บทที่ 6 บ้านหลังแรกและห้องแล็บมิติ
เวยเหนียงจือเดินออกจากเขตบ้านพักข้าราชการด้วยฝีเท้าที่มั่นคง แสงแดดยามบ่ายส่องกระทบใบหน้า แม้จะเจ็บแผลที่หัว แต่หัวใจของเธอกลับพองโตด้วยความสุขอย่างที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนในชีวิต
อิสรภาพมีรสชาติหอมหวานเช่นนี้นี่เอง
เธอล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงเก่าย้วย สัมผัสธนบัตรยับยู่ยี่ไม่กี่ใบที่เธอแอบเก็บซ่อนไว้ตลอดหลายปีที่ผ่านมา รวมแล้วมีเงินสดเพียง 15 หยวนกับคูปองอาหารอีกเล็กน้อย นี่คือทุนรอนทั้งหมดที่มีสำหรับการเริ่มต้นชีวิตใหม่
เงินจำนวนนี้อาจซื้อข้าวกินได้ไม่กี่มื้อ แต่สำหรับคนที่มีระบบราชินีความงามอย่างเธอ มันคือต้นทุนมหาศาล
เป้าหมายแรกคือหาที่ซุกหัวนอน เธอรู้ดีว่าเงินแค่นี้คงเช่าหอพักดีๆ ไม่ได้ จึงมุ่งหน้าไปยังตรอกเก่าซอยโทรมแถบชานเมืองปักกิ่ง ย่านที่เต็มไปด้วยบ้านเรือนซื่อเหอหยวนเก่าคร่ำครึที่ถูกแบ่งซอยเป็นห้องเช่าราคาถูกสำหรับแรงงานและนักเรียนยากจน
หลังจากเดินถามอยู่หลายที่จนขาลาก ในที่สุดเธอก็มาหยุดอยู่ที่หน้าประตูไม้สีแดงซีดจางบานหนึ่ง หญิงชราท่าทางดุร้าวนั่งพัดวีอยู่หน้าบ้าน สายตามองลอดแว่นสายตายาวมาที่เธอ
"มาหาใคร" หญิงชราถามเสียงห้วน
"หนูเห็นป้ายติดประกาศว่ามีห้องว่างให้เช่าค่ะคุณยาย" เหนียงจือตอบอย่างนอบน้อม
ยายแก่กวาดสายตามองสภาพมอมแมมของเธอ "มีเงินจ่ายหรือเปล่า ที่นี่เก็บล่วงหน้าหนึ่งเดือน มัดจำอีกหนึ่งเดือน ค่าเช่าเดือนละ 3 หยวน รวมเป็น 6 หยวน จ่ายไหวไหม"
ราคาถูกกว่าที่คิดมาก แต่สภาพคงไม่ต้องเดา เหนียงจือรีบควักเงินออกมานับส่งให้ทันที "ไหวค่ะ นี่ค่ะ 6 หยวน"
หญิงชรารับเงินไปนับอย่างรวดเร็ว ก่อนจะโยนกุญแจดอกหนึ่งมาให้ "ห้องริมสุดทางขวามือ ห้องเล็กหน่อยนะ เดิมทีเป็นห้องเก็บฟืน แต่ก็พอนอนได้ อย่าส่งเสียงดังรบกวนคนอื่น และห้ามพาผู้ชายมาค้าง อั๊วชื่อยายหวัง มีอะไรก็มาเรียก"
เหนียงจือก้มหัวขอบคุณ แล้วรีบเดินเข้าไปด้านใน ห้องพักที่ว่านั้นเล็กสมชื่อ กว้างเพียงแค่พอวางเตียงเดี่ยวและโต๊ะตัวเล็กๆ ได้ ผนังมีรอยร้าวและคราบน้ำ แต่โชคดีที่มีหน้าต่างบานเล็กให้แสงส่องถึง พื้นปูด้วยอิฐมอญเก่าๆ ที่เย็นเฉียบ
แม้จะสกปรกไปบ้าง แต่ที่นี่คืออาณาจักรส่วนตัวของเธอ ไม่มีเสียงด่าทอของหลินซู ไม่มีสายตาเหยียดหยามของเวยเจ๋อ และไม่มีการเสแสร้งของเวยอิง
เหนียงจือวางกระเป๋าลง แล้วเริ่มลงมือทำความสะอาดทันที เธอใช้เวลาสองชั่วโมงกวาดถูจนห้องสะอาดเอี่ยม แม้เฟอร์นิเจอร์จะเก่า แต่เมื่อเช็ดถูแล้วก็น่าดูขึ้น
เมื่อทุกอย่างเข้าที่เข้าทาง เธอก็ล็อกประตูลงกลอนแน่นหนา นั่งขัดสมาธิลงบนเตียงไม้ไผ่ แล้วหลับตาลง
"ระบบ เปิดใช้งานห้องแล็บวิจัยเบื้องต้น"
[รับทราบ กำลังเชื่อมต่อจิตสำนึกเข้าสู่ห้องแล็บมิติ]
วูบเดียว สภาพแวดล้อมรอบตัวก็เปลี่ยนไป ห้องเช่ารูหนูหายไป แทนที่ด้วยห้องสีขาวโพลนกว้างขวาง อุปกรณ์วิทยาศาสตร์หน้าตาล้ำยุควางเรียงรายอยู่บนโต๊ะสแตนเลส ทั้งเครื่องสกัดสาร เครื่องเหวี่ยงตะกอน และกล้องจุลทรรศน์ความละเอียดสูง
เหนียงจือเบิกตากว้างด้วยความตื่นเต้น นี่คือเทคโนโลยีที่ล้ำหน้ายุค 80 ไปไกลโข
[ยินดีต้อนรับสู่ห้องแล็บ ระดับปัจจุบัน: 1]
[โฮสต์สามารถนำวัตถุดิบจากโลกภายนอกเข้ามาสกัด แยกสาร และผสมสูตรได้ที่นี่ ค่าความบริสุทธิ์ของสารสกัดจะเพิ่มขึ้น 50 เปอร์เซ็นต์เมื่อผ่านกระบวนการในห้องแล็บนี้]
เธอเดินสำรวจไปรอบๆ บนโต๊ะมีคู่มือโฮโลแกรมลอยอยู่ มันคือสูตร 'ครีมหน้าเด้งไข่มุกบัวหิมะ' ที่เธอได้รับมาก่อนหน้านี้
ส่วนประกอบหลักคือ ผงไข่มุก สารสกัดบัวหิมะ และสมุนไพรจีนอีก 3 ชนิด
ปัญหาคือ เธอไม่มีเงินพอจะซื้อวัตถุดิบราคาแพงพวกนั้น ผงไข่มุกแท้ราคาแพงหูฉี่ บัวหิมะก็หายาก
"ระบบ มีทางเลือกอื่นไหม วัตถุดิบพวกนี้แพงเกินไปสำหรับฉันตอนนี้"
[โฮสต์สามารถใช้วัตถุดิบเกรดต่ำทดแทนได้ ระบบสามารถสกัดเอาสิ่งเจือปนออกและดึงประสิทธิภาพสูงสุดของวัตถุดิบนั้นออกมา แม้ผลลัพธ์จะไม่เท่าสูตรต้นตำรับ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ก็มีประสิทธิภาพสูงกว่าครีมทั่วไปในท้องตลาดถึง 10 เท่า]
เหนียงจือยิ้มออกทันที สมองอันชาญฉลาดของเธอเริ่มประมวลผล เธอไม่จำเป็นต้องใช้ของแพง แค่ใช้ของที่หาได้ง่ายๆ มาแปรรูปด้วยเทคโนโลยีขั้นเทพนี้ก็พอ
เธอออกจากระบบชั่วคราว แล้ววิ่งออกไปที่ร้านขายยาแผนโบราณหน้าปากซอย ซื้อเศษผงไข่มุกเกรดต่ำที่เขาคัดทิ้ง ราคาถูกเหมือนได้เปล่า และซื้อครีมกวนเองพื้นบ้านราคาถูกที่สุดมาหนึ่งกระปุกเพื่อใช้เป็นเบสครีม รวมทั้งหมดจ่ายไปแค่ 2 หยวน
เมื่อกลับถึงห้องและเข้าสู่แล็บอีกครั้ง เธอเทเศษผงไข่มุกลงในเครื่องสกัด เครื่องจักรส่งเสียงครางเบาๆ แสงสีฟ้าสว่างวาบ ผ่านไปเพียงสามนาที เศษผงสีขุ่นก็กลายเป็นผงแป้งละเอียดสีขาวนวลส่องประกายวิบวับ สิ่งเจือปนถูกแยกออกจนหมดสิ้น
จากนั้นเธอนำครีมพื้นบ้านที่มีกลิ่นฉุนและเนื้อหยาบ ใส่ลงไปในเครื่องผสม พร้อมกับผงไข่มุกบริสุทธิ์ที่เพิ่งสกัดได้
[เริ่มกระบวนการผสมโมเลกุลนาโน]
เครื่องปั่นหมุนด้วยความเร็วสูงจนมองไม่ทัน เวลาผ่านไปครึ่งชั่วโมง เสียงเตือนติ๊งก็ดังขึ้น
เวยเหนียงจือเปิดฝาเครื่องออก กลิ่นหอมอ่อนๆ คล้ายดอกไม้แรกแย้มโชยออกมา เนื้อครีมสีขาวมุกเนียนละเอียดราวน้ำนมข้น ไม่มีความหยาบกร้านของครีมราคาถูกเหลืออยู่เลย
เธอใช้นิ้วปาดเนื้อครีมขึ้นมาเล็กน้อย แล้วทาลงบนหลังมือ เนื้อครีมซึมซาบเข้าสู่ผิวทันที ไม่ทิ้งคราบมัน และที่น่าทึ่งคือ ผิวบริเวณนั้นดูสว่างกระจ่างใสและนุ่มลื่นขึ้นทันตาเห็น
"สุดยอด" เหนียงจือพึมพำ ดวงตาเป็นประกาย "นี่แหละบ่อเงินบ่อทองของฉัน"
ในยุคที่ผู้หญิงเริ่มหันมาสนใจความสวยความงาม แต่สินค้าในตลาดยังมีคุณภาพต่ำและราคาสูง ครีมกระปุกนี้จะเป็นตัวเปลี่ยนเกม
พรุ่งนี้ เธอจะเริ่มแผนการหาเงินก้อนแรก และเป้าหมายของเธอก็ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นตลาดมืดที่คึกคักที่สุดในปักกิ่ง
