บท
ตั้งค่า

บทที่ 5 มืออาชีพ

“ตอนนี้จะเปลี่ยนอะไรก็ไม่ทันแล้ว สัญญาจ้างงานได้เกิดขึ้นแล้ว เพราะฉะนั้น พี่หวังว่าปรายจะทำงานอย่างที่มืออาชีพเขาทำกัน” ปลายเสียงมีความเย้ยหยันอยู่ในนั้น เขากำลังดูถูกความสามารถของเธออย่างไม่ปิดบัง

เป็นคนตรง ๆ แบบไหนก็ยังคงเป็นแบบนั้นไม่เปลี่ยน นี่แหละเขา พีรภัทร ผู้ชายคนนี้เวลาดีก็ดีใจหายแต่เวลาร้ายก็ร้ายยิ่งกว่าปีศาจ

“ค่ะ” ปรีชญารับคำอย่างว่าง่ายเพราะมันไม่มีประโยชน์อะไรที่จะต้องพูดโต้แย้งเขาในเวลานี้ ในเมื่อเขาเป็นนายจ้างของเธอ และเธอตั้งใจจะมาทำงานอย่างเต็มความสามารถของตัวเองอยู่แล้ว

“ปรายจะแสดงความเป็นมืออาชีพให้พี่พีทเห็น”

เธอไม่ได้งานเพราะว่าเป็นสะใภ้ของMIIS ซึ่งตอนนี้เธอไม่ได้เป็นลูกสะใภ้ของรัชนีอีกแล้ว แต่การที่เธอได้ทำงานให้บริษัทนี้จริงอยู่ว่าเธอแต่งงานกับทายาทเพียงคนเดียวของตระกูลแซ่จีง เธอจึงได้รับโอกาสเข้ามาทำงานโดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนคัดกรองหรือสัมภาษณ์งานเหมือนพนักงานคนอื่น แต่ที่เธอยังทำหน้าที่เป็นอินทีเรียดีไซน์ของบริษัทได้ก็เพราะเธอมีฝีมือ

ปรีชญาไม่ได้อยากจะคุยโวโอ้อวด เธออยากให้เห็นการทำงานของเธอมากกว่า และถ้าเธองานไม่ดีจริง ๆ ก็คงไม่มีลูกค้าติดต่อมาขอทำสัญญากับMIISจองให้เธอออกแบบให้ต่อคิวยาวข้ามปีเหมือนทุกวันนี้หรอก เขานั่นแหละที่ไม่รู้อะไรเลย

“ปรายจะทำหน้าที่ของปราย ส่วนพี่พีทก็ช่วยทำตัวให้เป็นมืออาชีพด้วยนะคะ ปรายไม่อยากร่วมงานกับนายจ้างที่ใช้อคติทำงาน” ถ้าจะมีคนที่ไม่เป็นมืออาชีพ เธอก็มองว่าเป็นคนที่จ้องหน้าเธอจนตาแทบหลุดออกจากเบ้า

เขาต่างหากที่ไม่มืออาชีพ ดูก็รู้ว่าตอนนี้เขามีแต่ความเกลียดชังเธอ สายตาของพีรภัทรกำลังบอกเธอแบบนั้น แล้วยิ่งเธอพูดจาแข็งใส่เขาก็เหมือนเป็นการท้าทาย ก็ยิ่งทำให้คนที่ไม่ชอบความพ่ายแพ้รู้สึกเหมือนโดนไฟสุม เขาไม่ลุกขึ้นมาบีบคอเธอให้หักก็บุญแล้วปรีชญา

‘จะได้ขอโทษพี่พีทแล้วคุยกันดี ๆ ตอนไหนเนี่ย’

“โตขึ้นมาสามปี ปากเก่งขึ้นเยอะเลยนะคุณสะใภ้แซ่จีง”

กัดฟันพูดกรอด ๆ จ้องเขม็งไปที่ใบหน้าของหญิงสาวที่กำลังเม้มปากของตัวเองให้สนิทหลังจากพูดจาไม่เข้าหูออกมา เธอโตขึ้นมาก แน่ละ ปรีชญาอายุ26แล้วนี่ โตเป็นสาวสะพรั่ง อะไร ๆ ก็ชวนให้น่ามองไปหมด

ความสวยงามที่เพิ่มขึ้นไปตามวัยของเธอ พีรภัทรได้ยกเอาความทรงจำอันเลวร้ายที่ปรีชญาทำไว้กับเขามาบดบังความน่ามองตรงหน้าจดหมดสิ้น

หากยกเอาความเกลียดชังออกไปก็ต้องยอมรับว่า ‘ปรายสวยขึ้นมาก’ กลิ่นหอม ๆ ของเธอยังคงเหมือนเดิม ความน่าหลงใหลเหมือนจะเพิ่มขึ้นทวีคูณ ทุกอย่างที่เป็นปรีชญาในตอนนี้เย้ายวนจนพีรภัทรอยากดึงเธอเข้ามาแนบกาย สูดดมกลิ่นหอมที่เขาโหยหาทุกเมื่อเชื่อวัน อยากบดเบียดริมฝีปากลงบนกลีบปากอิ่มที่นุ่มและหวาน อยากรู้ว่าเธอโตขึ้นขนาดนี้ความหวานจะเพิ่มขึ้นด้วยหรือไม่

แต่! พีรภัทรไม่สามารถมองปรีชญาแบบนั้นได้อีกต่อไป เมื่อเธอคือคนที่ทิ้งเขาไปแต่งงานกับผู้ชายคนอื่น ความน่าหลงใหลในตัวเธอไม่เหลืออีกแล้ว มีเพียงความโกรธเกลียดเท่านั้นที่เขารู้สึกต่อผู้หญิงคนนี้...

“ถึงพี่จะเกลียดปรายมาก...” พีรภัทรดับร้อนในอกของเขาลงและพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบเพื่ออยากแสดงให้ปรีชญาเห็นว่าเขาแยกแยะเก่งกว่าที่เธอคิด

“แต่พี่ทำงานร่วมกับปรายได้อย่างมืออาชีพ!”

“ขอบคุณค่ะ ที่แยกแยะเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัว” ฝืนพูดด้วยรอยยิ้ม แม้ในหัวใจจะเจ็บปวดมากแค่ไหนก็ตาม

ปรีชญาต้องรีบหันหน้าออกไปมองนอกกระจกรถ กำสองมือของตัวเองไว้แน่นจนเผลอจิกเล็บเข้าไปในเนื้อโดยไม่รู้ตัว เธอต้องการเรียกกำลังใจให้ตัวเอง เธอต้องเข้มแข็ง ดวงตาทั้งสองข้างกระพริบถี่รัวบังคับไม่ให้น้ำตาที่เอ่อคลอไหลออกมา คำว่าเกลียดที่หลุดออกมาจากปากของพีรภัทรไม่ต่างอะไรจากหอกแหลม ๆ ที่แทงทะลุเข้ามาในหัวใจของเธอเลย

แม้จะรู้อยู่เต็มอกว่าเขาเกลียดเธอมากขนาดไหนแต่พอมาได้ยินเต็มสองหูแบบนี้ปรีชญาก็ยอมรับว่าเธอปวดหัวใจมากกว่าที่คิด ขนาดเตรียมใจเอาไว้แล้วว่าต้องมาเจอเหตุการณ์แบบนี้แน่ แต่พอได้เจอเข้าจริง ๆ ก็เจ็บจนไปไม่เป็นเหมือนกัน ความเจ็บปวดของเขาในวันนั้นกำลังซึมลึกเข้ามาในใจเธอ ‘ความเจ็บของพี่พีทเป็นแบบนี้สินะ’

“พี่ไม่มีเรื่องส่วนตัวกับปรายอยู่แล้ว เราเป็นแค่คนที่ต้องทำงานด้วยกันเท่านั้น”

เผื่อว่าเธอจะลืมพีรภัทรเลยต้องย้ำว่าระหว่างเรามันไม่มีเรื่องส่วนตัวอีกแล้ว และไม่อยากให้หญิงสาวสำคัญตัวผิดคิดว่าเขายังเห็นว่าเธอมีความหมาย มันจบไปตั้งแต่วันที่เธอทิ้งเขาให้เป็นควายโง่งมอยู่คนเดียว

:

:

“ให้ผมจอดพักก่อนไหมครับท่านประธาน” สุชาติมองสบตากับเจ้านายผ่านทางกระจกมองหลัง และที่เขาเอ่ยถามพีรภัทรไปแบบนั้นเนื่องจากเห็นว่าบริเวณหน้าขาของท่านประธานตอนนี้ได้กลายเป็นหมอนหนุนให้กับผู้หญิงที่นั่งข้าง ๆ ไปแล้วเรียบร้อย

“ไม่เป็นไรเดี๋ยวก็ถึงแล้ว คุณสุชาติขับต่อไปเถอะครับ”

“ครับท่านประธาน”

เมื่อเห็นว่าเจ้านายไม่ได้รู้สึกไม่สบายตัวอะไรและยังยืนยันให้เขาขับรถต่อไปได้ สุชาติก็หันไปสนใจถนนเบื้องหน้าต่อ พลางลอบอมยิ้มให้กับท่าทางที่เขาแอบเห็นจากกระจกมองหลังนี้ ฝ่ามือของท่านประธานกำลังลูบศีรษะของผู้หญิงที่บอกว่าเกลียดอย่างทะนุถนอม

‘เจ้านายเกลียดเขาแบบใด?’

สุชาติเป็นคนขับรถให้พจีพัฒน์มาก่อนที่จะมารับหน้าที่เป็นคนขับรถให้พีรภัทร เนื่องจากเจ้านายใหญ่อยากให้มีคนที่ไว้ใจได้อยู่ข้าง ๆ ทายาทเพียงคนเดียวและอนาคตของศิลษฐานุกุล แม้สุชาติจะไม่ชอบยุ่งเรื่องของเจ้านายและต่อให้ไม่อยากจะยุ่งเขาก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องอยู่ในเหตุการณ์วันที่เห็นทายาทของศิลษฐานุกุลอยู่ในอาการเสียสติ

ใช่คำว่าเสียสติไม่เกินจริง

สุชาติต้องยืนข่มหัวใจมองภาพสุดเจ็บปวดต้องมาเห็นเจ้านายที่เขารักมากกว่าชีวิตตกอยู่ในสภาพที่ดูไม่ได้ถึงเพียงนี้ ดวงตาแดงช้ำ ร้องไห้ฟูมฟายเหมือนคนที่ชีวิตนี้ไม่เหลืออะไรแล้ว ทำร้ายตัวเองจนหลังมืออาบไปด้วยเลือดจากการชกผนังห้องอย่างรุนแรงซ้ำ ๆ หลายทีจนกระดูกแตก ภาพในวันนั้นทำให้สุชาติได้รู้ว่าเรื่องระหว่างพีรภัทรและปรีชญาได้จบลงแล้ว จบแบบเจ็บๆ

ตั้งแต่นั้นมาชื่อปรีชญาหรือปรายคือชื่อต้องห้าม เป็นสิ่งแสลงที่พีรภัทรไม่อยากได้ยิน รักมากก็เกลียดมาก รักมากยิ่งลืมยาก แล้วไฉนคนที่บอกว่าไม่รักถึงได้แสดงด้านอ่อนโยนออกมาอย่างกับคนลืมตัวแบบนี้

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel