บทที่2
ห้าปีผ่านไป
ณ จังหวัดหนึ่งในทางตอนใต้ของประเทศไทย
"เอ้า รับ"
ตุบ ตุบ ตุบ
เสียงกระทบระหว่างผลทุเรียนลูกใหญ่ซึ่งถูกโยนลงมาจากที่สูงกระแทกเข้ากับกระสอบสีน้ำตาลที่รอรับจนเกิดเป็นเสียงที่ดังสนั่นลั่นสวนทุเรียนที่อยู่ห่างไกลจากบ้านผู้คน เสียงที่ดังสนั่นนั้นเป็นที่คุ้นชินของคนที่ทำงานในด้านนี้นั่นก็คือการรับตัดซื้อขายผลทุเรียนตามสวนของชาวบ้านที่ติดต่อเข้ามา และราตรีเธอก็คือหนึ่งในแม่ค้าที่เที่ยวตระเวนหารับซื้อทุเรียนจากสวยของชาวบ้านเพื่อนำไปขายต่อให้กับล้งที่รับซื้อขาย
ตุบ
"รับให้มันดี ๆ หน่อยสิวะ"
"โถ่พี่ราตรี นี่ผมก็รับดี ๆ แล้วนะ"เสียงของบ่าวตอบกลับราตรีเป็นภาษาท้องถิ่น ทำให้ร่างสวยที่ยืนอยู่บนต้นทุเรียนสูงใหญ่ต้องชะโงกหน้าออกมา ในมือของเธอถือมีดเล่มเล็กคมกริบที่ไว้ใช้สำหรับตัดทุเรียนโดยเฉพาะ
"เถียงดีนักนะมึง สงสัยคงไม่อยากได้โบนัสของเดือนนี้สินะ"
"โถ่พี่ราตรี ผมพูดเล่น โยนลงมาเลยพี่เดี๋ยวครั้งนี้ผมจะรับให้มันดี ๆ "บ่าว ชายหนุ่มในวัยยี่สิบปีตั้งท่ามือทั้งสองข้างจับกระสอบสีน้ำตาลแน่น เงยหน้ามองลูกทุเรียนที่อยู่ในมือของราตรีที่กำลังจะถูกโยนลงมา
"เอ้ารับ"
"ครับ"
ตุบ
หลังของบ่าวเกร็งจนแทบจะหัก แต่ชายหนุ่มก็ไม่ปริปากบ่นออกมา เพราะการทำงานรับเหมาตัดทุเรียนตามสวนแม้จะเหนื่อยสักหน่อยแต่ก็ได้เงินดี ยิ่งทำในทีมงานของราตรีแล้วด้วย มีทั้งเงินเดือนและโบนัสให้ทำให้เขาได้มีเงินไปเลี้ยงดูจุนเจือครอบครัว
"โดนสวนของยายสำอางเข้าไป เหนื่อยเป็นบ้า"ราตรีที่ยืนอยู่ท้ายรถกระบะอดไม่ได้ที่จะบ่นออกมา มือที่ถือขวดน้ำอยู่แทบจะไม่มีแรงเปิดฝาจนบ่าวต้องดึงขวดน้ำมาเปิดฝาให้
"ขอบใจ"
"ไม่เป็นอะไรครับ เดี๋ยวพี่ราตรีพักก่อนก็ได้ เดี๋ยวได้ให้ไอ้ไม้มาช่วยรับอยู่ด้านล่าง ผมจะขึ้นไปตัดบนต้นเอง"
"ได้ไง ยังอีกไม่กี่ต้นก็จะเสร็จแล้ว ช่วย ๆ กันจะได้เสร็จไว ๆ "
"วันนี้พี่ก็ขึ้นไปตัดมาหลายต้นแล้วนะ พักบ้างเถอะเดี๋ยวจะเป็นลมเป็นแล้งเอา เก็บแรงไว้ตัดสวนของลุงชมวันมะรืนบ้างเถอะ ของรายนั้นงานหยาบกว่าของยายสำอางอีกนะ"บ่าวพูดออกมาทำให้ราตรีได้คิดตาม
สวนทุเรียนของยายสำอางปลูกสร้างในพื้นที่ราบซึ่งง่ายต่อการเดินเท้าและทำงาน รถกระบะที่มีรั้วเหล็กสามารถที่จะขับเข้ามาจอดในสวนได้ ต่างจากของลุงชมที่ปลูกสร้างสวนทุเรียนใกล้กับเนินเขาซึ่งต้องเดินเท้าขึ้นไป และใช้รถมอเตอร์ไซค์ในการแบกขนทุเรียนมาใส่รถที่มีรั้วซึ่งต้องจอดรออยู่เนินเขา
"เอาเถอะ ถึงยังไงก็ต้องช่วย ๆ กัน จะได้เสร็จทันก่อนมืด เรื่องตัดทุเรียนสวนของลุงชมมันไม่ใช่ปัญหาหรอกแกให้ลูกชายมาบอกตั้งแต่เมื่อวานแล้วว่าสวนทุเรียนรอบนี้จ้างคนมาตัดหญ้าเรียบร้อยแล้ว ง่าย"
"ดีแล้วล่ะ ถ้าเป็นเหมือนรอบที่แล้ว ผมกับคนอื่น ๆ ตายแน่ ไม่รู้ว่าสวนทุเรียนหรือป่า ต้นหญ้าสูงจนแทบจะหาลูกทุเรียนไม่เห็น"
"หึ มึงก็พูดจนเกินไป"ราตรีส่ายหน้าให้กับคำพูดของลูกน้องในทีมตัดทุเรียน ก่อนเธอจะหันมองไปยังลูกน้องอีกหลายคนที่กำลังลำเลียงทุเรียนหลายร้อยลูกขึ้นรถกระบะที่มีรั้วสูงซึ่งจอดเรียงอยู่ด้วยความภาคภูมิใจ
"ไปทำงานกันต่อเถอะ ถ้าวันนี้เสร็จไวเดี๋ยวฉันเลี้ยงเบียร์"
"มันต้องอย่างนี้สิครับเจ้ เฮ้ย พวกเราถ้าวันนี้เสร็จไวพี่ราตรีจัดเบียร์ชุดใหญ่เลี้ยงพวกเราเว้ย"
"เย่ ขอบคุณครับเจ้"เสียงโห่ร้องด้วยความดีใจของลูกน้องในทีมงานดังสนั่นลั่นสวยทุเรียน แม้ทีมงานของเธอจะไม่ได้มีลูกน้องหลายราย แต่ทุกคนก็ขยันทำงานกันอย่างเต็มใจอยู่เคียงข้างทำงานกับเธอมาตลอดสามปีเต็มหลังจากที่เธอย้ายกลับมาอยู่ที่นี่
ย้อนกลับไปเมื่อห้าปีที่แล้ว
หลังจากวันนั้นเธอได้ตัดความสัมพันธ์กับแฟนหนุ่ม แม้จะรู้สึกเจ็บปวดมากแค่ไหนแต่เพราะเธออยากเห็นเขาได้มีอนาคตที่ดีกว่านี้ราตรีจึงจำต้องหอบกระเป๋าย้ายออกมาทั้งน้ำตา และการที่เธอคบหากับภูผามาตลอดหลายปีทำให้ราตรีรู้ดีว่าเขาไม่มีทางที่จะปล่อยเธอไปง่าย ๆ ถ้าหากเธอเดินทางหลับไปที่บ้านในตอนนี้ไม่นานเขาก็คงต้องตามหาตัวของเธอเจอ และมันก็จริงอย่างที่เธอคิดเอาไว้ไม่มีผิด
"ตรี นี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมภูผาถึงได้มาตามหาลูกที่บ้าน"
"ผาไปที่บ้านของเราเหรอคะ"ราตรีรู้สึกตกใจอยู่ไม่น้อยที่ภูผาเดินทางไปตามหาเธอถึงที่บ้านในเวลาเพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมง ซึ่งระยะทางจากกรุงเทพเดินทางสู่จังหวัดทางภาคใต้มีระยะทางเกือบเจ็ดร้อยกิโลแต่เขากลับเดินทางไปถึงที่บ้านของเธออย่างเร็วไว
"ก็ใช่น่ะสิ ภูผาไม่ได้มาแค่คนเดียวนะ เขาพาลูกน้องมาเต็มไปหมดเลย นี่มันเกิดอะไรขึ้นตรีแล้วตอนนี้หนูอยู่ที่ไหน"
"เขากลับไปแล้วหรือยังคะ"ฝ่ามือเรียวสวยปาดเช็ดน้ำตาที่กำลังไหลอาบใบหน้า ดวงตาทั้งสองข้างบวมแดงก่ำจากการร้องไห้อย่างหนักหน่วงมาตลอดหลายชั่วโมง
"พึ่งจะกลับไปเมื่อครู่ ก่อนจะไปบอกกับพ่อว่าจะมาหาอีก ราตรีนี่ลูกหนีไปอยู่ที่ไหนมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่"
"หนูยังไม่พร้อมที่จะเล่าอะไรตอนนี้ แม่อย่าพึ่งถามเลยนะคะ รู้แค่ว่าหนูกับเขาเลิกกันแล้วก็พอ"
"จริงเหรอตรี แล้วตอนนี้หนูอยู่ที่ไหน"
"หนูอยู่ในที่ปลอดภัย แม่ไม่ต้องเป็นห่วงหนูนะคะ หนูสัญญาว่าถ้าหากหัวใจของหนูดีขึ้นเมื่อไหร่หนูจะรีบกลับไปหาแม่นะคะ"
"โถ่ ตรี"
"หนูอยู่ในที่ปลอดภัย ขอเวลาสักหน่อยนะคะ ให้หนูแน่ใจว่าภูผาจะไม่ตามไปหาหนูที่บ้านอีกแล้วหนูจะรีบกลับไป"
"ก็ได้ แต่หนูอย่าขาดการติดต่อไปนะ ต้องโทรหาแม่ทุกวันเข้าใจไหม"
"เข้าใจค่ะ หนูรักแม่กับพ่อนะคะ ฝากบอกพ่อด้วยว่าหนูจะกลับไปหา"
"จ้ะ แม่กับพ่อก็รักหนู"
ติ๊ด
น้ำตาไหลออกมาเป็นสายหลังจากที่เธอวางสายจากมารดาไป หัวใจดวงน้อยเหมือนถูกบดแหลกละเอียดจากมือที่มองไม่เห็น เสียงสะอื้นดังขึ้นท่ามกลางความเงียบภายในห้องพักที่เธอหนีมาเช่าอยู่เพื่อพักรักษาใจ ก่อนที่จะมีใครบางคนเปิดประตูเข้ามา
"ตรี"หญิงสาวเงยหน้าหันไปมองผู้มาใหม่ นั่นก็คือมินตราและอันดาที่เปิดประตูเดินเข้ามาหาเพื่อนที่กำลังนั่งทุกข์ใจอยู่ภายในห้องเช่าเล็ก ๆ เพียงลำพัง
"ไหวหรือเปล่า"ทั้งสองวางข้าวของที่ซื้อติดมือมาก่อนจะคุกเข่านั่งลงตรงหน้า พลางมองเพื่อนที่ใบหน้าเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาด้วยความเศร้าไม่ต่างกัน
"ไม่ไหว ฮึก เจ็บจะตายอยู่แล้ว"อันดาหันมองไปทางอื่นน้ำตารื้นออกมา ในขณะที่มินตราดึงร่างของราตรีเข้ามากอดปลอบ
"ไม่เป็นอะไรนะ พวกฉันสองคนอยู่ตรงนี้เราสองคนจะอยู่ข้างเธอเอง"
"ฮึก"เพื่อนที่คบหากันมาตั้งแต่สมัยเรียนปีหนึ่งพยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ร้องไห้ออกมา เธอทั้งสองรู้ดีว่าราตรีและภูผารักกันมากแค่ไหนกว่าจะฝ่าฟันอุปสรรคมาถึงตอนสวมแหวนหมั้นให้กันได้มันไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เพราะฐานะที่ต่างกันทำให้ทั้งสองไม่สามารถที่จะรักกันตลอดไปได้ความสัมพันธ์ถึงได้จบลงอย่างที่เห็น
"เมื่อวานตอนบ่ายหมอนั่นมาถามหาเธอกับฉันทั้งสองคนที่ห้อง"อันดาที่นั่งเงียบอยู่นานพูดขึ้นมา ราตรีหันไปมองหน้าเพื่อนสนิทด้วยสายตาที่วูบไหว
"แต่ไม่ต้องกลัว พวกฉันบอกไปแล้วว่าไม่รู้เธอหนีไปอยู่ที่ไหน"
"ขอบใจนะ ขอบใจพวกเธอทั้งสองคนมาก"
"ไม่เป็นไร ไม่ต้องเสียใจไปนะ ผู้ชายในโลกนี้มีไม่รู้กี่ร้อยล้านคนมันต้องมีสักคนแหละที่ไม่มองเราที่ฐานะภายนอก"ราตรีพยักหน้าทั้งน้ำตา แต่ไม่รู้ว่าเธอจะลืมรักในครั้งนี้ได้หรือไม่
เธอหลบซ่อนย้ายหนีไปอยู่ที่อื่นไม่ให้เขาเจอตัวถึงสองปีเต็ม คิดว่าเขาคงเลิกราไม่ตามหาตัวเธอแล้ว ราตรีก็พาตัวเองย้ายกลับมาอยู่ที่บ้านช่วยพ่อแม่ทำงานจนชีวิตของเธอและครอบครัวเริ่มดีขึ้น
ภายในโกดังใหญ่ที่ตั้งอยู่ในบริเวณรั้วเดียวกับตัวบ้าน หลังจากที่เหล่าคนงานพากันจัดการขนทุเรียนลงมาจากรถที่มีรั้วเสร็จเพื่อจะนำจัดเรียงขึ้นรถใหญ่อีกคันในวันพรุ่งนี้เพื่อนำไปส่งให้กับล้งใหญ่ ราตรีก็ทำตามสัญญาจัดเครื่องดื่มชุดใหญ่มาให้ พนักงานต่างพากันแยกย้ายไปตั้งวงดื่มเหล้ากันอย่างสนุกสนาน ส่วนตัวเธอนั้นแม้จะเหนื่อยจากการทำงานมามากแค่ไหน ก็ยังพาตัวเองเดินมานั่งยังท้ายกระบะในมือถือเบียร์ขวดใหญ่ นัยน์ตาคู่สวยเงยมองท้องฟ้าในยามค่ำคืนที่มีแสงจากดวงจันทร์ส่องสว่างจ้าลงมา สายลมที่พัดเอื่อยเฉื่อยมากระทบเข้ากับใบหน้า ก่อนที่เธอจะยกขวดเบียร์ขึ้นดื่ม
'จะเป็นยังไงบ้างนะ คนที่อยู่ทางนั้น'
