บทที่ 1.2
เว่ยซวงอวี่
...นั่นคือชื่อแซ่ของนาง หญิงสาวผู้ซึ่งไร้ความทรงจำโดยสิ้นเชิง คนตระกูลเว่ยบอกนางว่านางตกลงจากรถม้า ในระหว่างที่ไปไหว้พระที่วัดบนเขา
นางอายุได้เพียงสิบหกปี ก่อนเกิดเรื่องนางบอกกับเว่ยจื่อฉีผู้เป็นบิดาว่าอยากไปขอยันต์มงคลจากไต้ซือไป๋อวิ๋น ระหว่างทางไปยังอารามสงบใจบนเขานอกเมืองอี๋หยาง รถม้าเกิดอุบัติเหตุจนกลิ้งตกเขา
น่าประหลาดที่ทุกคนต่างก็บอกเหมือนกันหมด นั่นก็คือมีเพียงนางที่รอดชีวิต...
เว่ยซวงอวี่นั่งเหม่อมองดอกซิ่งบานสะพรั่งสวยงามตรงหน้า แต่หัวใจของนางกลับเต็มไปด้วยความสับสน ความรู้สึกบางอย่างบอกนางว่าคนตระกูลเว่ยมีท่าทีแปลก ๆ ทุกครั้งที่นางเอ่ยถามเรื่องอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น
มีครั้งหนึ่งมารดาของนางหลุดปากพูดถึงเว่ยเอินหลิน แม้จะชั่วครู่แต่นางที่สงสัยการกระทำ และคำพูดของทุกคนตั้งแต่แรก มีหรือจะมองไม่เห็นถึงความผิดปกติ
เว่ยเอินหลิน พี่สาวคนเดียวของนางเพิ่งจะออกเรือนไป ทั้งยังเป็นช่วงที่นางกำลังเกิดเรื่องพอดี
ที่สำคัญการออกเรือนครั้งนี้ ยิ่งใหญ่กว่างานมงคลครั้งไหน ๆ ในเมืองอี๋หยาง เพราะนางได้รับแต่งตั้งเป็นชายารองขององค์ชายเก้าแคว้นหาน หานเหวินเสียน องค์ชายที่ฮ่องเต้แคว้นหานทรงโปรดปราน
หากจะกล่าวถึงความทรงจำเกี่ยวกับพี่สาวผู้นี้ แน่นอนว่าทุกอย่างยังคงว่างเปล่า เช่นเดียวกันกับความรู้สึกที่หญิงสาวมีต่อคนในคฤหาสน์ตระกูลเว่ย
แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ทำให้หญิงสาวรู้สึกประหลาด เพราะเรื่องที่ทำให้นางรู้สึกถึงลางสังหรณ์อันเข้มข้นนั้น เป็นเรื่องอุบัติเหตุที่ไม่มีใครสามารถบอกถึงสาเหตุ
อีกทั้งในยามที่นางเอ่ยถามศพของสาวใช้ และคนขับรถม้า เนื่องจากต้องการจะมอบเงินค่าทำศพให้ญาติพี่น้องของคนตาย คำตอบที่ได้รับกลับยังคงคลุมเครือเช่นเดิม
คำตอบของผู้อื่นคลุมเครือนั้น นางยังพอเข้าใจได้ หากแต่คำตอบของบิดาของนางเองก็ยังคงน่าสงสัยพอ ๆ กัน เช่นนี้แล้วจะให้นางสงบจิตใจลงได้อย่างไร
“คุณหนูเจ้าคะ”
เสียงของเสี่ยวเถาขัดจังหวะการใช้ความคิดของหญิงสาว นางค่อย ๆ หันหน้าไปมองอีกฝ่ายที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตา “มีอะไรหรือ”
“ฮูหยินให้มาเรียนว่าอาจารย์หวังมาเยี่ยมเจ้าค่ะ”
“อาจารย์หวังหรือ”
ความคิดของเว่ยซวงอวี่หมุนเร็วรี่ ชื่อของทุกคนที่เคยผ่านหูนับจากวันที่ฟื้นตื่นขึ้นมา นางเพิ่งจะตระหนักว่านางล้วนแล้วแต่จดจำได้ แต่อาจารย์หวังผู้นี้นางเพิ่งจะเคยได้ยิน
ด้วยเพราะตระกูลเว่ยเป็นตระกูลบัณฑิต ดังนั้นเว่ยซวงอวี่จึงเดินไปยังห้องโถง โดยยังคงเข้าใจว่าอาจารย์หวังผู้นี้เป็นสหายของบิดาผู้หนึ่งเท่านั้น
รอยยิ้มอบอุ่นของบุรุษหน้าตาอ่อนโยนทำให้เว่ยซวงอวี่ชะงัก นางมองชุดนักพรตของอีกฝ่าย ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องโถงช้า ๆ ย่อกายคำนับบิดามารดา ก่อนย่อกายให้ผู้อาวุโสกว่าอีกคนที่นั่งมองนางไม่วางตา
“ศิษย์รัก” น้ำเสียงสั่นเครือของหวังชิงทำให้เว่ยซวงอวี่เงยหน้ามองเขา
“อวี่เอ๋อร์ จำอาจารย์หวังได้หรือไม่ เขาคืออาจารย์ของเจ้าและหลินเอ๋อร์อย่างไรเล่า” เว่ยจื่อฉีเอ่ยถามบุตรสาว ก่อนจะสังเกตท่าทีของนางไปพลาง
“อะ...อาจารย์หรือเจ้าคะ”
ท่าทีประหลาดใจของเว่ยซวงอวี่ ทำให้เว่ยฮูหยินน้ำตาคลอขึ้น ผ่านมาเกือบหนึ่งเดือน อาการของเว่ยซวงอวี่ดีขึ้นตามลำดับ แต่ถึงอย่างนั้นความทรงจำกลับไร้วี่แววที่จะกลับมา
“ข้าเคยสอนเจ้ากับพี่สาวของเจ้าเขียนอ่าน จำข้าได้หรือไม่” หวังชิงถามด้วยดวงตาคาดหวัง แต่ดวงตาสับสนของเว่ยซวงอวี่ ไหนเลยจะเป็นการเสแสร้งแกล้งทำ
“ข้า...จำไม่ได้เจ้าค่ะ” เว่ยซวงอวี่ใบหน้าสลดลง นางคุกเข่าลงตรงหน้าหวังชิง “หากทำให้ท่านอาจารย์ผิดหวัง ข้าต้องขออภัย”