บท
ตั้งค่า

บทที่ 6

"ปู้เฉิน"

"ขอรับใต้เท้าลู่"ปู้เฉินกำลังจะก้าวออกจากห้องหนังสือหลังจากมาดูแลความเรียบร้อยให้ฟ่านเสวียนโดยหาชายหนุ่มคนงานที่พอจะมีความรู้มาเป็นผู้ช่วย ฟ่านเสวียนนึกแปลกใจอยู่บ้างหากไม่ตะขิดตะขวงใจเท่าใดนักรีบเอ่ยทักปู้เฉินเอาไว้ก่อนเพื่อสอบถาม

"เถ้าแก่เหวินมีความรู้ความสามารถมากขนาดนี้เหตุใดจึงไม่สอบจอหงวนเล่า"

"เรียนใต้เท้าเถ้าแก่ของข้าน้อยนั้นต้องรับช่วงกิจการจากเหล่าเถาขอรับ ดังนั้นจึงไม่สามารถรับราชการได้ เพียงแต่ว่าเถ้าแก่ของข้าน้อยชื่นชอบการอ่านยิ่งนัก และยังสะสมบทกวีและหนังสือมีค่ามากมายเอาไว้ด้วย หากใต้เท้าชื่นชอบก็อ่านได้ตามสบายเลยขอรับ"

"แล้วเถ้าแก่ของเจ้าจะกลับมาห้องหนังสือหรือไม่"

"กลับมาขอรับเถ้าแก่ยังต้องดูแลบัญชีของกิจการทุกวันขอรับ"

"อ้อ ไปเถอะข้าแค่อยากรู้"

"ขอรับ"ปู้เฉินค้อมตัวลงเล็กน้อย แล้วหันมาพยักหน้าให้กับเด็กหนุ่มผู้หนึ่งท่าทางสุภาพเฉลียวฉลาดให้เดินไปฝนหมึกช่วยฟ่านเสวียน

"เด็กผู้นี้นาม เสี่ยวเป่า จะคอยดูแลใต้เท้าขอรับ"

"ขอบใจมากๆ เจ้าไปทำงานต่อเถอะ"ฟ่านเสวียนที่กำลังเดินดูตามชั้นหนังสือหันมาบอกปู้เฉินแล้วกลับไปสนใจหนังสือต่อ

"ฟ่านเสวียนเป็นอย่างไรบ้าง"

"นายท่าน คุณชายฟ่านเสวียนกำลังหมกมุ่นกับหนังสือขอรับ"

"อืมดีแล้วๆ ทางคนของเราได้ส่งข่าวเรื่องขุนพลฉั่วมาบ้างหรือยัง"

"ยังขอรับตอนนี้น่าจะกำลังวางแผนให้ขุนพลฉั่นหลงทางอยู่"

"อืม อย่าได้ทำอันตรายกองทหาร ขอให้ดึงความสนใจเขาออกห่างจากฟ่านเสวียนก็พอ"

"ขอรับ"ทั้งสองกำลังปรึกษากันเรื่องการวางแผนเข้าเมืองหลวง และร้านที่จื่อหลงเปิดกิจการในเมืองหลวงนั้นกำลังเป็นที่นิยมของทุกชนชั้น ทันใดนั้นเองเสียงทะเลาะกันของคู่หนุ่มสาวดังลอดออกมาถึงข้างนอก จื่อหลงถอนหายใจ

"ดูทีแล้วเซิงหว่านคงยากจะเอาชนะคุณหนูรองของเจ้าแล้ว"

"เรื่องในบ้านใครคนนั้นควรจัดการขอรับ เราเป็นคนนอกยากที่จะสะสางแล้ว"

"นั่นสินะ"ทั้งคู่ยังคงนั่งอ่านคำรายงานของกลุ่มต่างๆ ที่ส่งข่าวเข้ามาให้รับรู้

"เสียงอะไรน่ะเสี่ยวเป่า"

"เอ่อ..ข้าน้อยไม่รู้ขอรับ"ฟ่านเสวียนนิ่วหน้าเล็กน้อยเพราะอวี้หนี่และเซิงหว่านนั้นกำลังถกเถียงกันเรื่องของจื่อหลง เสียงที่เล็ดลอดออกมาจากห้องพักทางด้านหลังทำให้จับใจความได้บ้างมิได้บ้าง

"อวี้หนี่ เจ้าจะทำเช่นนี้กับข้าไม่ได้นะ"

"ทำไม่ได้เหตุใดจึงไม่ได้ ข้าจำใจแต่งกับเจ้าแล้วข้าต้องเป็นรองกับคนในตระกูลของเจ้าอย่างนั้นหรือ"

"มันก็ต้องเป็นเช่นนั้น เจ้าแต่งเข้ามาเป็นสะใภ้ก็ควรจะเลิกดูแคลนแซ่ที่เจ้าอาศัยอยู่ไม่ถูกต้องตรงไหน"

"ขอบอกก่อนนะเซิงหว่านข้าไม่เต็มใจ และเรื่องแม่เฒ่าที่อยากได้หลานเพื่อสืบสกุลเจ้าก็หาเมียรองเอาเถอะ"

"อวี้หนี่! ต่อให้เจ้าเกลียดชังข้าแค่ไหน แต่สุดท้ายเจ้าก็ยังได้ชื่อว่าเป็นฟูเหรินของข้าอยู่ดี คิดหรือว่าพี่จื่อหลงเขาจะรักเจ้าน่ะ"

"เซิงหว่าน! หุบปากเน่าเหม็นของเจ้าเสียเถอะ ผู้ชายคนนั้นจะทำให้จวิ้นจื่อซยงเดือดร้อน เขาทุ่มเทเช่นนั้นก็เหมือนกับทุ่มหินลงทะเล สิ่งที่ได้กลับมาล้วนว่างเปล่าทั้งสิ้น"

"แล้วเช่นไร นั่นเป็นเรื่องของพี่จื่อหลง เจ้าเป็นเมียข้าอย่าเข้าไปยุ่งเกี่ยวจะดีกว่า"

"เซิงหว่านข้าขอเถอะ ปล่อยข้าได้หรือไม่จวิ้นจื่อซยงแค่หลงผิดข้ามั่นใจว่าหากข้าใลก้ชิดกับเขา เขาย่อมเปลี่ยนใจแน่นอน"

"เพ้อฝันเรื่องใดเมียรัก ศิษย์พี่มั่นคงในรักเสียยิ่งกว่าสิ่งใด เจ้าเป็นเพียงเศษฝุ่นที่พี่จื่อหลงไม่สนใจ ต่อให้พยายามใกล้ชิดขนาดไหนก็ไร้ค่า"

"นี่เจ้า! "อวี้หนี่น้ำตาคลอเป้าเพราะสิ่งที่เซิงหว่านพูดนั้นล้วนถูกต้องทั้งสิบส่วน ฟ่านเสวียนได้ยินบทสนทนาแล้วต้องถอนหายใจ พลางนึกในใจว่าที่แท้แล้วเถ้าแก่เหวินผู้นี้มีรักแท้อยู่ในใจ ทำให้เขาอยากจะเห็นสตรีผู้ทำให้เถ้าแก่เหวินลุ่มหลงได้ถึงเพียงนี้จริงๆ ทว่าเสียงต่อมาทำให้ฟ่านเสวียนถึงกับนิ่วหน้า เพราะเสียงตบตีดังขึ้น และเสียงหญิงสาวดิ้นรนขัดขืนร้อนถึงเข้าต้องรีบลุกขึ้นเพื่อจะออกไปห้ามปราม เขายืนนิ่งอยู่หน้าห้องของสามีภรรยาที่กำลังถกเถียงและหญิงสาวผู้นั้นกำลังขัดขืนด้วยความวิตก

"นี่เสี่ยวเป่า"

"ขอรับ"

"เจ้าไปตามเถ้าแก่เถอะ แขกของเขากำลังทะเลาะกันใหญ่โต และผู้หญิงกำลังถูกทำร้าย"เสี่ยวเป่าลังเลใจที่จะผละห่างด้วยคำสั่งเด็ดขาดว่าห้ามออกห่างจากฟ่านเสวียนมิเช่นนั้นเขาเองจะถูกลงโทษอย่างหนัก ระหว่างที่กำลังยืนลังเลอยู่นั้นเขาก็ต้องผงะออกจากบานประตูและล้มลงกะทันหัน เข็มเล่มสีเงินยาวสามชุ่นปักอยู่ตรงแขนของฟ่านเสวียนถึงสามเล่ม

"ใต้เท้าลู่! ใต้เท้าลู่ขอรับ"เสียงโวยวายของเสี่ยวเป่าเรียกให้จื่อหลงที่อยู่ไกลออกไปในสวนต้องรีบวิ่งเข้ามา

"เกิดเรื่องใด"จื่อหลงรีบสอบถามเมื่อเห็นฟ่านเสวียนล้มลงนอนกับพื้นก็ปรี่เข้าไปประคอง

"เกิดเรื่องอะไรขึ้น"

"ตะ..ใต้เท้า"เสี่ยวเป่ายิ่งลนลานเมื่อจื่อหลงตวาดเสียงดัง สองคนในห้องจึงเปิดประตูออกมา

"ข้าถามว่ามีเรื่องอันใด แล้วอวี้หนี่ เจ้าทำร้ายฟ่านเสวียนเพราะเหตุใด"

"เพราะเขาทำตัวเป็นหนูสกปรก เที่ยวสอดรู้เรื่องชาวบ้าน"อวี้หนี่รู้ดีว่าจื่อหลงกำลังโมโหจึงได้แต่หลบสายตายามต้องตอบคำถาม

"เหลวไหล ฟ่านเสวียนเป็นถึงใต้เท้าเขามีหรือจะอยากมารู้เรื่องภายในบ้านของเจ้า เสี่ยวเป่าบอกข้ามา"เสี่ยวเป่าอึกอักเพียงครู่แล้วเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้จื่อหลงฟัง เขาอุ้มร่างบางเข้าสู่อ้อมแขน สายตาดุดันจ้องไปยังอวี้หนี่

"เรื่องของเจ้าสองคนผัวเมีย ไม่ควรให้คนอื่นต้องมารับรู้ นี่แหนะอวี้หนี่ ศิษย์พี่ขอเตือนเจ้า หากเจ้าทำเดือดดาลโมโหคนของเจ้าก็อย่าคิดจะทำร้ายคนอื่นโดยเฉพาะฟ่านเสวียน เขาเป็นคนของข้าหากเจ้าทำร้ายเขาก็เหมือนทำร้ายข้า เอาเถอะเรื่องทางนี้ไม่มีสิ่งใดให้เจ้าต้องจัดการแล้วพวกเจ้ากลับไปเถอะอย่าอยู่ที่นี่อีกเลย"ความอดทนของเขาถึงจุดสิ้นสุด เขาก้มลงมองใบหน้าเนียนที่หลับอยู่ในอ้อมแขนแล้วเดินกลับเข้าห้องพักทันที

"จวิ้นจื่อซยง! จวิ้นจื่อซยงนี่ท่านเห็นคนอื่นดีกว่าข้างั้นหรือ ศิษย์พี่ใหญ่! "อวี้หนี่หลั่งน้ำตาด้วยความแค้นเคืองยิ่งเห็นท่าทีใส่ใจของจื่อหลงต่อฟ่านเสวียนแล้วยิ่งเจ็บช้ำในอก

"หึหึ เจ้าไม่มีค่าในสายตาของเขาหรอกอวี้หนี่ อีกอย่างนับจากนี้ไปข้าในฐานะสามีของเจ้าจะไม่ยอมอ่อนข้อให้อีกแล้ว"สิ้นคำเซิงหว่านก็ใช้ฝ่ามือกระแทกเข้าที่ต้นคอของอวี้หนี่ เมื่อเห็นนางล้มลงจึงอุ้มกลับเข้าที่พักเช่นกัน เรื่องราวหลังจากนั้นเป็นเรื่องที่สามีควรกระทำต่อภรรยาเพื่อสืบทายาทคนเช่นเจ้ากับข้ามิอาจสอดรู้ถึงเรื่องภายในม่านกั้นนั้น

"ไปเอาผ้าชุบน้ำมา"จื่อหลงถอนเข็มออกจากแขนของฟ่านเสวียนออก เขารู้ดีว่าเข็มนี้ไม่มีพิษอวี้หนี่เพียงแค่ซัดให้โดนจุดทำให้สลบไปเท่านั้น แต่นั่นคือการทำร้ายคนของเขาเรื่องนี้เขาจึงยอมรับไม่ได้เพียงคิดเขาก็อดทอดถอนใจน้อยๆ มิได้

"เรื่องนี้ขอนายท่านอย่าได้ถือสาคุณหนูรองเลยนะขอรับ หากท่านเจ้าสำนักรู้เข้าคงโมโหท่านเป็นแน่"

"ข้าต้องกลัวเขาหรือปู้เฉิน คุณหนูรองของเจ้าเหลวไหลสิ้นดีเพียงแค่เรื่องนี้ถึงขั้นทำร้ายเขาทุกคนในที่นี้มิใช่ไม่รู้ว่าข้ามีกฎเช่นไร"

"นายท่านขอรับเรื่องหาเป็นเช่นนั้นไม่ คุณหนูรองเมื่อได้ยินว่ามีคนอยู่ด้านนอกจึงหาทางระงับความอยากรู้อยาก..เอ่อ"ปู้เฉินหลบสายตาทันทีที่จื่อหลงหันกลับมาจ้องหน้าด้วยความขัดเคือง

"เขาสองคนต้องกลับไปวันนี้"

"แต่นายท่าน"

"ปู้เฉินเจ้าจะขัดขืนคำสั่งหรือ"

"ไม่ ไม่ ขอรับ"

"อืม ไปจัดการเรื่องให้เรียบร้อยทางนี้ข้าจะดูแลเขาเอง"จื่อหลงก้มลงมองคนที่หลับสนิทอยู่บนเตียงด้วยความเอ็นดู เขาหยิบผ้าผืนเล็กมาซับตามใบหน้าเพื่อให้อีกฝ่ายสบายตัวขึ้น ไล่สำรวจทั่วเรือนร่างบอบบางอีกครั้ง

"เสี่ยวเสวียนเอ๋ยเสี่ยวเสวียนเจ้าเติบโตมาจนถึงบัดนี้ ทั้งเรือนร่างทั้งความสูงหาเติบโตตามอายุไม่ข้ารอวันนี้มานานหนักหนาแล้ว ข้าจะไม่ยอมให้มันผู้ใดมาทำลายแผนการนี้เด็ดขาด ยามที่เจ้ากลับไปสู่เมืองหลวงข้าจะทำทุกอย่างเพื่อให้เจ้ารักข้าให้ได้"เขาพูดกับคนที่ยังไม่ได้สติ เมื่อเห็นร่างบางเริ่มขยับตัวจึงเปลี่ยนท่าทีอีกครั้ง

"ใต้เท้าลู่ตื่นแล้วหรือขอรับ"เขาลุกขึ้นแสร้งทำท่าทีกระสับกระส่าย

"อืออ ข้าตื่นแล้ว"

"ถ้าเช่นนั้นดื่มชาร้อนๆ นี่ก่อนเถอะขอรับอากาศช่วงนี้หนาวเย็น หมอที่มาดูท่านบอกว่าต้องให้ร่างกายอบอุ่นอยู่เสมอ"จื่อหลงยื่นจอกชาส่งให้คนที่ขยับตัวขึ้นกึ่งนั่งกึ่งนอนรับจอกชาขึ้นดื่ม

"ระวังขอรับมันยังร้อนอยู่"

"ข้าเป็นลมไปหรือ"

"ใช่ขอรับเสี่ยวเป่าวิ่งมาบอกข้าตกใจจนแทบสิ้นสติ ท่านขุนพลฉั่วฝากฝังท่านไว้กับข้านี่ถ้าเกิดอะไรขึ้น หัวข้าคงหลุดจากบ่าแน่ๆ "

"คิดมากไปแล้ว แค่ท่านคอยดูแลขนาดนี้ข้าเกรงใจจริงๆ "

"จริงสิญาติของท่านเกิดปัญหาขึ้น ข้าพยายามจะเข้าไปห้ามแต่ว่า"

"อ่อ สองคนนั้นคือญาติผู้น้องของข้าเองขอรับ ถูกพ่อแม่คลุมถุงชนดังนั้นจึงไม่ลงรอยกันอยู่บ้าง"

"เป็นเช่นนั้น"

"เป็นเช่นนั้นขอรับ ขอใต้เท้าอย่าใส่ใจเลย"จื่อหลงคอยดูแลฟ่านเสวียนจนเห็นว่าอาการดีขึ้นแล้ว จึงชักชวนไปยังห้องหนังสืออีกครั้ง ระหว่างที่ฟ่านเสวียนอ่านตำรา เขาก็นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามนำลูกคิดขึ้นมาดีดเสียงดังป๊อกแป๊กมืออีกข้างไล่ตามอักษรและตัวเลขในสมุดบัญชี หารู้ไม่ว่าฟ่านเสวียนแอบมองดูอยู่เป็นระยะด้วยความสนใจ

"เหตุใดจึงคุ้นตาคนผู้นี้นัก"เขาคิดในใจ จริงอยู่แม้ว่าระยะทางจากเมืองหลวงมาถึงที่แห่งนี้นับได้ก็ไกลพอสมควร แต่ความคุ้นชินนั้นยังติดอยู่ในความคิดคำนึง หารู้ไม่ว่าจื่อหลงเองก็ลอบสังเกตอาการของตนเช่นกัน

"จริงสิเถ้าแก่เหวิน"จื่อหลงรีบเงยหน้าขึ้นมามองคนที่เอ่ยเรียก

"หนาวหรือขอรับ ปู้เฉินๆ นำเตาร้อนเข้ามาวางข้างๆ ใต้เท้าลู่เร็วเข้า นำเอาผ้าคลุมขนกระต่ายที่ข้าทำไว้มาด้วย"สิ้นเสียงก็มีคนแบกเตาอังขนาดพอดีเข้ามาวางไว้ข้างๆ ปู้เฉินถือผ้าคลุมสีนวลมีขนขนาดเล็กแต่แน่นหนาเข้ามาส่งให้

"มาขอรับสวมผ้าคลุมนี้เสียหน่อย"จื่อหลงรับผ้าคลุมจากปู้เฉินมาไว้ในมือแล้วเดินมาด้านหลังเก้าอี้ของฟ่านเสวียนพร้อมกับค่อยคลี่ผ้าคลุมออกคลุมไหล่บางให้ด้วยความนุ่มนวล

"รบกวนเถ้าแก่เหวินแล้ว"

"หามิได้ๆ ผ้าคลุมผืนนี้เดิมทีเขานำขนกระต่ายมาขาย ข้าเห็นว่ามันสวยดีจึงรับซื้อไว้และทำเสื้อคลุม ดีเสียอีกที่ให้ท่านใช้เป็นคนแรกหากมันดีท่านจงบอกข้าเผื่อวันหน้าข้าจะได้ติดต่อให้เขานำมาขายอีกเพื่อที่จะผลิตแล้วส่งไปยังร้านของข้าน้อยที่เมืองหลวง"

"เอ๋! นี่ท่านมีร้านที่เมืองหลวงด้วยหรือ"

"ขอรับ ข้านั้นเตรียมเปิดร้านเกี่ยวกับหนังสือและเครื่องเขียนโดยนำเข้ามาจากถนนสายไหมและยังเปิดร้านขายผ้าเนื้อดีอีกด้วยขอรับ"

"ถ้าอย่างนั้นข้าจะเป็นลูกค้าประจำของเจ้าแล้ว"

"ยินดีๆ เชิญใต้เท้าลู่ล่วงหน้าเลยนะขอรับ"จื่อหลงยิ้มน้อยๆ อย่างน้อยแผนที่วางเอาไว้ก็สำเร็จก้าวขั้นแรกแล้ว

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel