บท
ตั้งค่า

บทที่ 2 ถึงคราร่วงหล่น (ต่อ)

ในยามเย็นที่เป็นเวลาทานอาหารปกตินั้นทุกคนต่างนิ่งเฉย เงียบกริบจนได้ยินเสียงลมพัดผ่าน ถึงจะสบตากันประเดี๋ยวเดียวก็หันกลับไปมองที่ถ้วยข้าวเช่นเดิม

“ท่านพ่อท่านแม่ข้าขอตัวก่อนนะเจ้าค่ะ ข้าทานอิ่มแล้ว” ในขณะที่อวี้ชิงเดินออกไปพร้อมกับแม่นมเฉิงนั้น ทั้งสองหันหน้ามาสบตาอีกครั้ง

“ท่านพี่ ท่านจะทำอย่างไรต่อไป ข้าเองไม่อยากให้ลูกต้องมาเผชิญอันตรายเช่นนี้เลย”

“เอาเถอะน้องหญิง พวกเราทำดีที่สุดแล้ว”

“แล้ววันนั้นที่ท่านพี่เชิญท่านอ๋องฉินมาเพราะเหตุใดกัน ท่านยังไม่ให้คำตอบข้าเลย”

“ข้ายกนางให้ท่านอ๋องฉินแล้ว ในอนาคตนางจะชายาของอ๋องฉิน” คำกล่าวเช่นนี้ทำเอานางลมออกหู รีบคว้าหูผู้ที่สนทนาด้วยดึงจนหูแดง แล้วตบบ่าเขาเสียงดังเพี๊ยะ

“เฉินซี ข้าเจ็บนะ”

“ท่านทำเช่นนี้ได้อย่างไรกัน ท่านมองลูกสาวเป็นสิ่งของหรือที่จะยกให้ก็ได้อย่างนั้นหรือไง แต่เล็กจนโตพวกเราไม่เคยบังคับขืนใจนางเลยแม้แต่เรื่องเดียวแต่ครานี้ทำไมจึงบีบบังคับนาง อายุนางก็แค่นี้เอง ท่านนี่ก็”

“น้องหญิงเจ้าฟังข้าก่อน ข้าให้นางอภิเษกเมื่อผ่านวัยปักปิ่นไปแล้วเจ้าไม่ต้องกังวลหรอก”

“ท่านนี้ก็น่ะ จริงๆ เลยเชียว ถ้านางไม่ชอบพอในตัวอ๋องฉินล่ะ ไม่เท่ากับผลักนางลงหน้าผาหรือไง”

“ไม่ว่าอย่างไรอ๋องฉินชอบนาง ย่อมมีวิธีทำให้นางชอบได้แน่”

“แล้วข้าจะคอยดู” บทสนทนาตัดจบลงด้วยความโกรธเคืองของเฉินซี เพราะตั้งแต่อวี้ชิงลืมตาดูโลกนางไม่เคยบังคับขืนใจลูกสาวตนแม้แต่น้อย อยากได้สิ่งใดนางก็หามาให้ ดูแลห่วงใยนางเป็นอย่างดี แต่บัดนี้สามีคนดีของนางดันยกลูกสาวยอดดวงใจให้คนอื่นไปแล้ว ส่วนตัวเขานั้นก็เสียใจไม่แพ้กันที่ต้องยกลูกสาวให้คนอื่นแต่อย่างน้อยนี่เป็นหลักประกันที่ดีที่สุดแล้ว

**********

“ท่านพ่อ ท่านแม่ ข้านอนไม่หลับ” ข้าในตอนนี้ที่นอนอยู่บนเตียงนอนที่ขนาบข้างซ้ายขวาโดยท่านพ่อท่านแม่พูดขึ้นมาเพราะเห็นว่าทั้งเขายังไม่หลับตา หรือว่าข้าชินเสียแล้วกับการนอนคนเดียว

“ท่านพ่อ ท่านแม่ ข้ารักพวกท่านที่สุดในโลกเลย ไม่ว่าจะมีเหตุร้ายหรือดี ข้าก็เคียงข้างพวกท่าน ไม่ทิ้งพวกท่าน อยู่กับพวกท่านตลอดไป” ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมจึงกล่าวเช่นนี้ ใจข้ารู้สึกหล่นวูบไปถึงพื้นราวกับครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายที่จะอยู่ด้วยกัน

“พ่อแม่ก็รักเจ้าเหมือนกัน ขอให้ชีวิตหลังจากนี้พวกเรามีแต่ความสุข ต่อให้เกิดเรื่องราวเลวร้ายก็กลับกลายเป็นดีได้ในเร็ววันนะ”

“เจ้าหลับเถอะ ดึกป่านนี้แล้ว ถ้านั้นแม่เล่านิทานให้เจ้าฟังดีไหม” เมื่อข้าพยักตอบรับท่านก็เล่านิทานให้ฟังทำให้รู้สึกเหมือนหนังตาอยากจะปิดลงเสียที

“นายท่าน นายหญิงเกิดแล้วเจ้าค่ะ เปิดประตูด้วยเจ้าค่ะ” เสียงแม่นมเฉิงและบ่าวอีกสองคนแทบพูดจาไม่เป็นภาษา ประตูสั่นไปมาคล้ายจะถล่ม เสียงเคาะดังสั่นด้วยความร้อนรน จนท่านพ่อข้าเดินไปเปิดประตูเพราะทนเสียงรบเร้าไม่ไหว

“เกิดอันใดขึ้นหรือ”

“มีกลุ่มกองกำลังบุกเข้ามาในจวนเจ้าค่ะ พวกท่านพาคุณหนูหลบก่อนเถอะเจ้าค่ะ”

“เฉินซี เจ้ากับชุนฟางพาลูกไปหลบก่อน ส่วนพวกเจ้าสองคนรีบไปรายงานต่อฉินอ๋อง” ท่านพ่อรีบคว้าดาบออกไปทันใด ในขณะที่ท่านแม่พาข้าไปซ่อนในกำแพงลับภายในห้อง

“เจ้าเฝ้าดูอวี้ชิงเอาไว้ ข้าจะไปหาท่านพี่”

“ไม่ได้เจ้าค่ะ ข้างนอกอันตรายมากเจ้าค่ะ ออกไปไม่ได้จริงๆ”

“แต่ข้าจะไป ไม่ว่ายังไงก็ต้องออกไป”

“แต่ฮูหยิน ฮูหยิน ฮูหยิน” เสียงเรียกนั้นเงียบหายไปจากกำแพงอีกฝั่ง ภายในห้องที่มืดมิดนั้นกลับมีแสงสว่างจากจันทราส่องเข้ามา ข้างนอกเต็มไปด้วยเสียงเหล็กกระทบกันไปมา บ้างก็เป็นเสียงกรีดร้องเจ็บปวด ทำให้ข้าระส่ำระสายคิดไม่ตกว่าสถานการณ์ข้างหน้าจะเป็นเช่นไร แต่ไม่ว่าข้าก็ทนอยู่ในห้องนี้ได้ไม่นานหรอก

**********

“เจ้าจะให้ป้ายคำสั่งกับข้าดีๆ หรือเจ้าอยากให้ข้าฆ่าล้างสกุลเจ้าจนหมดสิ้น”

“ข้าบอกเจ้าไปแล้วไง ตอนนี้ป้ายคำสั่งไม่ได้อยู่ที่ข้า ต่อให้ทลายฟ้า ถล่มดินยังไงเจ้าก็หาไม่เจอ”

“เจ้านี่......” ชายตรงหน้าพุ่งดาบโจมตีท่านพ่อทันที ภายในจวนตอนนี้เสียงดาบและกระบี่ฟาดฟันกันดังระงม บ้างมีร่างไร้วิญญาณนอนอยู่บนพื้นที่เต็มไปด้วยเลือดแดงฉานไหลนอง บ้างก็ได้รับบาดแผลเหวอะหวะไม่น่ามอง ข้าได้แอบมองอยู่ในพุ่มไม่ใกล้ๆ

“อ้าว คุณหนูหนานกงอวี้ชิง ทำไมมาหลบ ๆ ซ่อน ๆ ตรงนี้กัน” ชายคนหนึ่งบีบคอข้าทันทีที่จับได้ว่าข้าแอบอยู่ เมื่อข้าสบตากับท่านพ่อ ดูเหมือนว่าจะตกใจอยู่ไม่น้อยและมีท่าทีที่อ่อนลง ทันทีที่มองข้า

“เจ้าปล่อยลูกสาวข้าเดี๋ยวนี้”

“ปล่อยไปก็โง่สิ” ชายผู้นั้นบีบคออย่างเต็มแรง จะสะบัดหนี จะดึงมือออก แม้แต่จิกแขนก็แล้วแต่อีกฝ่ายไม่สะทกสะท้านเลยแม้แต่น้อย

“เจ้าเลือกเอาแล้วกัน ลูกสาวเจ้าจะเป็นหรือตายมันก็ขึ้นอยู่กับสิ่งที่เจ้าเลือกแล้ว”

“ได้ เจ้าปล่อยนางก่อน” ข้าได้แต่ส่ายหน้าไปมาเพราะไม่อยากให้ท่านพ่อทำแบบนี้ ทว่าได้มีหญิงคนหนึ่งพุ่งตรงมาจากด้านหลัง ใช้กระบี่ฟันเข้าไปที่แขนของชายที่กำลังทำให้ข้าสิ้นใจ ออกจากการควบคุมของเขา

“เจ้าไม่ฟังแม่เลยหรือไง”

“ข้าขอโทษ” น้ำตาไหลรินทันใดเมื่อรู้ซึ้งถึงการกระทำ แต่ในเวลานี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาเสียใจ

“อวี้ชิง เจ้าอันนี้ไป ขอให้เจ้าจำพ่อคนนี้ ด้วยรอยยิ้มนี้ตลอดไปนี้ ไม่ต้องร้องไห้หรอกนะ” ท่านพ่อยื่นป้ายหยกสีขาวใส่มือ พร้อมคว้าไปกอดในอ้อมแขน อ้อมกอดนี้ข้าอยากกอดไว้ให้กอดให้นานที่สุด

“เฮ้อ จะรักกันอีกนานไหม ไม่ช้าพวกเจ้าก็ต้องตายหมดอยู่แล้ว จะอะไรกันหนักกันหนา” คำพูดของชายคนนั้นทำให้ต้องผละออกจากอ้อมแขนนั้นทันที พยายามมองหน้าชายผู้นั้นเพื่อจดจำรายละเอียดให้ได้มากที่สุด ใส่ชุดเกราะอยู่ผู้เดียวท่ามกลางคนมากมาย คงเป็นหัวหน้าสินะ

“เฉินจวิน ถ้าเจ้าคิดว่าเจ้าฆ่าลูกสาวข้าได้เจ้าก็ลองดูแล้วกัน” ในขณะท่านพ่อต้านเพลงดาบจากฝั่งตรงข้าม ท่านแม่ได้คว้าแขนข้าฝ่าวงล้อมฝ่ายตรงข้ามไป ทว่าภาพสุดท้ายที่เห็นนั่นคืออีกฝ่ายรุมสกรัมแทงดาบปักลงไปทั่วร่างแต่ท่านพ่อก็ยังหันมายิ้มให้ข้าราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งสิ้น ทำให้ข้าตัวชายืนนิ่งอยู่กับที่ น้ำตาไหลนองอาบสองแก้ม ร้องเรียกท่านพ่อไม่ขาดสาย ทว่ายืนอยู่ได้ไม่นานนักก็โดนฉุดกระชากออกไปอย่างไร้จุดหมาย ไม่ว่าอย่างไรข้ากับท่านแม่ต้องอยู่รอดให้ได้

เชิงอรรค

ยามอู่ : เวลาประมาณ 11.00 - 12.59 น.​

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel