บทที่ 4 เดี๋ยวไม่คุ้มค่าจ้าง
“ดูงาน” เสียงของปรีชญาเบาจนเหมือนกับว่าเธอกำลังพูดกับตัวเอง ก่อนจะหันไปหาคนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ แล้วถามเขาออกไปว่าจริงหรือไม่ เขาต้องการจะลากเธอไปดูงานตั้งแต่วันแรกเลยอย่างนั้นเหรอ อะไรจะเป็นผู้บริหารที่ขยันและทุ่มเทให้กับงานมากถึงเพียงนี้
“พี่พีทจะให้ปรายเริ่มงานตั้งแต่วันแรกเลยเหรอคะ”
คำถามของปรีชญาทำให้คนที่สนใจแต่หน้าจอโทรศัพท์ต้องยอมหยุดสิ่งที่ทำแล้วขยับตัวนั่งไขว่ห้าง ยกแขนขึ้นกอดอกก่อนจะหันมาตอบคำถามของเธอด้วยท่าทางสบาย ๆ ไม่ได้เป็นทุกข์ร้อนอะไร
“พี่จ่ายเงินให้บริษัทแม่ผัวของปรายไปเยอะนะ ทุกวินาทีเป็นเงินเป็นทอง”
และเขาตั้งใจไว้แล้วว่าจะใช้งานคุณอินทีเรียสาวให้คุ้มเลย โครงการหมู่บ้านราคาเป็นร้อยล้านจะให้นั่งออกแบบสบาย ๆ แล้วจบได้ยังไงกันของแบบนี้ต้องลงไปดูหน้างานจริงด้วย
“ปรายทราบค่ะ แต่พื้นที่ตรงนั้นยังปรับหน้าดินอยู่เลยนะคะ ถ้าเราไปตอนนี้แล้วจะทำอะไรได้เหรอคะ”
ที่ถามออกไปไม่ได้มีเจตนาจะยียวนกวนประสาทคุณนายจ้างนะ และที่เธอพูดออกไปก็เพราะก่อนจะขอรับงานออกแบบโครงการหมู่บ้านให้เขา เธอได้ศึกษามาเป็นอย่างดีแล้วว่าโครงการก่อน ๆ ของเขาเป็นแบบไหน และก็รู้อีกด้วยว่าตอนนี้ยังอยู่ในช่วงปรับหน้าดิน ยังถางหญ้าอยู่เลย ถ้าไปตอนนี้ก็คงทำอะไรไม่ได้ ส่วนเนื้อที่กี่ตารางเมตรปรีชญาก็มีข้อมูลที่ต้องการครบทุกอย่างแล้ว เธอหลับตาออกแบบให้เขายังได้
“ทำได้สิ ปรายจะได้เห็นพื้นที่จริงไง”
“ปรายสามารถออกแบบให้พี่พีทได้จากข้อมูลเนื้อที่ใช้สอยที่ปรายได้มาค่ะ พี่พีทให้ปรายออกแบบให้ดูก่อนก็ได้ แล้วหลังจากนั้นเราค่อยมาปรับแก้กันหากมีตรงไหนที่พี่พีทไม่ชอบหรืออยากปรายเพิ่มเติมเข้าไป”
เธอไม่ได้เกี่ยงหรือขี้เกียจนะ ที่เสนอไปก็เพราะไม่อยากให้เขาต้องเสียเวลาทำงานอย่างอื่นเพื่อลงมาดูคนงานปรับหน้าดิน เขาเป็นถึงท่านประธานบริษัทเธอรู้ว่าพีรภัทรมีงานและสิ่งที่เขาต้องรับผิดชอบอีกมาก
เรื่องโครงการบ้านจัดสรรนี้เธอไม่อยากให้เขาต้องมาเป็นกังวลมากจนเกินไป ชื่อเสียงของบริษัท MIIS ก็สามารถการันตีคุณภาพของงานได้ดีอยู่แล้ว ลูกค้าที่มาจ้างMIISเท่ากับแค่นอนรอรับงานที่มีคุณภาพได้เลย นี่คือเป้าหมายของบริษัทที่เธอทำอยู่
“ก็ถ้าหน้าที่ของปรายมีเท่านี้...” พีรภัทรขยับให้ตัวเองนั่งหันมาเผชิญหน้ากับหญิงสาวมากขึ้น
“แล้วปรายจะรีบเดินทางกลับมาประเทศไทยทำไม ถ้าจะอยากออกแบบลวก ๆ จากแค่ข้อมูลหยาบแค่นั้น แล้วปรายจะบินมาทำไม” ในเมื่อเธอสามารถทำงานจากข้อมูลที่ทางบริษัทของเขาส่งไปให้ได้ พีรภัทรก็ไม่เห็นความจำเป็นที่ปรีชญาจะต้องเดินทางมาดูงานด้วยตัวเองเลย การมาของเธอมันทำให้เขา รำคาญใจมาก และเสียเวลามากด้วยเพราะโดนบิดาสั่งให้มาดูแลเธอ
“หนูปรายมาในฐานะคนที่ถูกว่าจ้าง แต่พ่ออยากให้พีทดูแลน้องให้ดีด้วยนะ ถือว่าเห็นแก่ที่พ่อเป็นเพื่อนเก่าเพื่อนแก่กับสามีคุณรัชนี”
ถ้าพ่อไม่สั่งคิดเหรอว่าเขาจะยอม พ่อก็อีกคน รู้ทั้งรู้ว่าผู้หญิงคนนี้ทำให้เขาเจ็บปวดขนาดไหนก็ยังจะผลักดันให้เขามาอยู่ใกล้ปรีชญาอยู่ได้
“ปรายไม่ได้จะทำให้ลวก ๆ นะคะ และข้อมูลที่ปรายมีก็ไม่ได้หยาบจนไม่สามารถเอามาใช้ออกแบบได้สักหน่อย”
“ก็แค่คำพูด ใคร ๆ ก็พูดได้ พี่จะมั่นใจได้ยังไงว่าปรายจะทำออกมาดี”
รู้จักไหม ดีแต่ปาก จะพูดให้สวยหรูยังไงก็พูดได้แต่ตอนทำจะทำออกมาได้ดีอย่างที่ปากพูดไว้หรือเปล่า เหอะ
“ถ้าพี่พีทไม่มั่นใจ แล้วพี่พีทยอมให้ปรายออกแบบให้ทำไมละคะ พี่พีทเลือกปรายทำไมคะ” ต้องเป็นเพราะความเหนื่อยล้าจากการนั่งเครื่องบินมาหลายชั่วโมงแน่ ๆ ถึงทำให้ปรีชญากล้าย้อนถามเขาออกไปแบบนั้น การที่เธอกลับมาที่ประเทศไทยนอกจากมาทำงานแล้วเธอยังมีอีกหนึ่งจุดประสงค์ที่ขอเป็นคนรับงานออกแบบนี้ด้วยตัวเอง
นั่นก็เพราะเธออยากกลับมาเจอเขา อยากกลับมาขอโทษ อยากกลับมาสารภาพเรื่องทุกอย่างที่เธอเคยทำไว้กับเขาเมื่อสามปีก่อน แล้วดูสิ เธอยังไม่ทันได้พูดคำว่าขอโทษออกมาก็ทำให้เขาหงุดหงิดเข้าแล้ว เฮ้อ เขาเองก็ใช่ย่อยพูดจาเหมือนดูถูกกันแบบนั้นเธอจะนิ่งเฉยได้ยังไง
“หึ” มุมปากของพีรภัทรถูกยกขึ้นเหมือนกับว่าเขากำลังนึกขำอะไรบางอย่างอยู่ อะไรบางอย่างที่ฟังแล้ว ตลกสิ้นดี
“พี่จะพูดให้ปรายเข้าใจใหม่นะ” ขยับตัวเข้าไปนั่งใกล้ชิดร่างบางมากขึ้น พีรภัทรเข้ามาใกล้มากจนทำให้อีกคนต้องขยับตัวออกห่างจนสุดท้ายหลังก็แนบชิดกับประตูรถ ส่วนคนที่อยู่ดี ๆ ก็อยากโน้มตัวเข้ามาใกล้ได้ก้มใบหน้าของตัวเองลงมาจนเกือบจะชิดกับใบหน้าหวาน ปรีชญาหลับตาปี๋ ไม่กล้าสบสายตาที่ดุดันของเขา
สองมือบางชื้นไปด้วยเหงื่อเม็ดเล็กที่ซึมออกมาเพราะความตกใจทำให้ปรีชญาต้องกระชับมือของตัวเองเข้าหากัน บีบมือของตัวเองไว้แน่นเพื่อลดความกลัวในหัวใจลง สัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนที่เป่ารดรินบริเวณแก้มข้างขวา ก่อนจะตามมาด้วยเสียงกระซิบที่พีรภัทรอยากพูดให้ได้ยินกันแค่สองคน เสียงกระซิบที่รับรู้ได้ว่าเขาเค้นเสียงข่มความคับแค้นไว้ในอกมากแค่ไหน
“ที่ปรายได้ทำงานนี้เพราะพ่อของพี่เป็นคนเลือก ถ้าโครงการนี้พี่เป็นคนเลือกผู้รับเหมาและอินทีเรียเอง พี่สาบานเลย ว่าพี่ไม่มีทางเลือกMIISมาดูแลโครงการร้อยล้านของพี่แน่ พี่จะไม่ยอมเสียเงินให้กับคนสันดานชั่วอย่างไอ้แดนและคนสองใจอย่างปราย”
พูดจบก็ขยับกลับไปนั่งที่ฝั่งของตัวเอง พีรภัทรไม่สนว่าสิ่งที่เขาพูดไปมันจะไปกระทบกระเทือนจิตใจของปรีชญามากน้อยแค่ไหน เขาไม่จำเป็นต้องห่วงใยความรู้สึกของเธอ เพราะผู้หญิงคนนี้ไม่เคยห่วงใยความรู้สึกของเขาด้วยเช่นกัน เธอไม่เคยแคร์เขาเลย
สิ่งที่พีรภัทรพูดออกไปเขาไม่ได้ต้องการพูดเพื่อระบายความคับแค้นในใจ แต่สิ่งที่เขาพูดมันคือความจริง มันคือความจริงที่ชัดเจนและฝังลึกอยู่ในทุกอณูของความรู้สึกที่เขามี เขาเกลียดดนุวิทย์ เขาเกลียดปรีชญา และเพราะเกลียดนักเขาจึงไม่อยากให้เงินสักบาทต้องจ่ายให้สองคนนี้ แต่พ่อดันเลือกก่อนไงแล้วเขาจะแย้งอะไรได้
