดใสนี้นะครับ ไว้น้าราตรีทำงานเสร็จแล้วจะรีบขึ้นไปหา'
