บทที่ 5 การเจรจาและการตัดสินใจที่เด็ดขาด
ชายวัยกลางคนสวมแว่นตากรอบหนาในชุดยูนิฟอร์มสีกรมท่าเดินเข้ามาในบ้านพร้อมกับผู้ช่วยหญิงอีกหนึ่งคน ข้างหลังพวกเขามีป้าจางและไทยมุงจำนวนหนึ่งยืนชะเง้อคออยู่ที่หน้าประตูราวกับกำลังดูละครฉากสำคัญ
"สวัสดีครับ ผมชื่อหวังไห่จากสมาคมสตรีและเด็กประจำเขตฉางอัน" เขาแนะนำตัวพลางกวาดสายตาสำรวจสภาพภายในบ้าน สายตาของเขาหยุดอยู่ที่เวยเหนียงจือซึ่งมีผ้าก๊อซพันศีรษะ ร่างกายผอมแห้ง และเสื้อผ้าเก่าขาด แตกต่างจากคนอื่นในบ้านราวฟ้ากับเหว
"เชิญนั่งครับสหายหวัง" เวยกั๋วเฉียงรีบปรับสีหน้า พยายามยิ้มแย้มต้อนรับขับสู้ แม้เหงื่อกาฬจะเริ่มแตกพลั่ก "คงมีการเข้าใจผิดกันแน่ๆ บ้านเราอบอุ่นรักใคร่กันดีครับ"
"เข้าใจผิดหรือไม่ ให้หลักฐานเป็นเครื่องพิสูจน์เถอะครับ" หวังไห่พูดเสียงเรียบ หันไปทางเหนียงจือ "หนู... ไม่ต้องกลัวนะ บอกลุงมาตามตรงว่าเกิดอะไรขึ้น ที่หัวไปโดนอะไรมา"
เหนียงจือเหลือบตามองเวยกั๋วเฉียงและหลินซูที่ส่งสายตาข่มขู่มาเงียบๆ เธอสูดหายใจลึก แล้วเริ่มเล่าความจริงผสมการแสดง
"หนูโดนผลักตกบันไดค่ะ แต่... แต่พ่อกับแม่บอกว่าเป็นอุบัติเหตุ" เธอพูดเสียงเบา ก้มหน้ามองมือตัวเองที่กำแน่น "ส่วนเรื่องเมื่อวานน้องเล็กบอกว่าสร้อยหาย พ่อกับแม่ก็เลยเข้าใจผิดคิดว่าหนูเอาไป เลยรื้อห้องหนู..."
เธอชี้ไปที่ห้องเก็บของใต้บันไดที่ประตูเปิดอ้าอยู่ เผยให้เห็นสภาพข้างในที่รกรุงรังเหมือนเพิ่งผ่านสงครามมา
ผู้ช่วยหญิงของหวังไห่เดินเข้าไปดูแล้วส่ายหน้าออกมา "สภาพห้องแย่มากค่ะ ทั้งแคบ ทั้งอับ แถมข้าวของยังถูกรื้อกระจาย เทียบกับห้องนอนใหญ่นั่นไม่ได้เลย" เธอชี้ไปที่ห้องของเวยอิงที่เปิดประตูแง้มไว้ เห็นเตียงนุ่มและเฟอร์นิเจอร์สวยงาม
"นี่หรือครับความรักใคร่กลมเกลียวที่คุณพูดถึง" หวังไห่หันมาจ้องหน้าเวยกั๋วเฉียง
"ลูกบุญธรรมก็เป็นคนนะครับ สหายเวย คุณเป็นข้าราชการ น่าจะรู้กฎหมายดีกว่าผม"
"มันเป็นเรื่องภายในครอบครัว..." เวยกั๋วเฉียงอึกอัก
"แต่ถ้ามีการทำร้ายร่างกายและจิตใจ มันก็ไม่ใช่แค่เรื่องภายในแล้วครับ" หวังไห่เสียงเข้มขึ้น "ทางสมาคมฯ มีสิทธิ์เข้ามาแทรกแซงเพื่อคุ้มครองเด็ก"
"หนูขอแยกบ้านค่ะ!"
เสียงประกาศของเวยเหนียงจือดังขึ้นกลางวงสนทนา ทุกคนหันไปมองเธอเป็นตาเดียว
"หนูอายุ 18 แล้ว บรรลุนิติภาวะแล้ว หนูมีสิทธิ์ตัดสินใจเอง" เหนียงจือเงยหน้าขึ้น แววตาเด็ดเดี่ยว "หนูไม่อยากอยู่ที่นี่ให้เป็นภาระของสกุลเวยอีก และไม่อยากต้องอยู่อย่างหวาดระแวงว่าจะโดนใส่ร้ายอีกเมื่อไหร่ หนูขอแค่ทะเบียนบ้านของหนู แล้วหนูจะไปเอง"
"ไม่ได้" หลินซูโพล่งขึ้นมา "เลี้ยงมาตั้งขนาดนี้ จะปีกกล้าขาแข็งบินหนีไปง่ายๆ ได้ยังไง ค่าน้ำนมข้าวป้อนแกยังไม่ได้ชดใช้เลยนะ!"
"คุณป้าครับ การพูดแบบนี้ยิ่งแสดงเจตนาว่ามองเด็กเป็นแค่ทรัพย์สินนะครับ" หวังไห่เตือนเสียงเย็น
"เอาอย่างนี้ไหมครับ" เหนียงจือเสนอข้อแลกเปลี่ยนที่เธอเตรียมไว้แล้ว "หนูจะทำสัญญาตัดขาด เขียนเป็นลายลักษณ์อักษร ต่อหน้าเจ้าหน้าที่หวังและเพื่อนบ้านทุกคน ว่านับจากวันนี้ไป เวยเหนียงจือ ไม่เกี่ยวข้องกับสกุลเวยอีก หนูจะไม่เรียกร้องสมบัติแม้แต่หยวนเดียว และสกุลเวยก็ไม่มีสิทธิ์ในตัวหนูอีกต่อไป"
"ส่วนบุญคุณที่เลี้ยงดูมาหนูขอคืนให้ด้วยการไม่แจ้งความเอาเรื่องที่เวยอิงผลักหนูตกบันได และเรื่องที่พวกคุณกักขังหนูเมื่อวาน"
คำพูดของเหนียงจือเหมือนระเบิดลงกลางบ้าน เวยอิงหน้าซีดเผือด กลัวว่าจะติดคุกถ้าเรื่องถึงตำรวจ ส่วนเวยกั๋วเฉียงหน้าดำหน้าแดงเพราะกลัวเสียตำแหน่งหน้าที่การงาน
"แกขู่ฉันเหรอ" เวยกั๋วเฉียงกัดฟันกรอด
"หนูแค่เสนอทางออกที่ดีที่สุดสำหรับทุกคนค่ะ พ่อเอ้ย คุณเวย ลองคิดดูดีๆ นะคะ ถ้าเรื่องนี้แดงขึ้นไปถึงหน่วยงานต้นสังกัดคุณเวย หรือถ้าตำรวจมาสอบสวนเรื่องพยายามฆ่า มันจะคุ้มกันไหมกับแค่เด็กกำพร้าคนเดียว"
เวยกั๋วเฉียงนิ่งเงียบ สมองประมวลผลอย่างรวดเร็ว เขามองหน้าหวังไห่ที่ดูพร้อมจะเอาเรื่อง มองหน้าเพื่อนบ้านที่ซุบซิบกันสนุกปาก และมองเวยอิงที่ยืนตัวสั่น
เขารู้ดีว่าถ้าไม่ยอมจบเรื่องตอนนี้ อนาคตเขาพังแน่ การตัดหางปล่อยวัดนังเด็กนี่อาจจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ดีเสียอีก จะได้ไม่มีเสี้ยนหนามตำใจลูกสาวสุดที่รักของเขา
"ก็ได้" เวยกั๋วเฉียงกระแทกเสียง "อยากไปนักก็ไป แต่จำไว้ว่าก้าวออกจากบ้านนี้ไปแล้ว อย่าซซมซานกลับมาขอข้าวฉันกินเด็ดขาด!"
"สัญญาค่ะ" เหนียงจือตอบรับทันที "รบกวนสหายหวังช่วยเป็นพยานและร่างหนังสือสัญญาให้ด้วยนะคะ"
หวังไห่มองเด็กสาวด้วยความชื่นชมในความกล้าหาญและความฉลาด "ได้ครับ ลุงจะจัดการให้เดี๋ยวนี้"
ท่ามกลางสายตาของคนทั้งแฟลต สัญญาตัดขาดความสัมพันธ์ถูกร่างขึ้นบนโต๊ะอาหารตัวเก่านั้น เวยเหนียงจือเซ็นชื่อด้วยลายมือหนักแน่น ก่อนจะรับสมุดทะเบียนบ้านเล่มใหม่ที่แยกออกมาเฉพาะชื่อของเธอจากหวังไห่
เธอเก็บเสื้อผ้าไม่กี่ชุดใส่กระเป๋าผ้าใบเก่า เดินออกจากบ้านสกุลเวยโดยไม่หันหลังกลับไปมอง แม้ในกระเป๋าจะมีเงินติดตัวเพียงไม่กี่หยวน แต่ในใจเธอกลับรวยล้นไปด้วยความหวังและอิสรภาพ
ทันใดนั้น เสียงระบบก็ดังขึ้นในหัว
[ภารกิจสำเร็จ! ตัดขาดจากครอบครัวที่เป็นพิษ ได้รับแต้มชื่อเสียง 50 แต้ม และปลดล็อก 'ฟังก์ชันห้องแล็บวิจัยเบื้องต้น']
เวยเหนียงจือยิ้มกว้างรับแสงแดดที่สาดส่องลงมา ชีวิตใหม่ของนางพญาเครื่องสำอางได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
