Chapter 5 ใจแข็ง
แต่ไม่รู้เลยว่าในใจพฤกษ์นั้นร้อนรนกระวนกระวายแค่ไหน ที่ได้แต่รักไม่สามารถแสดงความรักคับอกจะระเบิดเพราะคำร้องขอของหล่อน...
แล้วเมื่อไหร่เขาจะได้ผูกมัดหล่อนไว้กับตัวได้เสียที ชายร้อยทั้งร้อยไม่ใช่แค่เขาคนเดียว ที่หมายมั่นอยากมีสัมพันธ์ชิดเชื้อฉันท์คนรักกับคนที่หมายใจ
แต่สิมิลันไม่เคยใจอ่อนกับเขา...
ไม่เคยเลยสักครั้ง...
สิมิลันกำปากกาแน่น แทบไม่กล้าสบสายตาหลายคู่ของสาว ๆ ในออฟฟิศที่พอ
พฤกษ์คล้อยหลังก็ซุบซิบกันสนุกปากจนปณิตาเข้ามายืนด้านหลังแล้วแตะบ่าถ่ายทอด
กำลังใจ
“อย่าใส่ใจเลยค่ะพี่มิน สาว ๆ ออฟฟิศเราก็กระเหี้ยนกระหือรือหมายจะฉกบอสกันทุกคนนั่นแหละ”
สิมิลันเงยหน้ามองรุ่นน้องสาวแล้วหัวเราะ “พูดยังกับสาว ๆ เป็นงูถึงจ้องจะฉก”
“ก็แหงสิคะ” สาวรุ่นน้องป้องปากกระซิบ “ดูแต่ละคนนะ ดวงตานี่แฝงรอยริษยาปิดไม่มิดกันเลย”
สิมิลันมองตามแล้วรีบหันกลับแทบไม่ทันเมื่อนึกภาพตามปณิตาที่พูดซะเกินจริง “ก็เพราะแบบนี้ พี่ถึงไม่อยากให้ใครรู้ไง”
“นี่ถ้าพี่นีอยู่นะ รับรองมีคนบู๊ยายพวกนี้แน่” ปณิตาเบ้ปากใส่สามสาวที่พอเห็นก็กระวีกระวาดกลับโต๊ะตัวเอง
“พรุ่งนี้ก็กลับแล้วล่ะ มะรืนต้องไปสำรวจที่เกาะกับพี่ด้วย”
“ดีแล้วค่ะ ไปกันสองคนจะได้ไม่ต้องห่วงเนอะ”
“วันเดียวคงสำรวจไม่ทั่ว พี่อาจจะค้างสักคืนสองคืน มีนีไปเป็นเพื่อนก็ดีเหมือนกันนะ”
“ใช่ ๆ พี่นีเค้าสาวหล่อ ดูเผิน ๆ เหมือนพี่มินไปกับหนุ่มคงป้องกันพวกก้อร่อก้อติกดีกว่า”
“ก็จริง” สิมิลันว่าพลางหัวเราะเบา ๆ
มะรืนหล่อนต้องเดินทางไปชุมพรเพื่อสำรวจเกาะใหม่ที่ครอบครัวของพฤกษ์มีโครงการจะซื้อไว้ในครอบครองต่อจากเจ้าของเก่าที่ยังต่อรองราคากันไม่ลงตัว
เกาะมัดไม้จึงเป็นสถานที่ลี้ลับที่ไม่เคยมีปรากฏแก่สายตานักท่องเที่ยวมาก่อน
และที่หล่อนต้องแสดงฝีมือก็เพื่อต้องการให้บริษัทเป็นที่ยอมรับในด้านการรับผิดชอบและคืนกำไรให้แก่สังคม โดยการทำให้เกาะเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยหินไม่มีหาดทรายกลายเป็นรีสอร์ตอิงธรรมชาติที่เอื้อประโยชน์ต่อชุมชนและอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่งมากกว่าเน้นสันทนาการชายหาดแบบที่เคยทำ
และถ้าโครงการสำเร็จหล่อนคงกล้าเดินเคียงข้างพฤกษ์ในฐานะคู่คิดในอนาคตได้อย่างเต็มภาคภูมิ...
กว่าจะถึงห้องก็ดึกมากแล้ว สิมิลันหิ้วถุงของจากซูเปอร์มาร์เก็ตเต็มสองมือจึงอาศัยไหว้วานคนที่เข้าลิฟต์ก่อนหน้าช่วยกดค้างไว้รอจนหล่อนแทรกตัวเข้ามาได้ เมื่อครู่หล่อนต้องใจเต้นตึกตักเมื่อเห็นใครบางคนคุ้นตายืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์ต้อนรับฝั่งประตูทางเข้าคอนโด
หล่อนจำต้องเดินอ้อมประตูด้านข้างเพื่ออาศัยลิฟต์จากลานจอดรถหลบเร้นกายกลับห้อง ดีที่กำชับไม่ให้พนักงานปริปากบอกข้อมูลกับคนแปลกหน้า โดยเฉพาะเจ้าของลิลลี่สีขาวเจ้าปัญหาช่อเมื่อเช้า เขาตามหล่อนถึงที่ทำงานไม่พอยังตามมาถึงคอนโด
เพื่ออะไร...
แม้จะสงสัยแต่สิมิลันไม่คิดหาคำตอบ ไม่จำเป็นสักนิดที่จะต้องหาเพราะถึงอย่างไรเขาคงผ่านด่านขึ้นมาไม่ได้ หญิงสาวครุ่นคิดครู่หนึ่งจึงสะดุ้งเพราะเสียงทักทายจากคนข้าง ๆ
“ให้พี่ช่วยถึอไหมคะคุณน้อง”
“ไม่เป็นไรค่ะ พี่เพ็ญ แค่นี้สบายมาก” หล่อนตอบแล้วยิ้มบางส่งให้
“จะดีหรือคะ ให้พี่ช่วยดีกว่านะเกิดคุณพฤกษ์มาเห็นจะว่าเอาได้ว่าพี่ไม่มีน้ำใจช่วยแฟนเขา”
สิมิลันสะดุ้งโหยงพยายามปั้นยิ้มแล้วหันกลับไปมองเจ้าของห้องตรงข้าม หล่อนเป็นหญิงวัยค่อนห้าสิบผมดำน้อยกว่าสีเทาปนขาว ดูดีเพราะกิริยาสำรวมแต่อย่าให้ได้คุยกัน เพราะที่สิมิลันไม่ชอบเลยคือสายตาหลุกหลิกสอดรู้สอดเห็นใต้ใบหน้าฉาบยิ้มจนตาหยีนั่นต่างหากที่บ่งบอกว่าไม่น่าไว้ใจ
เปรียบได้ว่าเพ็ญเป็นโทรโข่งชั้นดีประจำหิรัญภักดิ์คอนโด เป็นคนเดียวที่ทำหน้าที่ได้ดียิ่งกว่ายาม ถามเรื่องไหนไม่มีที่เพ็ญจะไม่รู้ แม้แต่เรื่องลูกชายเจ้าของคอนโดที่คอยเทียวไล้เทียวขื่อทุกเมื่อเชื่อวันในตอนเช้าเพ็ญก็เที่ยวป่าวประกาศไปทั่ว หล่อนคงจะไม่มีวันรู้เลย ถ้าไม่ได้ยินข่าวเมาท์เผาขนจากพนักงานทำความสะอาดเมื่อเช้านี้
กว่าจะกลับเข้าห้องปิดล็อกกลอนประตูก็ต้องหงุดหงิดอีกรอบเพราะคำพูดของเพ็ญที่เก่งในการยั่วโมโหอย่างร้ายกาจ สิมิลันวางของได้ก็ทิ้งตัวลงนอนบนโชฟากดขมับซ้ายขวาผ่อนหนักเบาให้หายมึนงง แต่เสียงกริ่งดังทำให้ต้องผุดลุกนั่งด้วยความฉงน
คงไม่ใช่...
ไม่หรอก... เขาไม่มีทางขึ้นมาได้
ร่างระหงถลาไปที่ประตูมองผ่านตาแมวไปจึงพบหน้าแป้นแล้นของเพ็ญยิ้มกริ่ม หญิงสาวชักสีหน้าหงุดหงิดทันทีแต่ต้องเปิดประตูเพราะเพ็ญเคาะไม่หยุด
“มีอะไรอีกคะพี่เพ็ญ” หล่อนเยี่ยมหน้าออกไปถามแต่ประตูยังคล้องสายกุญแจไว้อีกชั้นบ่งบอกว่าไม่ต้องการให้อีกฝ่ายเข้ามา
เพ็ญเก้อแต่ก็ปรับสีหน้าแล้วยื่นถุงขนมให้แล้วพูดน้ำเสียงน้อยใจนิด ๆ “นี่ค่ะ พี่ซื้อขนมมาฝากแต่ลืมให้ ไม่คิดว่าจะเป็นการรบกวนน้องมินเลย”
สิมิลันคลายดวงตากร้าวลงรู้สึกผิดนิด ๆ จึงรับถุงขนมไว้ก่อนเอ่ย “ขอบคุณนะคะ คราวหลังไม่ต้องลำบากพี่เพ็ญหรอกค่ะ”
“ไม่ลำบากอะไรเลย พี่ไปนะคะ”
“ค่ะ”
พอคล้อยหลังเพ็ญ สิมิลันก็พรูลมหายใจหนักหน่วง อาจเพราะหวาดระแวงที่
เห็นใครคนนั้นที่ล็อบบีทำให้ไม่อาจคลายกังวลได้ พอปิดประตูห้องเสร็จสรรพหล่อนก็วางถุงขนมที่โต๊ะเตี้ยข้างโซฟาแล้วตั้งท่าจะลงนอนอีกรอบ แต่เสียงเคาะประตูกลับดังขึ้นอีกหน
หญิงสาวมองปราดไปยังประตูสีหน้าหงุดหงิดยิ่งกว่าเดิมแต่ก็ต้องรีบไปเปิดเพราะเสียงดังต่อเนื่องกังวานไปทั้งชั้นจึงเปิดประตูแง้มถามเช่นเคย
“ลืมอะไรอีกคะพี่เพ็ญ”
“มิน”
“นะ... นาย ขึ้นมาได้ยังไง”
“ดีใจจังที่เจอกันซะที” ชายหนุ่มเอ่ยพลางเงยหน้าสบตา ดวงตาฉายแววยินดีปิดไม่มิด
สิมิลันผงะถอยออกห่างเมื่อคนเคยคุ้นตายื่นหน้าเข้ามาใช้มือแข็งแรงแง้มจับไว้ หล่อนสะบัดมือเร่า ๆ จนหลุดพ้นจากการเกาะกุมก่อนจะดันประตูปิดแต่ติดที่ประตูถูกดันจากด้านนอกด้วยแรงหนักหน่วงกว่า
“เดี๋ยวสิมิน”
