บทที่ 3 ระบบราชินีความงามและแผนการสู่อิสรภาพ
ความโกลาหลในบ้านสกุลเวยยุติลงด้วยความอึมครึม หลังจากเหนียงจือเดินออกจากห้องนั้น เธอกลับเข้าไปล้มตัวลงนอนบนเตียงไม้แข็งๆ อีกครั้ง แต่คราวนี้ความรู้สึกต่างออกไป มันไม่ใช่ความอึดอัดคับแค้นเหมือนชาติก่อน แต่เป็นความโล่งใจอย่างประหลาด
เสียงประตูปิดปังใหญ่จากห้องนอนใหญ่บ่งบอกอารมณ์ของเจ้าของบ้านได้เป็นอย่างดี ส่วนเสียงสะอื้นไห้ของเวยอิงยังคงดังแว่วมาเป็นระยะ แสร้งทำเป็นเหยื่อผู้ถูกกระทำเพื่อเรียกร้องความสนใจจากพี่ชายทั้งสอง
เหนียงจือไม่สนใจ เธอหลับตาลงและมุ่งความสนใจไปที่เสียงในหัว
"ระบบ อธิบายการทำงานของเธอมาให้ละเอียด"
[รับทราบโฮสต์ ระบบราชินีความงามแห่งยุค 80 มีเป้าหมายเพื่อผลักดันโฮสต์ให้กลายเป็นผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในวงการความงามและแฟชั่น]
หน้าจอโฮโลแกรมโปร่งแสงปรากฏขึ้นตรงหน้าเหนียงจือ มีเพียงเธอเท่านั้นที่มองเห็น มันแสดงค่าสถานะปัจจุบันของเธอ
[ข้อมูลตัวละคร]
• ชื่อ: เวยเหนียงจือ
• อายุ: 18 ปี
• สถานะ: ขาดสารอาหาร, บาดเจ็บเล็กน้อย
• ทักษะ: ไม่มี
• แต้มชื่อเสียง: 0
• ร้านค้า: ล็อก (ปลดล็อกเมื่อมีแต้มชื่อเสียง 100 แต้ม)
• ฟังก์ชันพิเศษ: ห้องแล็บวิจัย (ล็อก), คลังวัตถุดิบ (ล็อก)
"แล้วฉันจะหาแต้มชื่อเสียงได้จากไหน"
[แต้มชื่อเสียงจะเพิ่มขึ้นเมื่อโฮสต์ได้รับการยอมรับ ชื่นชม หรือสร้างความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีต่อรูปลักษณ์ของผู้อื่น ยิ่งการเปลี่ยนแปลงนั้นสร้างผลกระทบมากเท่าไหร่ แต้มที่ได้ก็จะยิ่งสูงขึ้น]
[ภารกิจแรก: ฟื้นฟูตัวเอง จงใช้ยาฟื้นฟูร่างกายระดับต้นเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บและขับสารพิษตกค้าง รางวัล: แต้มชื่อเสียง 10 แต้ม และสูตรครีมหน้าเด้งสมุนไพรโบราณ]
เหนียงจือไม่ลังเล เธอนำขวดแก้วใบจิ๋วที่มีของเหลวสีเขียวใสบรรจุอยู่ออกมาจากมิติเก็บของแล้วกระดกมันลงคอ รสชาติหวานล้ำเหมือนน้ำค้างยามเช้าแผ่ซ่านไปทั่วร่าง ความเจ็บปวดที่ศีรษะค่อยๆ จางหายไป แทนที่ด้วยความอบอุ่นที่วิ่งพล่านไปตามเส้นเลือด
ไม่กี่นาทีต่อมา เธอรู้สึกถึงคราบเหนียวเหนอะหนะที่ซึมออกมาตามรูขุมขน มันคือสิ่งสกปรกและสารพิษที่สะสมมาจากการกินอยู่แบบอดๆ อยากๆ ในบ้านหลังนี้
เธอรีบลุกไปที่กะละมังน้ำหลังห้อง ใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดตัวอย่างรวดเร็ว เมื่อมองดูตัวเองในเศษกระจกเงาที่แตก เธอก็ต้องตะลึง ผิวที่เคยหยาบกร้านและซีดเซียวกลับดูมีน้ำมีนวลขึ้นเล็กน้อย แม้จะยังไม่ขาวผ่อง แต่ก็ดูสุขภาพดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ดวงตากลมโตที่เคยหม่นหมองกลับทอประกายสดใส
[ภารกิจสำเร็จ! ได้รับแต้มชื่อเสียง 10 แต้ม และสูตร 'ครีมหน้าเด้งไข่มุกบัวหิมะ']
ข้อมูลสูตรครีมหลั่งไหลเข้ามาในสมอง ทั้งส่วนผสม วิธีการสกัด และเทคนิคการกวนครีมที่ซับซ้อนแต่ทรงประสิทธิภาพ วัตถุดิบส่วนใหญ่เป็นสมุนไพรจีนที่หาได้ทั่วไปในยุคนี้ ผสมผสานกับเทคนิคการสกัดที่ล้ำหน้ากว่ายุคปัจจุบันไปหลายสิบปี
"นี่แหละ อาวุธของฉัน" เหนียงจือยิ้มมุมปาก
แต่ก่อนจะไปถึงจุดนั้น เธอต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าก่อน นั่นคือการ "ออกจากนรกขุมนี้"
เธอรู้ดีว่าสกุลเวยไม่มีทางปล่อยเธอไปง่ายๆ ไม่ใช่เพราะรักใคร่ แต่เพราะต้องการเก็บเธอไว้เป็นคนรับใช้ฟรีๆ และเป็นกระสอบทรายระบายอารมณ์ให้เวยอิง อีกทั้งในยุคนี้ การย้ายทะเบียนบ้านเป็นเรื่องยุ่งยากหากไม่มีเหตุผลสมควรหรือหน่วยงานรองรับ
"ฉันต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยให้ได้"
การสอบเข้ามหาวิทยาลัย คือใบเบิกทางเดียวที่จะทำให้เธอย้ายทะเบียนบ้านไปที่มหาวิทยาลัยได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย และหลุดพ้นจากอำนาจปกครองของเวยกั๋วเฉียง
แต่ตอนนี้เพิ่งจะเดือนตุลาคม การสอบจะมีขึ้นในเดือนกรกฎาคมปีหน้า เธอยังมีเวลาอีก 9 เดือน ซึ่งนานเกินไปที่จะทนอยู่ในบ้านหลังนี้
"ฉันต้องหาเรื่องแตกหัก แตกหักชนิดที่พวกเขาต้องไล่ฉันออกไปเอง"
แผนการชั่วร้ายผุดขึ้นในหัว เวยอิงอยากเป็นลูกกตัญญูที่น่ารักนักใช่ไหม เวยกั๋วเฉียงอยากเป็นข้าราชการผู้ทรงเกียรติงั้นสิ ได้ เธอจะช่วยสงเคราะห์ให้
เช้าวันรุ่งขึ้น เหนียงจือตื่นแต่เช้ามืด ไม่ใช่เพื่อลุกมาหุงข้าวทำกับข้าวเหมือนทุกวัน แต่เธอลุกขึ้นมาแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าที่เก่าที่สุดและขาดวิ่นที่สุดเท่าที่มี เธอจงใจไม่หวีผมให้เรียบร้อย ปล่อยให้มันยุ่งเหยิงเล็กน้อยเหมือนคนเพิ่งตื่นนอน
เธอเดินออกจากบ้านไปที่ลานซักล้างส่วนกลางของแฟลตข้าราชการ ซึ่งเวลานี้พวกป้าๆ น้าๆ ที่ตื่นเช้ามักจะมารวมตัวกันซักผ้าและเมาท์มอย
"อ้าว หนูเหนียงจือ ทำไมวันนี้ตื่นเช้าจัง หน้าตาดูซีดๆ นะลูก" ป้าจาง เพื่อนบ้านปากสว่างอันดับหนึ่งของแฟลตทักขึ้น
เหนียงจือแสร้งทำท่าทางหวาดกลัว ตัวสั่นงันงก เธอทรุดตัวลงนั่งยองๆ ข้างก๊อกน้ำ น้ำตาเม็ดโตเริ่มไหลรินออกมาอย่างเงียบเชียบ
"ป้าจาง หนูหิวเมื่อวานพ่อกับแม่ไม่ได้ให้หนูกินข้าวเย็นเพราะคุณหนูเวยอิงบอกว่าสร้อยหาย..." เธอสะอื้นเบาๆ แต่จงใจให้ได้ยินกันทั่ว "ทั้งที่หนูไม่ได้เอาไปพี่รองก็จะตีหนู..."
ป้าจางและป้าๆ แถวนั้นหูผึ่งทันที เรื่องชาวบ้านคืองานหลักของพวกหล่อน ยิ่งเป็นเรื่องของหัวหน้าเวยกั๋วเฉียง ผู้ที่มักจะวางมาดว่าเป็นคนดีมีศีลธรรม ยิ่งน่าสนใจ
"ตายจริง อดข้าวเลยเหรอ แล้วหัวนั่นไปโดนอะไรมา"
"เมื่อวานโดนผลักตกบันไดค่ะ..." เหนียงจือเปิดผ้าก๊อซออกเล็กน้อยเผยให้เห็นรอยเลือดซึมและรอยฟกช้ำน่ากลัว
"หนูเจ็บ หนูอยากกลับสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าอยู่ที่นี่เหมือนตกนรก..."
เสียงฮือฮาดังขึ้นในกลุ่มแม่บ้าน ข่าวลือเรื่องเวยกั๋วเฉียงทารุณลูกเลี้ยงเริ่มแพร่สะพัดออกไปราวกับไฟลามทุ่งในเช้าวันนั้น
เหนียงจือลอบยิ้มภายใต้คราบน้ำตา รอให้ถึงเวลาที่เวยกั๋วเฉียงจะตื่นมาเจอกับสายตาประชาชีที่มองเขาเปลี่ยนไป
วันนี้แหละ เธอจะเริ่มจุดไฟเผาบ้านสกุลเวยให้วอดวาย
