บทที่ 2 อาจารย์
เสียงบรรยายการเรียนการสอนของอาจารย์หน้าคลาสเรียนในวันนี้มันทำให้หัวใจของหล่อนเต้นไม่เป็น ระส่ำ เคียวโกะพยายามใช้ฝ่ามือของตนเองกดที่หน้าอกข้างซ้ายราวกับต้องการหักห้ามการเต้นของหัวใจ
มันคงจะไม่เป็นแบบนี้ถ้าคนที่กำลังอยู่หน้าคลาสเรียนนั้นไม่ใช่ เท็ตสึยะ ยาชิตะ อาจารย์สอนวิชาคณิตศาสตร์ที่พ่วงตำแหน่งลูกพี่ลูกน้อง
ดวงตากลมโตลอบมองคนที่สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวกางเกงสแลคเนื้อดีสีดำสนิท ใบหน้าของเขาได้รูปรับกับแว่นสายตาที่สวมใส่มันทำให้เขาดูสุขุมน่าเกรงขามแต่ใครจะรู้ได้เล่าว่ายามที่เขาถอดแว่นออกนั้นราวกับเป็นคนละคน
ใบหน้าหล่อ....ใช่หล่อนยอมรับอย่างดุษฎีว่าเท็ตสึยะ ยาชิตะ คนนี้หล่อลากไส้ ใบหน้าหล่อของเขายามที่ก้มลงละเลงลิ้นที่กลีบสาวมันเต็มไปด้วยความ หิวกระหาย สายตาที่มองมามันต่างไปจากเดิมที่เต็มไปด้วยความกวนประสาท
จังหวะนั้นที่หล่อนกำลังจ้องมองเขาอย่างสำรวจ สายตาคมกริบของเท็ตสึยะ ยาชิตา ตวัดมองมาที่หล่อนผ่านเลนส์แว่นสายตาพอดี
หล่อนรีบก้มหน้ามองหนังสือตรงหน้าอย่างตั้งใจและดูเหมือนว่าเขาก็จะไม่ได้สนใจอะไรนักเพราะเสียงการสอนของเขายังคงดังอย่างต่อเนื่อง
ฝ่ามือบอบบางออกแรงกดหน้าอกข้างซ้ายมากยิ่งขึ้น ลมหายใจมันหอบกระชั้น ร่างกายบางจุดเบ่งบานขึ้นอย่างน่าตระหนก เรียวขางามหนีบเข้าหากันพร้อมกับขมิบกลีบสาวโดยอัตโนมัติ เพียงแค่สบประสานสายตากับเขาเพียงเสี้ยววินาที
“เคียวจัง....เคียวจัง”
ข้าวหอมพยายามเรียกเพื่อนที่ก้มหน้าก้มตาให้รู้สึกตัว
“เคียวจัง”
“ห่ะ...ว่าไงนะข้าวหอม”
หล่อนหันไปหาเพื่อนสาวที่มองมาด้วยสีหน้าเป็นกังวลพร้อมกับเห็นท่าทางของเพื่อนที่บุ้ยใบ้ให้หันไปมองหน้าคลาสเรียน
“อะไรหรือข้าวหอม”
เพื่อนสาวก้มหน้างุดไปแล้วหล่อนจึงหันไปมองทางหน้าคลาสเรียนก่อนจะพบว่าทุกสายตาในห้องจับจ้องมาที่ตนเอง และมันคงจะไม่รู้สึกอะไรหากไม่มีสายตาจากเขา เท็ตสึยะ ยาชิตะ
“สงสัยว่าคุณเคียวโกะจะยังคงฝันหวานอยู่”
มือบางกำเป็นหมัด ริมฝีปากอิ่มเม้มแน่น เขาจะหาเรื่องอะไรหล่อนอีก
“ถ้าตื่นแล้วคุณเคียวโกะช่วยออกมาแก้โจทย์ข้อนี้หน่อยนะครับ”
มือบางกำแน่น หล่อนจ้องมองเขาเขม็งซึ่งเขาเองก็มองมาด้วยสีหน้าราบเรียบไม่แสดงความรู้สึกใดอื่นนอกจากการเป็นผู้สอนที่ดี
“เชิญครับ”
เคียวโกะลุกขึ้นยืนพร้อมกับเดินตรงไปที่หน้าคลาสเรียน ความรู้สึกประหม่าวิ่งพล่านเข้าสู่ร่างมันเป็นความรู้สึกที่กังวลกับสายตาของเพื่อนร่วมชั้น และยิ่งมีเขายืนอยู่เบื้องหน้าอย่างนี้แล้วหล่อนจะมีสติสมาธิคิดออกหรือ
ปกติโจทย์มันก็ยากสำหรับระดับมันสมองอย่างหล่อนแล้ว แต่มันเหมือนจะยากยิ่งกว่าเดิมเมื่อรู้สึกถูกกดดันจากทุกสายตา รวมถึงเขา ไอ้คนนิสัยเสีย
มือบางจับปากกาไวท์บอร์ดก่อนที่จะขีดเขียนลงบนพื้นที่ว่างของกระดานเพื่อค้นหาคำตอบของโจทย์เบื้องหน้า
คนที่ทำหน้าที่เป็นครูเดินเข้ามาประชิดซ้อนอยู่ด้านหลัง หล่อนไม่รู้ว่ามันใกล้มากแค่ไหนแต่รับรู้ได้ถึงกลิ่นกายแสนคุ้นเคยที่มันโชยเข้ามาในจมูกจนหัวสมองมึนงง เบลอไปหมด ร่างกายปั่นป่วนและเบ่งบานอีกครั้งอย่างน่าละอาย
“ถะ ถอย ออกไปก่อนได้ไหมคะอาจารย์”
เขาจ้องมองหล่อนนิ่งมือหนาดันแว่นตาเล็กน้อย
“ครูว่าอย่างเธอคงต้องสอนกันอย่างใกล้ชิดเลยล่ะคุณเคียวโกะ เพราะโจทย์ข้อนี้ไม่ได้ยากนักแต่คุณก็กลับทำไม่ได้”
หล่อนหน้าแดงก่ำไม่รู้ว่าเพราะอับอายเพื่อนร่วมชั้นหรือเพราะความร้อนจัดของร่างกายที่มันเบ่งบานจนคัดหน้าอกไปหมด
“ฉันทำได้แต่...ตะ แต่”
ชายหนุ่มจ้องมองหล่อนนิ่งงันอย่างรอคอยคำตอบ
“แต่อะไรหรือครับ”
“อาจารย์ช่วยถอยออกไปหน่อยได้ไหมคะฉันไม่มีสมาธิ”
“ถ้าอย่างนั้นเลิกเรียนแล้วคุณไปหาผมที่ห้องพักครูด้วยล่ะกันเพราะผลการเรียนของคุณมันเข้าขั้นวิกฤตจนบารมีของพ่อคุณก็อาจช่วยไม่ได้”
“เท็ตสึยะ !!”
หล่อนเม้มปากแน่นสนิท เสียงซุบซิบนินทาหล่อนดังแซ่ด เพราะแน่นอนว่าไม่มีใครกล้าตำหนิหล่อนมาก่อน หน้างามชาวาบไปด้วยความอับอาย
กิ๊งก๊อง กิ๊งก๊อง เสียงของออดดังขึ้นเพื่อแสดงให้รู้ว่าหมดชั่วโมงเรียนในคาบนั้นแล้ว
“เอาล่ะทุกคนวันนี้พอแค่นี้ก่อน ส่วนคุณเคียวโกะเก็บสมุดของเพื่อนๆ แล้วตามผมมาที่ห้องพักครู”
หล่อนจ้องเขาเขม็งราวกับจะกินเลือดเนื้อ นี่เขาจะตามราวีหล่อนไปถึงไหนกัน
“ไม่...มันไม่ใช่หน้าที่ฉัน”
เขาแค่นยิ้มมุมปากพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงที่พอได้ยินเพียงสองคน
“เธอคงกลัวฉัน ถูกไหมเคียวจัง”
หล่อนหันขวับมองเขาทันทีแต่พ่อคุณก็ทำสีหน้าราบเรียบเป็นปกติพร้อมกับเดินจากไปด้วยมาดของอาจารย์ผู้แสนดี
“เคียวจังเธอมีเรื่องอะไรกับอาจารย์เท็ตสึยะหรือ”
คำถามของเพื่อนทำให้มือบางที่กำลังจับช้อนกินข้าวชะงักค้างกลางอากาศ ไปชั่วครู่ก่อนจะตักอาหารเข้าปากเพื่อกลบเกลื่อน
“เปล่าเสียหน่อย”
“แต่เธอดูแปลกไปตั้งแต่วันนั้น วันที่เข้าไปในห้องพักครูครั้งก่อน”
ใช่...เพื่อนของหล่อนเดาถูกแล้ว เพราะตั้งแต่นั้นมาหล่อนก็พยายามที่จะหลบหน้าเขาอยู่ตลอดแต่เหมือนโชคชะตาไม่เข้าข้างเอาเสียเลย
“ฉันรู้นะเคียวจัง....”
หล่อนเบิกตากว้างทันที “รู้อะไรหรือข้าวหอม”
“รู้ว่าเธอไม่ถูกกับอาจารย์น่ะสิ แต่อย่าคิดมากไปนะเพราะเทอมหน้าคนที่สอนวิชาคณิตศาสตร์ห้องเราน่ะก็ไม่ใช่อาจารย์เท็ตสึยะแล้วนะ”
“จริงหรือข้าวหอม”
“จริงสิเคียวจัง ฉันจะโกหกเธอทำไมล่ะจ๊ะ”
เสมือนยกภูเขาออกจากอกเพราะมันอีกแค่ไม่กี่วันเท่านั้นก็จะหมดเทอม
“น้องเคียวโกะครับ น้องเคียวโกะ !”
หล่อนทั้งคู่หันหลังกลับไปมองตามเสียงเรียกจากด้านหลัง
“มีอะไรหรือเปล่าคะ”
คนตรงหน้ายิ้มกริ่มก่อนจะยื่นเอกสารส่งให้ทั้งข้าวหอมและเด็กสาวที่ตนหมายปอง
“พอดีว่าชมรมเราเปิดรับสมัครคนน่ะครับแล้วพวกน้องๆ เองก็ต้องหาชมรมอยู่แล้ว พี่ก็เลยเอาชมรมถ่ายภาพมานำเสนอครับ”
เคียวโกะมองกระดาษตรงหน้าก่อนจะส่งมันคืนเจ้าของทันที
“เอาไว้ก่อนนะคะเคียวโกะยังไม่รู้เลยว่าจะเข้าชมรมอะไร”
ความจริงแล้วเป็นเพราะตอนนี้ในหัวมันมีแต่เรื่องของญาติผู้พี่อย่างเท็ตสึยะ ยาชิตะ ต่างหาก เพียงแค่คิดถึงเขาร่างกายมันก็ตอบสนองร้อนวาบอย่างน่าใจหาย
“เคียวจังน่าสนใจดีออก ดูนี่สิ...”
ข้าวหอมชักชวนเพื่อนให้ดู ดวงตาของเพื่อนสาวเป็นประกายในขณะที่หล่อนนั้นไม่เห็นว่ามันจะน่าสนใจตรงไหน
“ไม่เอาอ่ะข้าวหอมฉันไม่ได้ชอบถ่ายรูป”
“แต่เคียวจังเราต้องมีชมรมนะ ถ้าคะแนนสอบดีแต่ไม่มีคะแนนจากชมรมมันจะฉุดเกรดเฉลี่ยมากเลยนะรู้ไหม”
รุ่นพี่ที่ยืนอยู่อย่างฮัทสึชิรีบฉวยโอกาสนี้พูดทันที
“ถ้าอยู่ชมรมพี่เข้าร่วมกิจกรรมตามตารางก็ไม่มีปัญหาเรื่องของคะแนนที่ได้นะครับเผลอๆ จะช่วยดึงเกรดวิชาอื่นๆ ให้กับน้องด้วยนะครับ”
“เคียวโกะ นะๆ ข้าวหอมว่าดีน่าสนใจ ข้าวหอมอยากเรียนถ่ายรูปเอาไว้ไปถ่าย”
เพื่อนสาวยิ้มกริ่มยืนบิดตัวไปมา ซึ่งคนรอฟังอย่างหล่อนรู้ทันทีว่า...
“ถ่ายคุณโทคิน่ะ”
อืม ทายถูกเผงเลย หล่อนคิดภายในอกก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่เพราะเริ่มรู้สึกใจอ่อนกับเพื่อนซี้ที่ตื้อไม่เลิก
“นะ นะ นะ เคียวจัง”
“แต่ฉันไม่ชอบถ่ายรูปน่ะสิ”
“ไม่ชอบถ่ายรูปก็มาเป็นนางแบบก็ได้ครับ”
ฮัทสึชิยิ้มกว้างปากแทบฉีกไปถึงหู
หล่อนหันมามองหน้ารุ่นพี่กับเพื่อนสนิทสลับไปมาก่อนจะตอบตกลงอย่างเอือมระอา
“โอเค เข้าก็เข้าเพราะเธอเลยนะข้าวหอมฉันถึงยอมเนี่ย”
“น่ารักที่สุดเลยเคียวจังเนี่ย”
ข้าวหอมคว้าเพื่อนเข้ามากอด ในขณะที่ฮัทสึชิพูดออกมาลอยๆ แต่พอให้ได้ยินแบบแผ่วเบา
“ครับน่ารักที่สุด”
“ว่าไงนะคะพี่”
เคียวโกะหันมาถาม
“อ่อนี่ครับเอกสาร กรอกตรงหน้าให้เรียบร้อยเลยนะครับแล้วก็ส่งคืนให้พี่ได้เลย ถ้ามีอะไรสงสัยก็เบอร์โทรข้างล่างนี้”
“ค่ะ ขอบคุณนะคะ”
