บท
ตั้งค่า

บทที่ 2 การตัดสินใจครั้งยิ่งใหญ่...อีกครั้ง

ชุดเดรสสีหวานที่ผลิตจากผ้าเนื้อดีแม้จะไม่ได้เป็นเสื้อผ้าจากแบรนด์ดังก็ไม่ได้แปลว่าจะทำให้คุณภาพของชุดเดรสที่อยู่ในมือของหญิงสาวลดน้อยลง กลับกันเธอกับชอบที่จะใช้เสื้อผ้าที่มาจากร้านค้าเล็ก ๆ ที่ขายอยู่ในเพจมากกว่า ของดีไม่จำเป็นต้องแพงเสมอไป

และตอนนี้หญิงสาวกำลังเลือกเสื้อผ้าของตัวเอง มีทั้งเดรสตัวสั้นและยาว รวมถึงกางเกงยีนส์และเสื้อยืดธรรมดาด้วย เธอจำเป็นต้องเตรียมเสื้อผ้าไว้หลายโอกาสทั้งชุดที่พร้อมทำงานและชุดที่เอาไว้ใส่ในวันพักผ่อน การเดินทางไกลครั้งนี้เธอต้องใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านเก่าเป็นเวลาหลายเดือน ‘ไม่ได้กลับไทยหลายปีแล้วนะ คิดถึง...เขา’

“พี่พีทจะยังโกรธปรายอยู่ไหมคะ”

ได้แต่ตั้งคำถามและไม่กล้าที่จะคิดถึงคำตอบ เวลาล่วงเลยมาสามปีแล้วเป็นเวลาที่นานมาก ๆ แต่ก็ไม่นานพอที่จะทำให้ปรีชญาปล่อยความรู้สึกผิดของตัวเองทิ้งไป

ปรีชญา หรือ ปราย อายุ 26ปี ในบางครั้งเธอก็อดคิดไม่ได้ว่าชีวิตของเธอตลอด26ปีนี้มีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมายเหลือเกินทั้งที่อายุของเธอความจริงก็ยังถือว่าน้อยนัก แต่เมื่อมองย้อนกลับไปในทุกช่วงการเดินทางของปรีชญาเธอเจอทั้งเรื่องสุขและทุกข์ปะปนกันไป

ตั้งแต่เกิดมาก็อยู่กับคุณยายและพี่ชายของเธอ เรามีกันแค่สามคนยายหลาน ถึงแม้จะสูญเสียพ่อและแม่ไปตั้งแต่จำความได้แต่ปรีชญาไม่เคยรู้สึกว่าชีวิตนี้ขาดอะไรเลยเพราะเธอได้รับความรักจากคุณยายและพี่ชายอย่างเปี่ยมล้นและเธอก็รักทั้งสองคนมาก ๆ เช่นกัน

และใครจะไปคิดว่าช่วงเวลาที่มีความสุขของปรีชญาต้องวนกลับมาเจอเรื่องสูญเสียอีกครั้ง

ในตอนที่เธออายุ18ปี เธอกำลังตั้งใจเรียนอย่างหนักเพื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัย อยากสร้างความภูมิใจให้คุณยายได้เห็นว่าเธอทำได้ หลานสาวของคุณยายเก่งนะคะ ค่าเทอมที่คุณยายส่งเรียนจะไม่เสียเปล่า ทว่า ความภูมิใจนั้นกับมลายหายสิ้นเมื่อเธอต้องสูญเสียคุณยายให้กับโรคร้ายที่ชื่อว่า มะเร็งลำไส้

ความโศกเศร้าครั้งนั้นเกือบทำให้ชีวิตของปรีชญามืดมนแต่เธอยังมีพี่ชาย ปริญ พี่ชายที่อายุห่างกันสิบปีที่ในบางครั้งก็ชอบทำตัวเป็นพ่อ พี่ปราบคนดีของน้อง

“ให้พี่ช่วยไหมปราย” ใช่ค่ะ คนที่ถามคือปริญหรือพี่ปราบ พี่ชายของปรีชญา พี่ชายคนนี้ไม่เคยทอดทิ้งเธอเลยและคอยพูดให้กำลังใจเธอเสมอ คอยผลักดันให้เธอเข้มแข็งและทำทุกอย่างเพื่อให้น้องสาวอย่างเธอได้เข้าเรียนมหาวิทยาลัยที่ฝันเอาไว้ เขาเสียสละเพื่อน้องสาวคนนี้ได้ทุกอย่าง ยอมออกจากมหาวิทยาลัยเพื่อทำงานเต็มเวลาและเก็บเงินส่งน้องเรียน

“พี่ยอมลำบากได้เพื่อน้องสาวของพี่นะ ปรายไม่ต้องห่วงเรื่องเรียนของพี่ พี่เรียนกศน.ได้ แต่พี่อยากเห็นปรายได้เรียนในมหา’ลัยที่ฝัน ความสำเร็จของพี่คือการที่ได้เห็นปรายมีความสุขนะ”

ปริญเป็นทั้งพี่ชายและพ่อของปรีชญาจริง ๆ แล้วเธอจะไม่รักพี่ชายคนนี้ที่เป็นครอบครัวที่เหลืออยู่ของเธอได้ยังไง และเพราะอยากเห็นพี่ชายมีความสุขบ้างเธอถึงได้ตัดสินใจทำเรื่องนั้นแม้ว่าต้องแลกกับการที่เธอจะต้องถูกผู้ชายที่เธอรักเกลียดไปตลอดชีวิตก็ตาม

“ปรายเก็บของใกล้เสร็จแล้วค่ะพี่ปราบ” พับเสื้อตัวสุดท้ายลงในกระเป๋าเดินทางก่อนจะหันมาพูดพร้อมระบายยิ้มกว้างส่งให้พี่ชาย

“แล้วโยฮันละคะ”

“อยู่กับแดนน่ะ นั่งต่อเลโก้กันอยู่” ปริญตอบขณะเดินเข้าไปนั่งลงบนเตียงข้าง ๆ น้องสาว นั่งมองรอยยิ้มสวยสดใสของปรีชญาอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดขึ้นว่า

“โยฮันต้องคิดถึงมัมมี๊ของเขามากแน่ ๆ” ยกมือขึ้นลูบศีรษะเล็กด้วยความเอ็นดู สายตาที่มองปรีชญาเต็มเปี่ยมไปด้วยความภูมิใจและเจือความรู้สึกผิดบางอย่างอยู่ในนั้น เป็นสายตาที่ปรีชญาไม่ค่อยชอบใจเท่าไหร่นักที่เห็นพี่ชายของเธอยังเก็บความรู้สึกผิดไว้ในอก

“ปรายเองก็คงคิดถึงโยฮัน พี่ปราบและพี่แดนมากเหมือนกันค่ะ แต่ปรายไม่ห่วงโยฮันเลยนะคะเพราะปรายมั่นใจว่าพี่ทั้งสองคนต้องเลี้ยงเขาได้ดีแน่ ๆ แม้ตัวปรายจะอยู่ห่างไกลก็ตาม”

“มัมมี๊...” พูดถึงชื่อเด็กน้อยยังไม่ทันไรเจ้าตัวก็วิ่งยิ้มแฉ่งเข้ามาหา และปีนขึ้นมานั่งอยู่บนตักมัมมี๊ของเขาด้วย

“ดีดี๊บอกโยฮันว่ามัมมี๊จะต้องไปทำงานไกล” เด็กน้อยวัยสามขวบพูดเสียงเบาเมื่อรู้ว่าตัวเองจะไม่ได้เจอหน้ามัมมี๊อีกนาน

“ครับลูก...” ปรีชญาตอบตามความจริงพร้อมก้มหน้าลงไปหอมแก้มนุ่ม ๆ ของโยฮัน

เธอมีหลายสิ่งที่อยากจะพูดให้เด็กน้อยได้ฟังเหลือเกิน ว่าการตัดสินใจครั้งนี้เธอเองก็ทั้งตื่นเต้นและเศร้าใจไปในเวลาเดียวกัน เธอรักโยฮันมาก เลี้ยงดูเด็กคนนี้มาตลอดสามปี อยู่ใกล้กันแทบจะตลอดเวลา พอมาถึงวันที่ต้องห่างโยฮันไปปรีชญาก็อดใจหวิวคิดถึงเจ้าก้อนน้อย ๆ นี้ไม่ได้

“พี่กับปราบจะดูแลลูกให้ดีที่สุด ปรายไม่ต้องเป็นห่วงนะ”

มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่วันหนึ่งเราต้องอยู่ห่างจากคนที่เรารัก ดนุวิทย์เข้าใจความรู้สึกของปรีชญาดีและเขาจะทำให้เธอมั่นใจว่าเขาสามารถเลี้ยงลูกคนนี้ได้ดีไม่แพ้มัมมี๊ของโยฮันแน่นอน

“ปรายเชื่อค่ะว่าพี่ทั้งสองคนเลี้ยงโยฮันได้”

“ขอบคุณนะคะพี่แดน สำหรับเรื่องนี้” เอ่ยขอบคุณเขาจากใจจริงที่ช่วยเป็นธุระเรื่องงานที่ประเทศไทยให้เธอ

“พี่ต่างหากที่ต้องขอบคุณปราย”

ดนุวิทย์แก้คำพูดของปรีชญาเล็กน้อยเพราะทั้งหมดนี้ที่เขาได้รับมา จะไม่มีวันเกิดขึ้นเลยถ้าไม่ได้รับการเสียสละอย่างใหญ่หลวงจากผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนนี้ สิ่งที่เขาทำให้เธอมันยังน้อยเกินไปด้วยซ้ำเมื่อเทียบกับน้ำใจของปรีชญา

“อีกสามเดือนเราสามคนจะบินตามไปนะ ระหว่างนี้พี่สองคนเอาใจช่วยให้ปรายทำสำเร็จ ได้เคลียร์ใจและทวงหัวใจไอ้พีทคืนมาให้ได้” ดนุวิทย์อวยพรและส่งกำลังใจให้ เพราะหลังจากนี้อีกสามเดือนก็ถึงตาของเขาบ้างที่จะต้องเดินทางกลับประเทศไทยไปจัดการเรื่องหมางใจกับพีรภัทร ‘กูไม่เคยลืมเรื่องที่ทำกับมึงพีท และกูจะกลับไปชดใช้ให้มึงด้วยตัวกูเอง’

“ปรายจะทำให้เต็มที่ค่ะ”

จะสำเร็จหรือไม่เธอก็จะต้องทำให้เต็มที่เพราะตอนนี้ถึงเวลาแล้วที่เธอควรกลับไปขอโทษเขาและอธิบายเรื่องราวทั้งหมดให้เขาฟังด้วยตัวของเธอเอง

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel