เสน่หามาเฟียเถื่อน บทที่ 4 บังเอิญ2
“พวกแก…อุ๊ย! ใครอะ” เซบาสเตียนหยุดชะงักไปเล็กน้อย เมื่อเขาเห็นชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาราวกับเทพเจ้ากรีกที่มายืนอยู่ข้างๆ ไกอา ทำให้ทุกคนที่โต๊ะหันไปมองเซบาสเตียนกับผู้ชายที่เซบาสเตียนเอามาด้วย
“พี่วินเซนต์ เขาเป็นเพื่อนเก่าของพี่ฮาเดส” ไกอาตอบกลับ
“สวัสดีครับ” วินเซนต์เอ่ยทักทายเพื่อนของไกอาอีกครั้งอย่างสุภาพ
“สวัสดีค่ะ ชื่อเซบาสเตียนนะคะ…คนนี้ชื่อปีเตอร์นะ เพื่อนเขากลับไปแล้ว ฉันเลยชวนเขามาร่วมวงด้วยกัน”
“ได้สิ หลายๆ คนสนุกดี” ไกอาตอบกลับเพื่อนหนุ่ม
เซบาสเตียนจึงยกมือเรียกพนักงานที่อยู่ใกล้ๆ ให้เดินมา เพื่อที่จะให้ชายหนุ่มหน้าใหม่ทั้งสองคนได้สั่งเครื่องดื่มและขอแก้วเพิ่ม
“ดื่มอะไรกันดีคะหนุ่มๆ” เซบาสเตียนเอ่ยถามหนุ่มหล่อทั้งสองคน
“พี่เอาแบบที่พวกเราดื่มนั่นแหละ จะได้เหมือนกัน” วินเซนต์ตอบกลับ
“น่ารักจังเลย” เซบาสเตียนแอบทำหน้าเคลิบเคลิ้ม จนไกอากับอลิซมองหน้าเพื่อนหนุ่มด้วยสายตาเอือมระอา
“อุ๊ย…ขอโทษที แพ้เสียงในหัว” หนุ่มหล่อหันมาเจอสายตาของเพื่อนสาวทั้งสองคนก็เอ่ยขึ้นมาอย่างทีเล่นทีจริง ก่อนที่เขาจะหันไปเอ่ยถามชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างกายของเขา
“แล้วคุณจะดื่มอะไรดีล่ะ”
“เอาเหมือนพวกสาวๆ ก็ได้ครับ” ปีเตอร์บอกกล่าวเซบาสเตียน
จากนั้นเซบาสเตียนจึงสั่งไวน์เพิ่มและขอแก้วเพิ่มให้กับชายหนุ่มทั้งสองคน รอไม่นานสักเท่าไหร่เครื่องดื่มที่พวกเขาสั่งก็มาเสิร์ฟให้ วินเซนต์จึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดสแกนคิวอาร์โคดเพื่อจ่ายค่าเครื่องดื่ม
“เดี๋ยวพวกเราจ่ายเองก็ได้นะคะ” ไกอาบอกกล่าววินเซนต์
“ไม่เป็นไรครับ ถือว่าพี่เลี้ยงละกันนะ”
“ขอบคุณนะคะ”
เซบาสเตียนกับอลิซแอบอมยิ้มให้กันเล็กน้อย เมื่อเห็นไกอากับวินเซนต์กำลังสนทนากัน เพราะในแววตาและถ้อยคำที่ทั้งสองใช้พูดคุยกัน มันเหมือนมีกระแสไฟบางอย่างไหลผ่านอย่างเงียบๆ
วินเซนต์จัดการจ่ายค่าเครื่องดื่มเรียบร้อยแล้ว ชายหนุ่มจึงเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋ากางเกงเช่นเดิม และในขณะที่ทุกคนกำลังวุ่นวายกับการรินไวน์ใส่แก้วให้กับชายหนุ่มทั้งสองคนอยู่ ก็มีคนเมาคนหนึ่งที่เดินเซมาจะชนแผ่นหลังแบบบางของไกอา วินเซนต์หันไปมองทันที
“ระวังหลัง” ชายหนุ่มบอกกล่าวไกอาพลางดึงรั้งร่างอรชรเข้าหากายแกร่ง ไกอาจึงหันไปมองด้านหลังของเธอ และหญิงสาวก็พบว่ามีคนเมาที่เดินเซไปเซมาผ่านด้านหลังของเธอไป
“ขอบคุณค่ะ” ไกอาหันหน้ากลับมาเอ่ยกับวินเซนต์ เธอแอบได้กลิ่นกายของชายหนุ่ม กลิ่นที่มีเสน่ห์และชวนดึงดูดอย่างไม่ตั้งใจ ทำให้หญิงสาวแอบกลืนน้ำลายลงคอเล็กน้อย และก็เป็นอีกครั้งหนึ่งที่เพื่อนทั้งสองคนของไกอาแอบอมยิ้มใส่กัน
พวกเขาทั้งห้าคนดื่มด่ำกับบรรยากาศที่สนุกสุดเหวี่ยงเพราะมีเซบาสเตียนที่คอยชนแก้วและชวนทุกคนคุยเล่นอย่างเป็นกันเอง จนทุกคนเริ่มสนิทกับทีละนิด จวบจนเวลาผ่านล่วงเลยไปจนถึงตีสอง เซบาสเตียนกลับไปกับผู้ชายของเขา ส่วนที่เหลืออีกสามคนก็พากันเดินออกมาหน้าผับหรู
“มากันยังไงครับ” เสียงทุ้มของวินเซนต์เอ่ยถามทั้งสองสาวขึ้นมาทันที เมื่อพวกเขาออกมาจากผับเรียบร้อยแล้ว
“เรียกรถมาค่ะ” ไกอาตอบกลับ
“งั้นเดี๋ยวพี่ไปส่ง”
“ค่ะ” ใบหน้าสวยสดพยักหน้าให้ชายหนุ่มเบาๆ
หลังจากนั้น วินเซนต์จึงเดินนำทั้งสองสาวมาที่ลานจอดรถ และตรงไปยังรถยนต์คันหรูคันสีดำเงาที่จอดอยู่ของเขา ชายหนุ่มขึ้นไปประจำตำแหน่งคนขับรถ ไกอานั่งข้างคนขับ ส่วนอลิซก็นั่งหลังเบาะของไกอา
“มากันกี่วันครับ” วินเซนต์เอ่ยถามขึ้นมาในขณะที่เขากำลังขับรถคันหรูออกมาจากลานจอดรถด้วยความเร็วคงที่
“สามสี่วันค่ะ อลิซกับเซบาสเตียนต้องรีบกลับไปช่วยงานที่บ้าน” ไกอาตอบกลับ
“แล้วเราล่ะ” ใบหน้าหล่อคมหันมามองคนข้างกายเล็กน้อย
“พี่ฮาเดสกับปู่ยังไม่ยอมให้ทำอะไรเลยค่ะ”
“หวงเหมือนเดิมเลยนะ” วินเซนต์เอ่ย เมื่อก่อนนี้ไกอาก็ถูกเลี้ยงมาราวกับไข่ในหิน ใครแตะต้องเธอก็ไม่ได้ พี่ชายกับปู่ของเธอจะต้องโมโหและตามไปเอาเรื่องตลอด
“ค่ะ” ไกอานึกถึงเมื่อก่อน ที่เธอชอบแอบพี่ฮาเดสไปนั่งเล่นที่ศาลาคนเดียว เพราะพวกพี่ๆ มีแต่ผู้ชายและคุยกันแต่เรื่องอะไรก็ไม่รู้ ซึ่งเด็กอย่างเธอก็ไม่ค่อยจะเข้าใจสักเท่าไหร่ เธอจึงชอบปลีกตัวไปนั่งเล่นคนเดียวที่ศาลาของคฤหาสน์ และก็จะมีพี่วินเซนต์นี่แหละที่ชอบเดินมาคุยเล่นกับเธอ
“เดี๋ยวพรุ่งนี้พี่พาเที่ยวละกันนะ” วินเซนต์เอ่ย
“จะดีเหรอคะ”
“ดีสิ เราไม่เจอกันมาตั้งเป็นสิบปีแล้วนะ”
“งั้นก็ได้ค่ะ” รอยยิ้มสดใสปรากฏขึ้นบนใบหน้าของไกอา
ใช้เวลาไม่นาน รถยนต์คันหรูสีดำเงามาจอดสนิทลงหน้าโรงแรมหรู ไกอาหันไปปลดเข็มขัด วินเซนต์จึงหยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมา
“ไกอา พี่ขอเบอร์หน่อยได้ไหมครับ” เสียงของวินเซนต์ทำให้ไกอาหันหน้ากลับมามองชายหนุ่มสลับกับโทรศัพท์เครื่องหรูที่เขายื่นมาให้กับเธอ
“เดี๋ยวฉันลงไปรอนะแก” อลิซรีบบอกกล่าวกับไกอาด้วยใบหน้ายิ้มๆ และรีบลงจากรถไปโดยที่ไม่ฟังคำตอบของไกอาเลยสักนิด เธออยากให้เพื่อนมีเวลาพูดคุยกับชายหนุ่มกันตามลำพัง
ดวงตากลมโตเลื่อนไปสบตากับนัยน์ตาสีฟ้าทะเลหมอกที่ดูน่าเกรงขามและชวนให้ดึงดูดในเวลาเดียวกัน ริมฝีปากเล็กขบเม้มเล็กน้อย เพราะภายในใจของเธอตอนนี้มันกำลังเต้นรัวอย่างไม่สามารถห้ามใจของตัวเองได้
