บทที่ 3 ข่มความปรารถนา
ฮัทสึชิเดินจากไปแล้วแต่หล่อนยังคงพลิกกระดาษอ่านรายละเอียดอยู่
“นี่เคียวจังฉันว่าพี่ฮัทสึชิเขาอาจสนใจเคียวจังอยู่นะ”
“พูดบ้าอะไรของเธอน่ะข้าวหอม”
“เธอไม่รู้หรือว่าพี่เขาน่ะเป็นประธานชมรมถ่ายภาพฉะนั้นไม่จำเป็นเลยนะที่เขาจะต้องมาหาคนเข้าชมรมด้วยตนเองแบบนี้”
คนฟังยิ้มอย่างขำขันไม่คิดว่าจะเป็นเช่นนั้น
“เธอไม่รู้อะไรพี่เขาหล่อแล้วก็ยังฮอตมากอีกด้วย”
“นั่นล่ะที่ทำให้ฉันคิดว่าเขาไม่ได้มาจีบฉัน”
“ทำไมคิดแบบนั้นล่ะเคียวจัง”
ข้าวหอมมองหน้าเพื่อนอย่างไม่เข้าใจ เพราะเคียวโกะนั้นสวยในแบบที่สามารถเป็นดาราได้สบายๆ
“ก็ถ้าฉันสวยป่านนี้ฉันคงมีแฟนไปแล้วไหม”
เคียวโกะกรอกตามองบนก่อนจะถอนหายใจทิ้งอย่างสิ้นหวัง ถ้าหล่อนสวยได้ครึ่งของเพื่อนคงไม่ต้องคิดถึงเรื่องนัดบอดบ้าบอนั่นให้เสียเวลา
“นี่เคียวจัง เธอรู้อะไรไหมทำไมถึงไม่มีคนจีบเธอ ก็เพราะพ่อของเธอนั่นล่ะ ใครๆ ก็รู้ว่าพ่อเธอนะเป็นใคร อีกทั้งหวงลูกสาวยิ่งกว่าไข่ในหินฉะนั้นเลิกคิดไปได้เลยว่าไม่สวยเลยไม่มีคนจีบ”
“มันเกี่ยวกันด้วยหรือ อีกอย่างพ่อไม่ได้รักฉันอย่างที่ข้าวหอมเข้าใจหรอกนะ”
เคียวโกะยังคงไม่เชื่อนัก
“เชื่อฉันสิเพื่อนรัก”
หล่อนพยักหน้าน้อยๆ ขี้เกียจเถียง ก่อนจะพากันเดินไปที่อาคารสูงฝั่งทิศเหนือเพื่อไปเรียนวิชาต่อไป
“พี่เท็นตามมาทางนี้เร็ว”
คัลโตะบุตรชายของ โนริโกะ ยาชิตะ กับ โทโยะ ยาชิตะ ในวัยประถมกำลังชักชวนคนที่โตกว่าให้มาเล่นกับตนเอง
“รอก่อนคัลโตะ”
เท็ตสึยะ ยาชิตะ ในวัยยี่สิบปีเดินตามเด็ก ประถมวัยก่อนจะได้ยินเสียงร้องไห้จ้าของเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง เขารีบก้าวเท้าให้ไวมากขึ้น
“เอาคืนมานะ เอาคืนมา”
เด็กผู้หญิงผมเปียนั่งอยู่บนเสื่อสานทำจากไผ่ชั้นดีนั่งร้องไห้พร้อมกับร้องขอตุ๊กตาจากคัลโตะ
“นี่แหนะหวงนักใช่ไหม”
เด็กชายที่อายุมากกว่าเด็กสาวสองปี โยนตุ๊กตาที่สวมชุดกิโมโนทิ้งลงบ่อน้ำทันทีแทนที่จะคืน
เสียงร้องไห้สะอื้นดังหนักมากขึ้นเขารีบสาวเท้าก้าวเข้าไปหา
“ทำไมเกเรแบบนี้คัลโตะ”
เขาตำหนิเด็กชายด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนเพราะเด็กวัยนี้ไม่ได้มีเจตนาร้าย มันเป็นเพราะความไม่เข้าใจในบางอย่างเท่านั้น
“คุณแม่บอกว่าอย่าไปยุ่งกับเด็กไม่มีแม่”
คนที่ร่ำไห้อยู่สะอื้นจนตัวโยนไร้คนปลอบประโลม
“อย่าพูดแบบนี้อีกนะครับคัลโตะ สุภาพบุรุษจะต้องพูดจาให้เกียรติผู้อื่นเสมอ”
คัลโตะในวัยประถมยังคงไม่เข้าใจนักแต่ก็พอรู้ดีว่าตนเองกระทำผิดเพราะโดนพี่ชายตำหนิ
“ไปเก็บตุ๊กตามาคืนแล้วขอโทษน้องเขาสิครับ”
เด็กสาวตรงหน้าน่ารักสมวัยเขาเชื่อว่าหากเวลาล่วงเลยไปมากกว่านี้มันคงจะทำให้เด็กสาวกลายเป็นหญิงสาวที่สวยสะพรั่งไม่ต่างจากตุ๊กตาญี่ปุ่นโบราณสวมใส่กิโมโนที่ยามนี้มันเปียกชื้นไปด้วยน้ำ
“เอาคืนไปฉันขอโทษนะเคียวโกะ”
เด็กสาวไม่ตอบรับคำขอโทษแต่รีบคว้าตุ๊กตาสวมชุดกิโมโนมาไว้ในอ้อมกอดแต่ยังคงร่ำไห้ไม่เลิกรา
เด็กชายหันหน้ามาปรึกษาคนที่โตกว่าด้วยความรู้สึกผิด
“ผมขอโทษไปแล้วนี่ครับ”
“คำขอโทษมันคือการแสดงความรับผิดชอบทางความรู้สึก แต่เห็นไหมว่าตุ๊กตาของเคียวโกะยังคงเปียกอยู่”
เด็กชายพยักหน้าหงึกๆ ก่อนจะรีบออกไอเดีย “เคียวโกะเดี๋ยวฉันมานะ ฉันจะไปเอาไดร์เป่าผมมาเป่าให้แห้งเลยดีไหม”
เด็กชายวัยสิบขวบไม่รีรอรีบตรงเข้าไปใน ตัวคฤหาสน์ด้วยความมุ่งมั่นราวกับหน่วยกู้ภัยที่ต้องการกู้ชีพของตุ๊กตาตัวนั้น
เท็ตสึยะ ย่อตัวลงนั่งบนส้นเท้าก่อนจะใช้ฝ่ามือลูบศีรษะของเด็กสาวแผ่วเบา
เด็กสาวเงยหน้าขึ้นทั้งน้ำตา “ขอบคุณนะคะ ที่นี่ไม่มีใครชอบเคียวโกะเลยสักคน”
“ไม่หรอกครับเด็กดีอย่างอแงนะครับ”
“แล้วพี่ล่ะคะชอบเคียวโกะหรือเปล่า”
เขารู้สึกใจแกว่งอย่างประหลาดกับเด็กผู้หญิงตรงหน้าที่ยังไม่ใช่วัยแรกแย้ม
“ชอบสิครับ” ชอบมากด้วย แน่นอนว่าเขาพูดมันแผ่วเบาในอก
“อย่าให้ใครมาแกล้งเคียวโกะจะได้ไหมคะ คุณป้าก็ชอบดุเคียวโกะ คัลโตะก็ชอบแกล้ง”
เขารู้ทันทีว่าเด็กสาวคงหมายถึงโนริโกะผู้มีศักดิ์เป็นแม่เลี้ยง เด็กสาวตรงหน้าใสซื่อบริสุทธิ์จนเขาอยากจะโอบอุ้มเอาไว้ด้วยสองมือของตนเอง
“ได้สิครับพี่เท็นคนนี้จะปกป้องไม่ให้ใครแกล้งเคียวโกะได้อีก”
“สัญญาแล้วนะคะ”
“สัญญาครับ”
เด็กสาวผละตัวออกก่อนจะคว้าดินสอสีมา ขีดเขียนลงบนกระดาษด้วยลายมือยึกยือตามประสาเด็กวัยแปดขวบพร้อมกับส่งมันให้กับคนตรงหน้า
“นี่คือสัญญาระหว่างเราค่ะเคียวโกะให้พี่เก็บเอาไว้นะคะ”
เขาเปิดอ่านพร้อมกับคลี่รอยยิ้มทั้งปากและตา มือหนายกขึ้นพร้อมกับขยี้ศีรษะทุยสวยของเด็กผมเปีย
“แน่ใจหรือเด็กน้อย”
สายตาของเด็กสาวมุ่งมั่นจ้องมองเขาตาไม่กระพริบ
“ค่ะพี่จะได้คอยปกป้องเคียวโกะได้ไงคะเคียวโกะเคยเห็นในทีวีเมื่อคืน”
แทนที่เขาจะขยำกระดาษที่มีลายมือของเด็กสาวทิ้งแล้วไม่ใส่ใจแต่กลับพับเก็บมันเอาไว้อย่างดีในกระเป๋าเสื้อ แต่หลังจากนั้นเขาก็ไม่ได้กลับไปที่คฤหาสน์ยาชิตะอีกเพราะต้องเดินทางไปเรียนที่ต่างประเทศโดยไม่มีโอกาสได้เจอเด็กสาวอีก
ดวงตาคมกริบที่เต็มไปด้วยความอ่อนล้าค่อยๆ ถอดแว่นสายตาออก มือหนาจับที่ระหว่างคิ้วเพื่อบรรเทาความตรึงเครียด แน่นอนว่ามันไม่ได้เกิดจากการทำงานแต่มันเป็นเพราะเด็กสาวอย่างเคียวโกะ ยาชิตะ
เขาเห็นหล่อนพูดคุยกับนักเรียนผู้ชายจากหน้าต่างชั้นสาม แน่นอนว่าเขาอยากจะกระโจนลงไปนักแต่ทว่ามันไม่สมควร
“เย็นไว้เท็น....ใจเย็นๆ”
เขาพยายามบอกตนเองแม้ความจริงแล้วภายในอกมันเต็มไปด้วยกองเพลิงแห่งความหึงหวง
“รอมาได้ตั้งหลายปี อย่าเพิ่งมาตบะแตกเอาตอนนี้”
ชายหนุ่มข่มโทสะเอาไว้ภายใต้วิชาชีพของการเป็นครูบาอาจารย์ มือหนาเปิดลิ้นชักข้างกายก่อนจะหยิบกล่องสแตนเลสเงาวับที่มีขนาดสี่เหลี่ยมจัสตุรัสขนาดเล็กออกมา
มือหนาเปิดมันออกก่อนจะพบกับกระดาษที่อดีตมันเคยเป็นสีขาวแต่ยามนี้มันเป็นสีเหลือนวลคงเป็นเพราะกาลเวลาที่เลยผ่านไป
เขาคลี่กระดาษใบเล็กออกมาก่อนจะเห็นตัวอักษรยึกยือ ใบหน้าที่เคยตรึงเครียดผ่อนคลายมากขึ้นก่อนจะมีรอยยิ้มจางๆ บริเวณมุมปาก ซึ่งหากใครได้มาเห็นรอยยิ้มของเขาคงเป็นต้องละลาย
“เธอเป็นของพี่เคียวจัง”
รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์ระบายเต็มใบหน้าหล่อเหลา หล่อนจะรู้บ้างไหมว่าเพราะอะไรเขาถึงได้ตามรังควานหล่อนกวนโทสะไม่เลิกรา
ก๊อก ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูทำให้เขารีบเก็บทุกสิ่งอย่างลงทันที
“เชิญ”
ใบหน้าบูดบึ้งของเด็กสาวที่เขารอคอยอยู่ปรากฏให้เห็นทันที
“จะให้วางตรงไหนคะ”
หล่อนหอบสมุดของเพื่อนร่วมชั้นมาส่งเขาตามคำสั่ง บ้าอำนาจ...มันคือสิ่งที่แอบคิดในใจ แม้จะก่นด่าเขาแต่ทำไมหัวใจของหล่อนมันถึงได้เต้นระส่ำผิดจังหวะราวกลับจะกระดอนออกมานอกอก
“เอามาวางบนโต๊ะก็ได้”
หล่อนเดินตรงไปที่โต๊ะทำงานของเขาโดยที่มีสายตาคมกริบจับจ้องมอง แม้มันจะไม่ได้มืดดำ ไร้ความรู้สึกแต่หล่อนกลับอ่านมันไม่ออก
เกลียด...เกลียดสายตาของเขาที่จ้องมอง ริมฝีปากบางเฉียบของเขาก็ด้วย ที่มันเสมือนยกหยัดยิ้มหยันให้หล่อนรู้สึกประหม่าอับอายได้ทุกครา
ระยะทางจากที่ยืนกับโต๊ะของเขามันเพียงไม่กี่ก้าวแต่กลับให้ความรู้สึกยาวนานจนหล่อนอึดอัดไปหมด
“เรียบร้อยแล้วนะคะอาจารย์”
เด็กสาวกระแทกหางเสียงเล็กน้อย “ขอตัวนะคะ”
หล่อนเตรียมหมุนตัวจะก้าวเดินออกจากห้องทำงานของเขาแต่ทว่ากลับถูกเรียกเอาไว้ก่อน
“เดี๋ยวอยู่ช่วยฉันจัดเอกสารก่อน”
“แต่มันไม่ใช่หน้าที่ของฉันนี่คะ”
เขาจ้องหน้าหล่อนด้วยท่าทางจริงจังไม่มีแววหยอกล้อมันทำให้หล่อนรู้สึกประหม่ากังวล หรือหล่อนจะหวาดกลัวเขาไปเอง
ภาพในวันนั้น วันที่เขาอยู่กับหล่อนสองต่อสองแล้วเผยทาสแท้ออกมาด้วยตัวตนที่ แตกต่างจากยามปกติโดยสิ้นเชิง บุคลิกเฉพาะที่แสดงกับหล่อนเพียง คนเดียว
“น่าเลียชะมัด อ่า.....”
“ยะ อย่า...อย่านะ ได้โปรด”
แต่เหมือนว่าเขาจะไม่ได้ฟังหล่อนแม้แต่น้อยเพราะเขายังคงไม่แหงนเงยใบหน้าจากของสงวนของหล่อนแม้แต่น้อย
ลิ้นแกร่งที่จ้วงจุ่มลงบนโหนกเนินสาวพร้อมกับลากไล้ไปทั่วก่อนจะมามาหยุดที่ร่องกลีบ เสียงครางเสียวที่หลุดออกจากปากอวบอิ่มของตนเองยังจำมันได้ดี
“อ๊า....อ๊ะ อ๊า ซี๊ดดดดด”
หล่อนไม่มั่นใจว่าได้ร้องขอให้เขาหยุดหรือไม่แต่ที่แน่ๆ หล่อนร่อนเอวเด้งกลีบสาวขึ้นหาลิ้นแกร่งอย่างไม่ลดละ
