
บทย่อ
เว่ยซวงอวี่ ฟื้นตื่นขึ้นมาพร้อมกับความทรงจำอันว่างเปล่า นางจดจำไม่ได้แม้แต่ว่าตัวนางเองเป็นใคร และเกิดอะไรขึ้น เมื่อได้พบกับ ‘ศิษย์พี่ใหญ่เฮยหลิง’ นางพลันรู้สึกว่าชีวิตของนางก่อนสูญเสียความทรงจำนั้นช่างซับซ้อนยิ่งนัก เมื่อพบว่าทุกคนรอบตัวล้วนแล้วแต่น่าสงสัย นางจึงออกค้นหาความจริง และตามเก็บความทรงจำกลับมา กระทั่งพบ ‘เฒ่าวิปลาส’ สหายรู้ใจที่นางรู้สึกว่าเขาจริงใจกับนางที่สุด เรื่องราวมากมายเริ่มปรากฏ ความทรงจำนำมาซึ่งความเจ็บปวดทำให้นางท้อแท้จนอยากถอยห่าง ไหนจะมีคู่หมายอย่าง ‘หยวนเฟิงหลิง’ เข้ามาทำให้นางไขว้เขวอีก ความทรงจำที่กลับมากระจ่างชัด ทำให้นางรู้ว่าไม่มีทางให้นางถอยหนีอีกแล้ว เพราะเบื้องหลังการกระทำทั้งหมดของนางนั้น เดิมพันด้วยความเป็นความตายของคนตระกูลเว่ย!!!
บทที่ 1.1
ความรู้สึกแรกที่หลั่งไหลเข้ามาในยามที่สติรับรู้เริ่มตื่นขึ้น ความเจ็บปวดที่ยากจะทานทน ทั้งศีรษะที่ปวดร้าวแทบระเบิด กับร่างกายที่ไม่ว่าจะส่วนใดล้วนแต่เจ็บระบมเกินข่มกลั้น
ดวงตาที่เพิ่งจะกะพริบเปิดต้องปิดลงไปอีกครั้ง เสียงขยับเบา ๆพร้อมกับเสียงสูดลมหายใจเข้าเพื่อหวังให้ความเจ็บปวดลดน้อยลง ทำให้สาวใช้ที่นอนเฝ้าผู้เป็นนายรีบวิ่งออกไปจากห้อง
“นะ...นายท่าน นายหญิงเจ้าคะคุณหนูรองฟื้นแล้วเจ้าค่ะ คุณหนูรองฟื้นแล้ว!”
เสียงตะโกนนั้นส่งผลให้หญิงสาวที่เพิ่งจะรู้สึกตัวขมวดคิ้วแน่น ดวงตาที่เพิ่งปรับการมองเห็นจนชัดเจน กวาดมองไปยังม่านหน้าเตียง ฉากกั้นลายโบตั๋น ก่อนที่นางจะหยุดสายตาลงไปยังเงาของผู้คนมากมาย ซึ่งตอนนี้กำลังวิ่งเข้าประตูมา
เงาเลือนรางค่อย ๆ ผ่านฉากกั้นเข้ามาคนแล้วคนเล่า กระทั่งในที่สุดใบหน้าห่วงกังวลของสตรี และบุรุษวัยกลางคนปรากฏขึ้น รอยยิ้มราวกับคนที่เพิ่งจะผ่านเหตุการณ์เลวร้าย ทำให้หญิงสาวรู้สึกงุนงง
บทสนทนามากมายที่นางไม่เข้าใจ ยิ่งทำให้อาการปวดตุบ ๆ ที่ขมับรุนแรงมากยิ่งขึ้น
“อวี่เอ๋อร์ รู้สึกตัวแล้วหรือ เจ็บตรงไหนบ้าง เจ้าบอกแม่”
“ฮูหยินเจ้าระวังหน่อย ว่าเพิ่งไปแตะตัวนาง รอท่านหมอหวงมาถึงก่อน” บุรุษผู้นั้นเอ่ยจบก็หันมามองหญิงสาว “อวี่เอ๋อร์เจ้าอย่าเพิ่งขยับตัว พ่อให้คนไปตามท่านหมอหวงมาแล้ว”
“พวกท่าน...เป็นใคร” คำถามของหญิงสาวทำให้บรรยากาศในห้องเงียบงันลงไปทันที
“เจ้า...อวี่เอ๋อร์”
“นาง...นางถามว่าอย่างไรนะ อวี่เอ๋อร์ลูก นี่แม่อย่างไรเล่า”
“ฮูหยินเจ้าถอยออกมาก่อน อวี่เอ๋อร์...”
“พวกท่านเรียกข้าว่าอวี่เอ๋อร์ นั่นชื่อของข้าหรือ ข้า...ชื่ออะไรหรือ แล้วที่นี่ที่ไหน ข้าเป็นใคร”
อาการปวดศีรษะรุนแรงที่ยิ่งมาก็ยิ่งทำให้ใบหน้าหน้าบิดเบี้ยว ความเจ็บปวดที่เพิ่งทุเลาลงเริ่มกลับมาชัดเจน หญิงสาวคว้ามือของสตรีตรงหน้า พยายามอ้าปากเอ่ยถาม
นางนึกไม่ออก นางเป็นใคร คนเล่านี้เล่าคือผู้ใด แล้วเหตุใดนางจึงเป็นเช่นนี้ เกิดอะไรขึ้น ทุกอย่างล้วนแล้วแต่สับสนและไม่กระจ่างชัด
“ท่านหมอมาแล้ว!!!”
นั่นคือเสียงสุดท้ายที่หญิงสาวได้ยิน จากนั้นไม่นานนางรู้สึกเหมือนท่านหมอหวงคนนั้นพยายามฝังเข็มให้นาง โดยให้สาวใช้จับนางเอาไว้ เสียงปลอบประโลมดังขึ้น ใบหน้าห่วงกังวลและดวงตาแดงก่ำของสตรีวัยกลางคน ซึ่งในยามนี้สบตากับนางนิ่ง
“อวี่เอ๋อร์ลูกแม่”
“ผ่อนคลายเถิดคุณหนูเว่ย ร่างกายท่านยังคงต้องพักฟื้น อย่าได้กังวลสิ่งใดเลย” เสียงท่านหมอดังแว่วเข้ามา ก่อนที่สติของหญิงสาวจะค่อย ๆ พร่าเลือนกระทั่งหลับไปในที่สุด
ท่านหมอหวงก้าวออกมาจากห้องหลังจากกำชับการดูแลกับสาวใช้สองนางที่รั้งอยู่ในห้อง เว่ยจื่อฉีและเว่ยฮูหยินเดินตามเขาออกมาด้วยใบหน้าเคร่งเครียด
“ดูเหมือนตอนที่ตกลงมาจากรถม้านั้น ศีรษะของคุณหนูรองคงไปกระแทกกับบางอย่าง และเป็นการกระแทกที่รุนแรงมาก คุณหนูรองจึงจดจำสิ่งใดไม่ได้ อาการนี้ข้าเคยรักษามาก่อน บางคนใช้เวลาหลายวันก็กลับมาจดจำทุกอย่างได้ดังเดิม แต่บางคนนานนับเดือน หรืออาจจะเป็นปี แต่ถึงอย่างนั้นก็มีบางคนที่ไม่อาจกลับมาจดจำได้อีกเลย”
เว่ยฮูหยินได้ยินเช่นนั้นก็ร่ำไห้ออกมา นางมองไปยังประตูห้องซึ่งปิดสนิท ดวงตาแดงก่ำมองไปยังผู้เป็นสามี ก่อนที่นางจะก้มหน้าลงแล้วร้องไห้ออกมาเสียงเบา
“ท่านหมอหวงข้าต้องทำอย่างไรบ้าง”
“ข้าจะเขียนใบสั่งยาและกำกับวิธีดูแลเอาไว้อย่างละเอียด สองสามวันจะแวะมาดูอาการให้ครั้งหนึ่ง”
“เช่นนั้นข้าจะให้พ่อบ้านไปส่งท่านและรับใบสั่งยากลับมา ขอบคุณท่านหมอหวง”
“เกรงใจไปแล้ว”
หลังจากมองส่งท่านหมอหวงจากไปแล้ว เว่ยฮูหยินที่มีอาการเหม่อลอยก็เดินเข้ามาใกล้ผู้เป็นสามี “ท่านพี่”
“เจ้าก็สงบจิตใจลงบ้างเถิด บางทีเป็นเช่นนี้ก็ดีแล้ว ดีแล้วจริง ๆ” เว่ยจื่อฉีถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก เขามองไปยังประตูห้องของบุตรสาวคนเล็กด้วยความรู้สึกผิด
ใช่...บางทีผลออกมาเป็นเช่นนี้นับว่าดีแล้ว