บทที่ 3 คลุมถุงชน 2
ตะวันเริ่มลาลับขอบฟ้าจนร่วงเลยมาเป็นเวลาช่วงค่ำ แต่ภูผายังนั่งอยู่ในห้องทำงาน เป็นกรวิทย์เสียเองต้องเดินเข้ามาเรียก เพราะคุณหญิงวิมลโทรมาตามให้กลับเรือนด่วน
ก๊อกๆ เสียงเคาะประตูทำให้ภูผาละสายตาออกจากกองเอกสาร
"เชิญ..."
"นายน้อยครับ เอ่อ...นายแม่โทรมาตามให้รีบกลับเรือนครับ"กรวิทย์ยังรู้สึกไม่ชินกับสายตาเย็นชาของภูผา จึงพูดตะกุกตะกักออกมา
"อืม"ภูผาจำใจลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนจะเดินตามกรวิทย์ไปที่รถแล้วมุ่งตรงกลับเรือนใหญ่ทันที...
เสียงรถยนต์วิ่งเข้ามาในเรือนใหญ่ทำให้คุณหญิงวิมลหันไปพูดกับชมพริ้งอย่างเร็วไว
"สงสัยตาภูคงมาถึงแล้วล่ะ"ชมพริ้งถึงกับใจเต้นระส่ำระส่าย เมื่อรู้ว่าจะได้เจอหน้าคนที่เธอแอบมีใจให้ตั้งแต่แรกเห็น
"พริ้งรีบไปหาน้ำมาให้พี่เขาดื่มสิลูก"คุณหญิงบานชื่นหันมาช่วยอีกแรง
"ค่ะคุณแม่"ชมพริ้งรีบเดินไปเอาแก้วน้ำ แล้วเดินเอาไปให้ภูผาอย่างเคอะเขิน
ภูผาเดินเข้ามาในตัวบ้านด้วยความงุนงง เพราะเห็นแขกของมารดานั่งอยู่โต๊ะรับประทานอาหาร มีแขกแล้วทำไมถึงเรียกเขากลับมาเร็วจัง
ร่างสูงกำลังจะเดินผ่าน จู่ๆ เสียงหวานใสก็ดังขึ้นมาจากทางด้านหลัง เขาจึงหันกลับมามอง
"เอ่อพี่ภูคะ...น้ำค่ะ"ชมพริ้งเมื่ออยู่ระยะประชิดกับภูผา เธอก็แทบละลายลงตรงนี้ คนอะไรหล่อเป็นบ้าเลย
ภูผายังรู้สึกงงๆ อยู่ แต่ถ้าไม่รับเอาไว้คงจะเสียมารยาทน่าดู
"เอ่อ...ขอบคุณครับ...แล้วน้องพริ้งมาทำอะไรที่นี่"แค่ภูผาเรียกชื่อ เธอก็บิดตัวไปมาอย่างเขินอาย
"ตาภูมาก็ดีแล้ว...มาทานข้าวกันลูก"คุณหญิงวิมลเมื่อเห็นทั้งสองคุยกันก็รีบยิ้มกริ่ม
ภูผาที่ยังจับต้นชนปลายไม่ถูกจึงเดินเข้าไปในห้องอาหารพร้อมชมพริ้งตามคำบอกกล่าวของผู้ใหญ่...
"ตาภูตักอาหารให้น้องหน่อยลูก"
ระหว่างที่รับประทานอาหาร คุณหญิงวิมลก็รีบสร้างความสัมพันธ์ให้ทั้งสองทันที ภูผาจึงจำใจตักอาหารให้ชมพริ้งไป เขารู้สึกถึงลางไม่ดีขึ้นมาเรื่อยๆ ขออย่าเป็นอย่างที่คิดไว้ก็พอ
หลังจากที่ทุกคนรับประทานอาหารเย็นเสร็จแล้ว คุณหญิงวิมลก็รีบเปิดประเด็นทันที
"ตาภูแม่ว่าคงถึงเวลาที่ลูกควรจะเป็นฝั่งเป็นฝาได้แล้วนะ...แม่อยากให้ลูกแต่งงานกับหนูชมพริ้ง~"
ภูผาได้ยินดังนั้นถึงกับเบิกตากว้างตกใจ คิดไว้แล้วไม่มีผิด มารดาต้องจับเขาแต่งงานสักวัน ในที่สุดมันก็มาถึงจริงๆ อย่าคิดว่าเขาจะยอมง่ายๆ เพราะตอนนี้เขาหวงชีวิตโสดยิ่งกว่าอะไรเสียอีก
"แต่คุณแม่ครับผมมะ! .."ภูผายังพูดไปไม่ถึงไหน คุณหญิงวิมลก็แทรกขึ้น
"ตาภูคงตกใจอยู่น่ะจ้ะ...เอาเป็นว่าอีกสองอาทิตย์พี่จะหมั้นหมายหนูพริ้งไว้ก่อน"เมื่อรู้ว่าลูกชายจะปฏิเสธ คุณหญิงวิมลรีบพูดเออเองเสร็จสรรพทั้งหมด สองแม่ลูกได้ยินถ้อยคำเมื่อครู่ ก็ยิ้มกริ่มไปด้วยความดีใจ
"คุณแม่ผมไม่! .."ภูผากำลังจะแสดงความคิดเห็นอีกครั้ง คุณหญิงวิมลจึงหันขวับมาด้วยความโกรธ เขาจำใจต้องหุบปากลง
"คุณพี่ว่ายังไงน้องก็ตามนั้นเลยค่ะ...นี่ก็มืดค่ำแล้วงั้นน้องกับลูกพริ้งคงต้องขอตัวกลับก่อนนะคะ"คุณหญิงบานชื่นพูดด้วยน้ำเสียงเบิกบานที่สุดในชีวิต สงสัยกลับถึงบ้านต้องรีบไปป่าวประกาศให้คนในละแวกรู้เรื่องสักหน่อยแล้วแหละ ว่าเธอได้เป็นดองกับไร่เคียงตะวัน
"ตาภูเดินไปส่งน้อง...เร็ว! "
ด้วยความที่ไม่อยากขัดใจมารดา ภูผาจึงต้องเดินไปส่งชมพริ้งและคุณหญิงบานชื่นด้วยอารมณ์ขุ่นมัว
"น้องพริ้งดีใจมากเลยนะคะ ที่จะได้แต่งงานกับพี่ภู~"ระหว่างทางเดินชมพริ้งก็รีบสร้างความสัมพันธ์กับภูผาอย่างรวดเร็ว
"เอ่อครับ..."ด้วยความที่ภูผาเป็นคนรักษาน้ำใจคน จึงทำให้เขาพูดในสิ่งที่ตรงกันข้าม ชมพริ้งได้ยินดังนั้นหน้าก็ขึ้นสีแดงระเรื่อ
"งั้นน้องพริ้งกลับก่อนนะคะ...ฟอด~"ชมพริ้งรีบเขย่งปลายเท้าขึ้นไปหอมแก้มภูผาอย่างเร็วไว ก่อนจะรีบเดินหนีไปด้วยความเขินอาย
ภูผามองตามอย่างไม่ชอบใจ นี่น่ะหรอคนที่มารดาอยากได้มาเป็นลูกสะใภ้ เจอกันยังไม่ทันไรก็ถึงเนื้อถึงตัวกันซะแล้ว เขาต้องไปคุยกับมารดาให้รู้เรื่อง ยังไงเขาก็ไม่ยอมแต่งงานเด็ดขาด...
