บทที่ 4 เผลอหลับ NC
“เป็นอะไรหรือเปล่าเคียวโกะ ไม่สบายหรือ”
เขาไม่พูดเปล่าแต่ยกมือขึ้นแตะหน้าผากของ เด็กสาว มันทำเอาคนที่กำลังคิดเรื่องบัดสีอยู่สะดุ้งสุดตัวราวกับถูกของร้อนลวก
“มะ ไม่ ไม่ค่ะ....สบายดี”
“ก็ดีงั้นช่วยฉันจัดเอกสารฝั่งโน้นหน่อย”
หล่อนเหลือบสายตาหันไปมองโต๊ะอีกฝั่งที่มีกองเอกสารตั้งอยู่อย่างไร้ระเบียบ
“เดี๋ยวนะทำไมฉันต้องทำ”
หล่อนกำลังจะอ้าปากพูดมากกว่านี้แต่เขาชิงพูดก่อนด้วยท่าทางที่สุขุมจริงจัง
“ฉันเป็นอาจารย์และเธอเป็นนักเรียนมันคงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรถูกไหม รีบทำซ่ะจะได้รีบกลับบ้าน”
เขาพูดจบก็หมุนตัวกลับไปทำงานที่โต๊ะทำงานตัวโตโดยไม่แม้แต่จะเหลียวมองหล่อนแม้แต่น้อย
“ค่ะ”
หรือหล่อนจะคิดระแวงมากเกินไปเพราะเท็ตสึยะ ยาชิตะ ในยามนี้ดูจริงจังกับการทำงาน เขาคงไม่คิดทำอะไรพิเรนท์อย่างวันนั้นอีก
หล่อนเดินตรงไปที่โต๊ะอีกฝั่งพร้อมกับทรุดตัวลงนั่งมือบางหยิบจับเอกสารแยกประเภทตามความเข้าใจแม้ภายในอกจะกรีดร้องตั้งคำถามด้วยความน่าตระหนก
“เท็ตสึยะจะไม่ทำอะไรหล่อนจริงๆ นะหรือ”
มันควรน่ายินดีไม่ใช่หรือแต่ทำไมร่างกายสาวถึงปวดร้าวเบ่งบานอย่างประหลาด
ดวงตากลมโตแอบชำเลืองมองคนที่ตั้งหน้าตั้งตาทำงานเท็ตสึยะ ยาชิตา ใบหน้าที่ดูสุขุมจริงจังมันน่าดึงดูดไม่น้อยจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เขาจะฮอตในหมู่เด็กนักเรียน
ลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดพวงแก้มเนียนใสของหล่อนในยามนี้ช่างน่ารำคาญนักเพราะมันรบกวนเวลาการหลับนอนของหล่อนอย่างไงเล่า
“อือ…อือ อย่ากวน คนจะนอน”
ป้ามิกิทำไมถึงได้ตามกวนหล่อนนัก
“ป้ามิกิ เคียวโกะขอนอนอีกแป๊บนะคะ”
ดูเหมือนป้าจะไม่เข้าใจเพราะมือไม้ของป้ามิกิในวันนี้ไม่ได้แตะที่ท่อนแขนของหล่อนอย่างเช่นทุกวันแต่กลับตะปบบลงบนหน้าอกของหล่อนแล้วออกแรงขยำ
สติที่มีมันกลับสู่ร่างทันที หล่อนไม่ได้อยู่ที่บ้านแล้วใครล่ะที่กำลังป้วนเปี้ยนกับร่างกายของหล่อน ดวงตากลมโตที่ปิดสนิทรีบลืมขึ้นทันที
“ตื่นแล้วหรือเคียวจัง”
“นาย !!!”
มือบางทั้งสองข้างรีบดันใบหน้าหล่อเหลาที่อยู่ห่างเพียงไม่ถึงหนึ่งเซนติเมตร ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดใบหน้าจนหล่อนขนลุกไปทั้งกาย
“ขยับออกไปเดี๋ยวนี้เลยนะ ทำบ้าอะไรของนายเนี่ย”
สายตาและท่าทางของเขามันต่างจากอาจารย์เท็ตสึยะเมื่อครู่อย่างมาก ดวงตาคมกริบมันเต็มไปด้วยประกายบางอย่าง รอยยิ้มมุมปากผุดพรายขึ้น
“ไม่ฉันไม่ขยับเธอมีปัญหาอะไรไหมเคียวจัง”
ท่าทางลักษณะแบบนี้ล่ะ…ใช่เลยเท็ตสึยะ ยาชิตะ ตัวจริงที่คอยตามกลั่นแกล้งหล่อนอยู่แบบนี้
ร่างสาวนอนราบอยู่กับพื้นในขณะที่ถูกเขาคร่อมทับเอาไว้ทั้งตัว
“เอามือของนายออกไปจากเนื้อตัวฉันเดี๋ยวนี้”
มีหรือที่เขาจะทำตามแน่นอนว่ามือหนาไม่ได้ขยับไปจากหน้าอกอวบของหล่อนแม้แต่น้อยแต่กลับออกแรงขยำขยี้มากยิ่งขึ้น
“อ๊ะ ยะ อย่า อ๊ะ”
พยายามรวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีเพื่อผลักไสเขาแต่มือทั้งสองข้างถูกตรึงเอาไว้ด้วยมือหนาทั้งสองข้างที่แข็งแกร่งไม่ต่างจากคีมเหล็ก
“อย่าทำแบบนี้ นายอย่าแกล้งฉันจะได้ไหม”
“ฉันไม่ได้แกล้ง”
ปากหนาหนักงาบงับปลายถันของหล่อนผ่านเสื้อผ้าแต่มันกลับถูกจุดจนหล่อนต้องหลุดเสียงครางกระเส่า
“อ๊า อ๊ะ… ยะ อย่า นายหยุดเดี๋ยวนี้เลยนะ”
ปากหนาหนักกดน้ำหนักลงมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม ฝ่ามืออุ่นร้อนบีบเคล้นคลึงหน้าอกอวบมันนุ่มหยุ่นสู้ฝ่ามือเขาราวกลับมีสปริงภายใน
“อ่า นุ่มเด้ง สู้มือมาก เรียกฉันว่าเท็นสิเคียวจัง อ่า….”
หล่อนกัดฟันแน่นความปั่นป่วนในร่างสาวมันพวยพุ่งขึ้นสูงจนกลีบสาวฉ่ำแฉะไปด้วยน้ำเสี้ยน
“มะ ม่ะ ไม่ หยุด อ๊ะ ปล่อยฉัน อ๊ะ อย่าแกล้งฉัน”
หล่อนรู้ตัวว่ากำลังจะถูกเขาปลุกปั่นอย่างเมื่อครั้งก่อน ที่หล่อนนอนแบให้เขาเลียกลีบอย่างสิ้นสภาพบนโต๊ะทำงานแต่กลับหยุดยั้งความรู้สึกเหล่านี้ไม่ได้แม้แต่น้อย
ไม่ว่าจะเป็นฝ่ามือ กลิ่นกาย ทุกสิ่งที่เป็นเขาร่างกายของหล่อนมันตอบสนองมากกว่าการสั่งการด้วยสมองของหล่อนเสียด้วยซ้ำ
“ฉันทำอะไรให้ อ๊ะ อย่า ทำไมนายต้องมาคอยแกล้งฉัน เกลียดอะไรฉันนัก อ๊ะ”
มือหนาล้วงต่ำใต้กระโปรง เรียวขางามหนีบเข้าหากันแต่เขากลับฉีกมันออกอย่างอุกอาจ
ฝ่ามืออุ่นร้อนตะปบลงบนโหนกเนินนางแพนตี้ สีหวานของเด็กสาวที่เปียกชื้นเป็นคราบทำเขาน้ำลายสอ
“ฉันเคยบอกหรือว่าเกลียดเธอ”
เสื้อสีขาวถูกถลกขึ้นไปกองเหนือหน้าอกความอวบอัดที่ห้อหุ้มด้วยบราเซียร์สีหวานปรากฏแก่สายตา เขาเคยเห็นหน้าอกผู้หญิงมามากแต่ไม่เคยมีใครทำให้รู้สึกลำคอแห้งผาดเต็มไปด้วยความกระหายถึงเพียงนี้
“อ๊ะ อ่า….`อย่า”
หล่อนไม่ทันได้ตั้งคำถามอะไรอีกเพราะมือหนาแหวกบราเซียร์ให้เห็นปลายถันสีหวาน
“อ่า…ชมพูเสียด้วย โอ้ววว ขอเลียหน่อยนะ อ่า”
ลิ้นแกร่งตวัดเลียถี่ระรัวที่ปลายถันพร้อมกับดูดดึงขบเม้มจนมันแข็งชันเป็นไต
“หยุดนะ อ๊ะ อย่า ฉันเกลียดนาย อ๊ะ เกลียด”
คำพูดของหล่อนทำให้คนที่กำลังก้มหน้าตะโบมเลียเต้าอวบต้องหยุดชะงักแล้วเงยหน้าหล่อเหลาที่ยามนี้ปราศจากแว่นตา
“เกลียดฉันอย่างนั้นหรือเคียวโกะ”
ใบหน้าหล่อเหลาราบเรียบไม่แม้แต่จะแสดงอารมณ์ใด ไม่มีแววของรอยยิ้มทะเล้นอย่างตอนแรกให้เห็นมีเพียงแววตาที่มันแปรเปลี่ยนไป มันเหมือนกับวันนั้นไม่มีผิด วันที่เขาละเลงลิ้นกับกลีบสาว
กายสาวสั่นสะท้านทันทีเมื่อเห็นสายตาของเขาที่ไม่เหมือนกับวันนั้น
“เดี๋ยว อ๊ะ….”
มือหนาบีบเคล้นเต้าอวบทั้งสองข้างอย่างเต็มแรงจนมันแทบแหลกเหลว นิ้วมือของเขาบี้ที่ปลายถันของหล่อนจนมันบวมเป่ง
“เกลียดฉันใช่ไหม เคียวโกะ เกลียดฉันใช่ไหม”
เขาพูดมันพึมพำน้ำเสียงดุดัน ทุกสัมผัสเต็มไปด้วยความรุนแรงตามโทสะที่พุ่งทะยานขึ้นเมื่อได้ยินคำว่าเกลียดจากคนใต้ร่าง
“อ๊ะ เจ็บ อ๊ะ ปล่อยฉัน อ๊ะ ฉันเกลียดนาย”
หล่อนเห็นเขายิ้มหันก่อนจะเคลื่อนฝ่ามือลงที่เรียวขางาม
“ไม่ ไม่นะ อย่า ยะ อย่า”
ดวงตากลมโตเบิกกว้างภาพในวันนั้นที่หล่อนนอนอ้าขาบนโต๊ะทำงานของเขาแล้วถูกเลียกลีบมันทำให้กลับมาดิ้นรนอีกครั้ง
“เธอคิดว่าจะหนี…”
เขาเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดประโยคที่เหลือ ใบหน้าหล่อเหลายิ้มเยือกเย็นจนคนมองสั่นสะท้าน
“ลิ้นของฉันพ้นหรือ”
ไม่เพียงแค่คำพูดแต่เขากลับแลบลิ้นสีแดงสดออกมา แล้วตวัดปลายลิ้นขึ้นลงจนคนมองเสียวไปทั้งร่อง น้ำเสี้ยนมันเอ่อล้นทะลักออกมาจนหล่อนต้องขมิบมันอย่างน่าสมเพช
“ไม่ ไม่นะ อย่าทำ ฉันจะไม่ยอมนายอีกแล้ว มันจะไม่เกิดขึ้นอีก”
“เธอคิดผิดแล้วเพราะฉันจะทำมันอีก จะเลียเธอ ทุกซอกทุกมุม จนกว่าเธอจะ…..”
สายตาคมกริบกวาดมองช่วงล่างอย่างหื่นกระหายแม้จะมีกระโปรงปกปิดหมิ่นเหม่แต่แค่เขามองหล่อนก็ร้อนฉ่าไปทั้งเนิน
“แตกคาปาก”
“ไอ้คนหยาบคาย ไอ้คนลามก”
จะมีใครรู้บ้างไหมตัวตนที่แท้จริงของอาจารย์หนุ่มที่แสนน่านับถือมีดีกรีเป็นถึงอัจฉริยะ แต่แท้ที่จริงแล้วสุดแสนจะน่ากลัว เขาปกปิดความหื่นกระหายนี้เอาไว้ได้อย่างแนบเนียนภายใต้รอยยิ้มแสนสุภาพ
“อ๊ะ อือ….”
มือหนาตลบกระโปรงจีบรอบขึ้นมากองที่เอวคอดกิ่ว ฝ่ามืออุ่นร้อนขยำที่เนินสาวแสนโหนกนูนทันที
“น้ำของเธอมันแฉะ เชียวเคียวจัง อ่า…ทำไมเครื่องร้อนขนาดนี้ล่ะ โอ้ว น่าเลียชะมัด”
มือบางพยายามดันใบหน้าของเขาเอาไว้ไม่ให้ก้มลงที่ระหว่างเรียวขา
“อย่านะ อ๊ะ อย่า”
“ดื้อเหลือเกินนะ รู้ไหม ว่าเด็กดื้อจะเป็นยังไง”
มือหนาปลดเนคไทที่คอก่อนจะใช้มันมัดมือบางทั้งสองข้างเอาไว้ด้วยกัน
“นายมันบ้าไปแล้ว อ๊ะ เท็ตสึยะ ปล่อยนะ”
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูห้องมันเหมือนกับเสียงสวรรค์ของหล่อน มีคนมา แน่นอนว่ามันเป็นสัญญาณว่าหล่อนจะหลุดพ้นจากสถานการณ์น่าอัปยศเยี่ยงนี้
เท็ตสึยะ ยาชิตะ ยิ้มมุมปากจนคนมองเสียวสะท้านไปทั้งกาย เขายิ้มเย็นยะเยือกแบบนี้หมายความเช่นไร
มือหนายกขึ้นมาก่อนจะใช้นิ้วชี้แตะที่ริมฝีปากของตนเอง
“เงียบเอาไว้ถ้าเธอไม่อยากอายคนทั้งโรงเรียน”
เด็กสาวยังคงไม่เข้าใจสถานการณ์ แต่เมื่อเสียงเปิดประตูดังขึ้นพร้อมกับเสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามา
แทนที่เขาจะผละตัวออกห่างแต่กลับใช้มือหนาแหวกแพนตี้ตัวจิ๋ว พร้อมกับกดใบหน้าลงหากลีบฉ่ำทันที
“อ๊ะ…..”
