บทที่ 1.7
สามีของนางเดินทางไปต่างเมือง มีจดหมายฉบับหนึ่งถูกส่งมาจากเมืองหลวง บุตรสาวของนางเขียนจดหมายตอบกลับไปด้วยนึกสนุก ซึ่งนั่นทำให้ความสามารถของหญิงสาวตระกูลเว่ยเปล่งประกายออกมา
นับจากวันนั้นบุตรสาวทั้งสองคนของนางกลับมีท่าทีมึนตึงต่อกัน เมื่อเอ่ยถามทั้งสองต่างก็ตอบเหมือนกันว่าไม่มีอะไร
นางเชื่อเช่นนั้น...แต่ลึก ๆ แล้วนางกลับรู้สึกได้ ระหว่างเว่ยเอินหลินและเว่ยซวงอวี่ มีบางอย่างที่เปลี่ยนไปแล้ว
“ท่านแม่” รอยยิ้มสดใสของเว่ยซวงอวี่ ทำให้เว่ยฮูหยินมีความสุข นางตบลงไปบนหลังมือของบุตรสาวเบา ๆ พยักหน้าเมื่อมองเห็นแววตาอ้อนวอน เพราะตอนนี้เว่ยซวงอวี่กำลังมองขนมบัวหิมะด้วยดวงตาเป็นประกาย
“ของข้างนอกอย่ากินเยอะ ร่างกายของเจ้าเพิ่งหายดี ชิมแค่พอรู้รสชาติก็พอ”
“ลูกทราบแล้ว” เว่ยซวงอวี่ยิ้มก่อนเดินตรงไปหน้าร้านขนม
“เอ๊ะ นั่นมิใช่คุณหนูรองตระกูลเว่ยหรอกหรือ”
เสียงซุบซิบหนึ่งดังขึ้นด้านหลัง เว่ยซวงอวี่ไม่ได้หันไปมองเพราะมันแต่จ่ายเงินค่าขนมบัวหิมะ แต่ถึงอย่างนั้นบทสนทนาทุกอย่างนางก็ได้ยินอย่างชัดเจน
“ใช่นางนั่นละ”
“ได้ยินมาว่านางทะเลาะกับพี่สาวเพราะอยากแต่งเข้าตำหนักองค์ชายเก้าเสียเอง”
“จริงหรือ”
“ข้ายังสงสัยอยู่ว่าที่นางตกลงจากรถม้าเพราะพยายามใช้เรื่องนี้ต่อรอง”
“ช่างน่าละอาย”
“คงไม่กระมัง พวกนางสองพี่น้องรักใคร่กลมเกลียว อีกอย่างบัณฑิตเว่ยสั่งสอนพวกนางด้วยตัวเอง ทั้งยังให้ร่ำเรียนเขียนอ่าน บุรุษมากมายในเมืองอี๋หยางเองก็ใช่ว่าจะเก่งกาจเท่าพวกนาง เรื่องแบบนี้ไม่น่าจะเกิดขึ้นในตระกูลบัณฑิตอันทรงเกียรติได้”
“เจ้าจะไปรู้อะไร ข้าว่านะชื่อเสียงลาภยศใครบ้างไม่อยากได้ องค์ชายเก้าทรงชื่นชมคนมีความสามารถ ข้าเดาว่าคงมีพระประสงค์จะรับพวกนางทั้งสองคนเข้าตำหนัก เพราะอย่างนี้พวกนางเลยทะเลาะกันจนตกรถม้า”
“เอ๋ ไม่ถูกสิ มิใช่ว่าวันนั้นมีเพียงคุณหนูรอง สาวใช้ และก็คนขับรถม้าหรอกหรือ”
“เจ้ารู้แล้วอย่าพูดไปเล่า มีคนเห็นว่าคุณหนูใหญ่เองก็อยู่ด้วย แต่เพราะบัณฑิตเว่ยเกรงว่าโอกาสที่พวกนางคนใดคนหนึ่งจะกลายเป็นชายารององค์ชายเก้าจะหลุดลอย เขาวิ่งเต้นจนปกปิดเรื่องนี้เอาไว้ได้ ความจริงข้าก็เข้าใจนะ โอกาสดี ๆ แบบนี้เป็นเจ้าจะกล้าปล่อยไปหรือ”
เว่ยซวงอวี่พยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติ นางส่งยิ้มให้มารดาก่อนจะแสร้งทำเป็นมองไปรอบ ๆ ทั้งนี้นางกวาดสายตาไปยังเจ้าของบทสนทนาเมื่อครู่
กลุ่มคนเหล่านั้นเป็นเพียงเสี่ยวเอ้อและพ่อค้าแม่ค้าในตลาด พวกเขาสะดุ้งเมื่อหญิงสาวส่งยิ้มให้ จากนั้นก็รีบหลบตาแล้วแยกย้ายกันไปคนละทาง
“หรือนี่จะเป็นสิ่งที่ท่านพ่อพยายามปิดบัง” เว่ยซวงอวี่พึมพำ
นางไม่ได้ปักใจเชื่อ แต่ถึงอย่างนั้นเรื่องนี้ไม่ว่าจะฟังอย่างไรก็ดูน่าสงสัย นางไม่คิดจะเอ่ยถามบิดา หากแต่...
เมื่อสายตาของนางเลื่อนกลับไปยังมารดา รอยยิ้มอ่อนโยนก็ปรากฏขึ้น นางจะถามมารดาเช่นไรดีจึงจะดูไม่น่าสงสัย หลายวันมานี้นางเองรับรู้และตระหนักดี มารดาของนางเป็นคนอ่อนโยนจิตใจดี
หลาย ๆ เรื่อง ดูเหมือนบิดาของนางปิดบังแม้แต่กับฮูหยินของตัวเอง ดูท่าแล้วเรื่องนี้บิดาและพี่สาวของนางคงมีเรื่องปิดบังมากมาย หรือหากไม่คิดมากจนเกินไป ดูเหมือนตัวนางก่อนที่จะสูญเสียความทรงจำก็คงมีเรื่องบางอย่างปิดบังเช่นกัน ยกตัวอย่างเช่นจดหมายปริศนาที่นางได้รับเมื่อคืนเป็นต้น