บทที่ 1 เรื่องราวอันน่าอัปยศ
เคียวโกะ ยาชิตะ วัย 17 ปี หล่อนเป็นบุตรสาวของ โทโยะ ยาชิตะ เจ้าของสถานศึกษาชื่อดังของโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การเรียนการสอนตั้งแต่แรกเริ่มจนถึงปริญญาเอกด้วยระบบการเรียนการสอนที่ทันสมัยไปด้วยอุปกรณ์ที่พร้อมตอบสนองนักเรียน นักศึกษาทุกระดับชั้น
เคียวโกะ ยาชิตะ หล่อนเป็นบุตรนอกสมรส มารดาของหล่อนนั้นเสียชีวิตตั้งแต่เด็กสาวยังจำความไม่ได้ แน่นอนว่าโทโยะ ยาชิตะ เลี้ยงดูหล่อนเป็นอย่างดีแต่ทว่าหล่อนไม่ใช่บุตรที่เขาโปรดปรานนัก
มือบางผูกโบว์ให้กับผมที่ถูกรวบเอาไว้ด้านหลัง ร่างบางหมุนตัวไปมาอยู่หน้าบานกระจกใหญ่เพื่อเช็คความเรียบร้อยของการแต่งกาย
“เรียบร้อยยังเนี่ย....”
หล่อนหมุนตัวอยู่นานก่อนจะจ้องมองเงาที่สะท้อนในบานกระจก
“ก็ไม่ได้ขี้เหร่เสียหน่อยทำไมยังหาแฟนไม่ได้กันนะ”
จมูกโด่งพอเหมาะ ริมฝีปากอวบอิ่ม ผิวขาวกำลังดีไม่ขาวจนเกินไป ดวงตารียาวยกหยัดแบบหางหงษ์มันทำให้ดวงตาของเด็กสาวเต็มไปด้วยเสน่ห์
ส่วนหนึ่งคงเพราะสายเลือดครึ่งหนึ่งจากมารดาที่เป็นคนไทยผสมผสานกับบิดาที่เป็นชาวญี่ปุ่นมันทำให้หล่อนสวยกว่าสาวแดนปลาดิบทั่วไป
ก๊อก ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูดังขึ้น ก่อนมันจะถูกเปิดออกพร้อมกับร่างท้วมของป้าแม่บ้าน
“คุณหนูคะคุณท่านให้มาตามแล้วค่ะ”
“ขอบคุณค่ะป้าเดี๋ยวหนูจะรีบตามลงไปนะคะ”
ป้าแม่บ้านรู้ดีว่าเด็กสาวตอบรับไปเช่นนั้นเพราะไม่ได้มีทีท่าจะรีบร้อนแม้แต่น้อย
“คุณหนูรีบลงไปนะคะวันนี้คุณท่านอารมณ์ไม่ค่อยดีด้วยค่ะ”
เคียวโกะหันมามองคนสูงวัยก่อนจะถอนหายใจออกมาเพราะรู้ดีว่าบิดาคงมีเรื่องจะพูดกับตนเอง
“โอเคค่ะป้า เคียวโกะจะรีบไปหาคุณพ่อเดี๋ยวนี้เลยโอเคไหมคะ ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะเคียวโกะไม่ทำให้ท่านหงุดหงิดแต่เช้าหรอกค่ะ”
หล่อนเดินตรงมาหอมแก้มที่เต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งวัยของป้าแม่บ้านอย่างเอาใจ
“อุ๊ยคุณหนูเนี้ยไม่ต้องมาแกล้งหอมเอาใจป้าเลยนะคะรีบลงไปหาคุณท่านก่อนเถอะค่ะ”
“ค่ะๆๆ เคียวโกะไปก่อนนะคะ”
ร่างบอบบางส่วนสูงหนึ่งร้อยห้าสิบแปดแม้ไม่ใช่สัดส่วนนางแบบแต่กลับสมส่วนอย่างน่ากกกอดตามแบบฉบับสาวเอเชีย กึ่งวิ่งกึ่งเดินลงบันไดไปอย่างรวดเร็ว
“คุณหนูนะคุณหนู”
ป้ามิกิผู้เป็นแม่บ้านใหญ่มองตามด้วยสายตาเอ็นดูระคนเป็นห่วงเพราะหล่อนเป็นคนเลี้ยงดูเด็กสาวตั้งแต่วัยเยาว์
โทโยะ ยาชิตะ วัย 57 เป็นเจ้าของสถานศึกษาที่มีชื่อเสียงที่สุดของเมืองนี้ เขาประสบความสำเร็จในเรื่องธุรกิจแต่กลับล้มเหลวในเรื่องของความรัก
ย้อนไปเมื่อสิบกว่าปีก่อนเขาและ จินตนา มารดาของเคียวโกะพบรักกัน แต่ทว่ามารดาของเขากลับบังคับให้เขาแต่งงานกับผู้หญิงอีกคนซึ่งเขาไม่สามารถปฏิเสธได้จวบจนกระทั่งมารู้ภายหลังว่าจินตนาเสียชีวิตเพราะอุบัติเหตุ แต่โชคยังดีที่หล่อนทิ้งเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาเอาไว้ให้เป็นของขวัญ
“มาแล้วหรือ กว่าจะมาได้”
ร่างของเด็กสาวปรากฏอยู่กลางห้องนั่งเล่นที่ถูกตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ Louis Vuitton เป็นหลัก
น้ำเสียงเหยียดหยามของผู้เป็นแม่เลี้ยงดังขึ้นมันทำให้เด็กสาวเม้มริมฝีปากอิ่มแน่นเป็นเส้นตรง หล่อนไม่อยากตอบโต้กับผู้ที่อาวุโวกว่า
“มานั่งตรงนี้”
“ค่ะคุณพ่อ”
หล่อนไม่สนใจสายตาของผู้เป็นแม่เลี้ยงพร้อมกับเดินอ้อมมานั่งโซฟาตัวที่อยู่ติดกับบิดา
“คุณพ่อให้ป้ามิกิไปตามมีอะไรกับเคียวโกะหรือคะ”
“ก็จะอะไรเสียอีกล่ะ ก็เรื่องผลการเรียนที่มันส่อให้เห็นถึงสมองของหล่อนยังไงล่ะ”
“โนริโกะ !!”
น้ำเสียงราบเรียบแต่เต็มไปด้วยอำนาจของผู้เป็นประมุขของบ้านดังขึ้นทำเอาคนที่กำลังทำหน้าเหยียดหยันต้องหุบปากทันที
“ค่ะคุณพี่...”
โนริโกะเบ้หน้าพร้อมกับกระแทกเสียงทำฟึดฟัด
“ผลการเรียนเป็นอย่างไรบ้าง”
โทโยะ ยาชิตะ หันมาถามบุตรสาว
“ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ค่ะ”
“ทุกวิชา ?”
เคียวโกะ หน้าม่อยเพราะมันคือเรื่องจริง หล่อนพยายามแล้วนะแต่มันก็แค่พอผ่านคาบเส้นทุกครั้งก็น่าจะเพียงพอแล้วไม่ใช่หรือ
“ค่ะคุณพ่อ”
“คุณพี่รู้ไหมคะว่าคัลโตะเรียนดีทุกวิชาเลยนะคะ” ผู้เป็นแม่เลี้ยงยิ้มเยาะ โดยที่โทโยะพยักหน้ารับรู้ถึงการเรียนของบุตรชายของตนที่เกิดกับโนริโกะ
“ตระกูลของเราเนี่ยหัวดีฉลาดมันคงสืบเนื่องจากพันธุ์กรรมนะคะ ดูอย่างเท็นสิคะรายนั้นก็ฉลาดเก่งไปเสียทุกอย่าง”
เท็น หรือ เท็ตสึยะคือหลานชายซึ่งเป็นคนโปรดของ โทโยะ ยาชิตะ
“สงสัยว่าเคียวโกะจะได้แม่มาเยอะ”
เด็กสาวกำมือแน่นข่มความโมโหที่มารดาของหล่อนถูกคนตรงหน้าถากถางทั้งที่ท่านเสียไปนานแล้ว
“คุณป้าโนริโกะพูดอะไรช่วยให้เกียรติแม่ของเคียวโกะหน่อยจะได้ไหมคะ”
“หนอย...ยัยเด็กนี่ !!”
“หยุด พอได้แล้ว โนริโกะ เธอควรจะหยุดพูดแบบนี้ได้แล้ว ส่วนเคียวโกะ...”
โทโยะหันหน้ากลับมาหาบุตรสาวที่หน้าตาเหมือนกับคนรักของเขาที่จากไป
“ไปเรียนได้แล้ว และหวังว่าผลการเรียนของเทอมนี้จะดีกว่าเก่า”
“ค่ะคุณพ่อ”
หล่อนยกมือขึ้นไหว้คนเป็นบิดาก่อนจะทำความเคารพแม่เลี้ยงแบบฉบับคนญี่ปุ่น โนริโกะทำเป็นเมินแต่เด็กสาวไม่ได้ใสใจนัก
“เคียวจัง”
หล่อนหันไปมองตามเสียงก่อนจะเห็นข้าวหอมก้าวลงจากรถลีมูซีนสีดำสนิทพร้อมกับคนเป็นสามีที่เดินตามลงมาส่ง
คนทั้งคู่ล่ำลากันอย่างยืดเยื้อจนมดแทบกัดหล่อนตาย
“เป็นไงบ้างดูมีความสุขเหลือเกินนะจ๊ะข้าวหอม”
หล่อนเดินเข้าไปโอบไหล่ของเพื่อนสนิทที่ยืนมองท้ายรถลีมูซันที่กำลังเคลื่อนออกไปจากสถานศึกษา
“แหมห่างกันแป๊บเดียวไม่เป็นอะไรหรอกจริงไหม”
คนถูกแซวหน้าแดงก่ำก่อนจะกลบเกลื่อนด้วยการตั้งคำถามเพื่อนสาวแทน
“เอ้า...แล้วเคียวจังล่ะเห็นว่าไปนัดบอดมาเจอหนุ่มๆ ที่ถูกใจบ้างไหม”
“รอบที่แล้วฉันไม่ได้ไปน่ะ พอดีว่าพ่อเรียกกลับบ้านกะทันหัน”
“อ้าวน่าเสียดายแทนหนุ่มๆ ที่อดเจอสาวสวยแบบเธอ”
เคียวโกะยกมือขึ้นพร้อมกับกำแน่นเป็นหมัดแล้วดึงเข้าหาตัว
“ครั้งนี้ฉันจะไม่พลาดอีก”
หล่อนทำสีหน้ามุ่งมั่นจนเพื่อนสนิทขำขัน
“ชีวิตวัยเรียนอย่างเรา นอกจากตั้งใจเรียนแล้วก็ต้องมีหนุ่มๆ สักคนไปเดทบ้างล่ะน้า”
“เห็นทีข้าวหอมคงจะหมดสิทธิ์แล้วล่ะเคียวจัง ถ้าข้าวหอมทำแบบนั้นรับรองตายแน่ๆ”
สองสาวพูดคุยกันทุกเรื่องตลอดการเดินทางไปที่คลาสเรียน
“เอ่อ...ว่าแต่เกรดเทอมที่แล้วเป็นไงบ้างเคียวจัง”
หล่อนยื่นกระดาษผลคะแนนให้เพื่อนดูก่อนจะทำหน้าม่อยเศร้าสลด
“ทำไงได้ฉันไม่ฉลาดแบบเธอนี่หน่าข้าวหอม”
ความจริงแล้วผลการเรียนของเด็กสาวมันก็ไม่ได้ย่ำแย่นักเพราะมันผ่านทุกวิชาแต่ทว่าผลคะแนนมันไม่ได้เหมาะสมกับคนเป็นบุตรสาวเจ้าของสถานศึกษา
“อย่าเครียดไปนะเคียวจังถ้าตั้งใจรับรองเธอทำได้แน่แต่วิชาคณิตศาสตร์อาจจะต้องติวบ่อยๆ หน่อย”
หล่อนพยักหน้าหงึกๆ แต่เมื่อนึกถึงวิชาคณิตศาสตร์หัวใจสาวมันแกว่งทันที
เท็ตสึยะ ยาชิตะ หรือ เท็น วัย 29 ชายหนุ่มที่เต็มไปด้วยความเพียบพร้อมทั้งคุณสมบัติและรูปลักษณ์เขาจบการศึกษาด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง
เขาเป็นอัจฉริยะด้านการคำนวณและที่สำคัญเขาสามารถจดจำเรื่องราวทุกสิ่งอย่างได้เป็นอย่างดีฉะนั้นการที่ชายหนุ่มมาเป็นครูวิชาคณิตศาสตร์ให้กับสถานศึกษาแห่งนี้ทำให้ โทโยะ ยาชิตะ ผู้เป็นลุงพึงพอใจเป็นอย่างมาก
ภาพเหตุการณ์เมื่อเดือนก่อนที่ห้องพักครูระเบิดขึ้นในหัวสวยๆ ทันที
“นายจงใจแกล้งฉันใช่ไหม”
หล่อนรู้ว่าเขาจงใจแกล้งหล่อนด้วยการให้ชีท ทดสอบยากกว่าของคนอื่น หล่อนเถียงกับเขาและสุดท้ายมันจบด้วยการที่เขาจูบหล่อนและยิ่งไปกว่านั้น
เขาจับหล่อนขึ้นพาดกับโต๊ะทำงานแล้วละเลงลิ้นและนิ้วมือกับกลีบสาว เมื่อนึกขึ้นมาใบหน้างามแดงก่ำทันที
สัมผัสจากปลายลิ้นอุ่นร้อนที่จ้วงจุ่มเข้ามามันยังคงติดตรึงชนิดที่หล่อนไม่อาจลบเลือน เพียงแค่นึกถึงกลีบสาวมันก็หยาดเยิ้มอย่างน่าประหลาดใจ
หล่อนรู้จักเขาดีชายหนุ่มสุขุมสุภาพกับทุกคนแต่เมื่ออยู่กับหล่อนเขากลายเป็นอีกคน เสมือนมีสองบุคลิกในกาย
เขาตามกลั่นแกล้งหล่อนอยู่ตลอดเวลานั่นคงเพราะเขาไม่ชอบขี้หน้าหล่อน เพราะหล่อนคือผลผลิตนอกสมรสที่ทำให้ตระกูล ยาชิตะ ต้องด่างพร้อย
“เคียวจังเป็นอะไรหรือเปล่าหน้าแดงเชียว”
“เปล่าๆ ฉันไม่ได้เป็นอะไร”
มือบางยกขึ้นจับแก้มของตนเองทั้งสองข้างก่อนจะรีบกลบเกลื่อน
“ว่าแต่หลังเลิกเรียนข้าวหอมติวให้ฉันหน่อยนะ”
“ได้สิไม่ต้องเป็นห่วง”
“แล้วจะไม่ไปนัดบอดแล้วหรือ”
“เอาไว้ก่อนล่ะกัน ฉันไม่อยากโดนพ่อกินหัวเอาน่ะสิ”
ถึงแม้จะอยากไปนัดบอดสักแค่ไหนแต่หล่อนย่อมรู้ดีว่าตอนนี้สิ่งที่ต้องทำคือการตั้งใจทบทวนบทเรียนเพื่อผลคะแนนที่ดีขึ้น
