เสน่หามาเฟียเถื่อน บทที่ 5 พาเที่ยว
ไกอาลงจากรถของวินเซนต์มาหลังจากที่เธอตัดสินใจให้เบอร์โทรศัพท์กับชายหนุ่มไปแล้ว อลิซยืนรออยู่หน้าโรงแรมหรูและเธอกำลังอมยิ้มบางๆ ให้ไกอาที่กำลังเดินตรงมาหาเธอ
“ยิ้มอะไรของแก” ไกอาเอ่ยถามด้วยใบหน้ายิ้มๆ
“ป๊าววว...แล้วแกล่ะ แอบอมยิ้มอะไร” อลิซเลิกคิ้วสูงถามกลับด้วยใบหน้าที่แฝงไปด้วยเลศนัยบางอย่าง
“ฉันไม่ได้ยิ้มสักหน่อย” ไกอาทำเป็นปฏิเสธเสียงแข็ง
“จ้าาา...ไม่ได้ยิ้มก็ไม่ได้ยิ้ม”
สิ้นเสียงอลิซ ไกอารีบปลีกตัวเดินหนีเพื่อนสาวเข้าไปในโรงแรมหรูด้วยใบหน้าที่อิ่มเอม อลิซยกยิ้มและรีบเดินตามหลังเพื่อนไปติดๆ
ทั้งสองสาวแยกย้ายกันกลับห้องพักของตัวเอง ไกอาใช้เวลาอาบน้ำอยู่สักพักหนึ่งด้วยความรู้สึกที่เธอไม่ได้สัมผัสมานานแล้ว ความรู้สึกหัวใจพองโตมันเป็นแบบนี้เองสินะ
ในเช้าวันต่อมา สองสาวเดินออกมาจากโรงแรมหรู รถยนต์คันสีดำเงาที่มาส่งพวกเธอเมื่อคืนจอดรออยู่ด้านหน้าของโรงแรมพร้อมกับชายหนุ่มที่สวมเสื้อเชิ้ตสีดำกับกางเกงสแล็คสีเข้ากัน วินเซนต์ยืนพิงรถรอสาวๆ ด้วยท่าทางนิ่งเรียบ
“รอนานไหมคะ” ไกอาเดินมาหยุดอยู่หน้าของชายหนุ่มพลางเอ่ยถาม
“พี่ก็เพิ่งมาถึงได้สักพักเหมือนกัน” วินเซนต์ผละตัวออกมาจากรถเล็กน้อย
“เพื่อนอีกคนละครับ” เสียงทุ้มเอ่ยถามต่อ เมื่อเห็นว่าหญิงสาวมากันแค่สองคนเท่านั้น
“ยังไม่กลับมาเลยค่ะ” ไกอาตอบกลับชายหนุ่มอย่างตรงไปตรงมา เนื่องจากเมื่อคืนนี้ที่เซบาสเตียนไปกับผู้ชายที่เพิ่งเจอกัน ถึงแม้ว่าไกอากับอลิซจะแอบเป็นห่วงเพื่อนอยู่นิดหน่อย แต่พวกเธอก็ชินแล้ว และไกอาได้ส่งข้อความถามไถ่เพื่อนหนุ่มไปเรียบร้อยแล้ว
“ครับ งั้นขึ้นรถกันเถอะครับ”
ทั้งสามคนขึ้นรถมาประจำตำแหน่งเดิมเหมือนเมื่อคืนนี้ ไกอาที่นั่งอยู่ข้างคนขับกับอลิซที่นั่งอยู่หลังเบาะของไกอา สองสาวดูจะสนใจสิ่งรอบตัวเป็นพิเศษ ระหว่างทางเต็มไปด้วยวัฒนธรรมและเอกลักษณ์ของอิตาลี ทั้งประติมากรรมและรูปปั้นที่ตั้งเรียงรายตามถนน รวมถึงอาคารเก่าแก่ที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว พวกเธอเรียกกันและชวนกันคุยอยู่ตลอดทาง
“หิวกันหรือยัง” เสียงทุ้มเอ่ยถามขึ้นมา จึงทำให้พวกเธอเลิกสนใจสิ่งรอบๆ ตัว แล้วหันกลับมาหาชายหนุ่ม
“นิดหน่อยค่ะ” ไกอาตอบกลับ
“ค่ะ นิดหน่อยค่ะ” อลิซเอ่ยต่อ
“เดี๋ยวพี่พาไปกินอาหารตรงร้านนั้นนะ จะเห็นวิววิหารแพนธีออนพอดีเลย” ชายหนุ่มชี้ไปยังป้ายร้านอาหารที่อยู่ห่างออกไปอีกแค่ไม่กี่ตึกเพียงเท่านั้น
“ค่ะ” สองสาวจึงตอบกลับชายหนุ่มสั้นๆ อย่างพร้อมเพรียงกัน
จากนั้น ทั้งสามคนก็มาถึงร้านอาหารที่ดูทันสมัยเล็กน้อย เพราะภายในร้านอาหารยังคงมีกลิ่นอายสไตล์โรมันเอาไว้อยู่ เสียงผู้คนมากมายหลากหลายเชื้อชาติผู้คุยกันอย่างคึกคัก
วินเซนต์ ไกอาและอลิซสั่งอาหารง่ายๆ อย่างพาสต้า พิซซ่ากับกาแฟร้อนคนละแก้ว ซึ่งรอไม่นาน อาหารที่พวกเขาสั่งก็มาเสิร์ฟที่โต๊ะในเวลาต่อมา
ไกอาที่นั่งอยู่ข้างเพื่อนสาว ดวงตากลมโตลอบมองวินเซนต์ที่นั่งจิบกาแฟร้อนอยู่ตรงข้ามกับเธอเป็นพักๆ มือบางยกกาแฟขึ้นมาจิบเช่นกัน ในหัวของเธอครุ่นคิด เธอไม่อยากจะเชื่อเลยว่าตัวเองจะได้กลับมาเจอกับเขาอีกครั้ง
“ไกอา” เสียงทุ้มเอ่ยเรียกหญิงสาว ทำให้ไกอาหลุดออกมาจากภวังค์ความคิด
“คะ?” เธอสะดุ้งเล็กน้อยพร้อมกับขมวดคิ้วด้วยความสงสัย หรือว่าเธอจะจ้องพี่วินเซนต์นานเกินไป จนเขารู้สึกแปลกๆ
ยังไม่ทันที่ไกอาจะได้คิดอะไรมากไปกว่านั้น มือแกร่งวางแก้วกาแฟของตัวเองลงบนโต๊ะ เขาเลื่อนตัวมาใกล้หญิงสาวมากขึ้น มือหนาเลื่อนไปเช็ดคราบกาแฟที่ติดอยู่ริมฝีปากบนของเธออย่างแผ่วเบา เนื่องจากกาแฟที่ไกอาสั่งเป็นมอคค่าร้อน จึงทำให้มีฟองนมกับช็อกโกแลตติดอยู่ที่เรียวปากของเธอ
ทันทีที่นิ้วแกร่งแตะลงบนเรียวปากเล็ก และละเมียดละไมเช็ดคราบนมของกาแฟออกอย่างแผ่วเบา ไกอารู้สึกได้ถึงกระแสไฟบางอย่างที่แล่นแปลบมาตรงริมฝีปากของเธอ ก่อนที่ใจดวงน้อยจะเริ่มเต้นโครมครามขึ้นมาอย่างง่ายดาย
“กินเลอะเป็นเด็กเลย” วินเซนต์เอ่ย
“ขอบคุณค่ะ” หญิงสาวก้มหน้างุดเล็กน้อย นิ้วเรียวยกขึ้นมาเช็ดริมฝีปากของตัวเองย้ำอีกครั้งอย่างลวกๆ จากนั้นเธอเม้มริมฝีปากเข้าหากัน เพื่อสกัดกั้นความรู้สึกของตัวเองเอาไว้ ผู้ชายคนนี้ไม่ได้ต่างจากเมื่อก่อนเลย เขายังคงดูแลเธอเหมือนน้องสาวคนหนึ่ง จะมีก็แต่เธอนี่แหละที่เกิดความรู้สึกแปลกๆ พวกนี้ขึ้นมาเอง
