Chapter 4 ความสัมพันธ์ที่ต้องปกปิด
“อายหรือ”
“ค่ะ... ยิ้มทำไมคะ”
“พี่แค่ดีใจที่มินอายไม่ได้รังเกียจ“
“มินจะรังเกียจพี่พฤกษ์ได้ยังไงกันคะ” หญิงสาวเสียงอ่อยลงทันใด
พฤกษ์ยิ้มออกเมื่อได้ฟังคำตอบ เขาไม่ควรคิดมากทั้งที่ตกลงกับหล่อนไว้ตั้งแต่
ก่อนคบกัน สิมิลันไม่เคยเรียกร้องอยากให้เขาพาออกหน้าออกตา ไม่เคยสักครั้งให้ต้อง
เป็นกังวลที่มาคบด้วยมีแต่เขาเองที่เรียกร้องมาตลอดจนรู้ตัวว่าทำให้หล่อนอึดอัดหลายครั้งหลายครา
“ไม่เห็นเป็นไรเลย อีกหน่อยแต่งงานกัน มินก็มาเป็นส่วนหนึ่งของบริษัทแล้ว เราจะสยายปีกไปด้วยกัน”
“ถ้าปีกไม่หักไปเสียก่อนนะคะ” หล่อนพูดติดตลก
แต่นั่นกลับทำให้พฤกษ์หน้าสลดวูบถามกลับเสียงห้วน “หรือว่ามินยังไม่เลิกคิดถึงมัน”
“อะไรอีกคะ” หล่อนถามย้ำทั้งที่ได้ยินเต็มสองหู “ทำไมถามแบบนี้ล่ะ อดีตก็คืออดีต สายน้ำไม่ไหลกลับและคนที่เคยหายไปกับสายน้ำก็ไม่มีทางย้อนกลับมาต้นน้ำได้หรอกค่ะ”
“แน่ใจนะว่าคิดอย่างที่พูดจริง ๆ”
“ทำไมต้องคาดคั้นกันด้วยคะ” หล่อนตอบเสียงห้วนชักสีหน้าทันที
ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้าหาแล้วหยุดชะงักถอนหายใจเสมองออกไปนอกระเบียงก่อนจะต่อยผนังระบายอารมณ์ สิมิลันเห็นแล้วใจหายเมื่อพฤกษ์เหลือบตามองหล่อนอีกรอบ แววตาที่ปกติเคลือบด้วยรอยยิ้มคมคายบัดนี้กลับคมกริบตัดพ้อเหลือใจ...
“มินพูดเหมือนกลัวว่าใครจะรู้ความสัมพันธ์ของเรา”
“แล้วมินควรกลัวไหมคะ เกิดใครมาว่ามินเกาะผู้ชายกิน”
“พี่เต็มใจไม่ถือ แล้วมินจะถือให้ปวดหัวทำไม”
“เพราะรู้ตัวไงคะ” สิมิลันเสียงแผ่วลงทันใด
หล่อนรู้ตัวดีว่าไม่ใช่ลูกผู้ลากมากดีมาจากไหน ถึงมีหน้าตาที่ใครต่อใครบอกว่าสะสวยคมขำแบบคนใต้ แต่หล่อนก็แค่ลูกชาวบ้านธรรมดาที่มีมารดาเป็นเพียงแม่ค้าขาย
ของฝากในตัวเมืองภูเก็ต มีพี่สาวอีกคนที่เรียนจบระดับปริญญาตรีและไม่ได้เรียนต่อ
เพราะฐานะทางบ้านไม่เอื้ออำนวยเนื่องจากมารดาเป็นเสาหลักคนเดียวของครอบครัว หล่อนไม่เคยรับรู้ความมีอยู่ของบิดา...
เพราะเหตุนี้พฤกษ์จึงมาเติมเต็มความอาทรแทนความรักที่หล่อนไม่เคยมี เขาเป็นคนรักที่ดี ดีชนิดที่คนในอดีตไม่เคยเป็น ไม่โลเลเหลาะแหละ หล่อนจินตนาการว่าพฤกษ์น่าจะนิสัยเหมือนบิดาที่ไม่เคยเห็นหน้าเลยตั้งแต่เกิดมา...
“มินขอนะคะ” สิมิลันเสียงอ่อนลง “เราเคยพูดกันแล้ว”
“แต่พี่ไม่แคร์นี่”
“แต่มินแคร์ค่ะ พี่พฤกษ์เป็นใครแล้วมินเป็นใคร มินไม่ชอบให้ใครนินทา พี่พฤกษ์ก็รู้สังคมเดี๋ยวนี้ชอบสอดรู้เรื่องของคนอื่นแค่ไหน มินไม่อยากเป็นเผือกร้อนให้คนนินทาสนุกปากนะคะ”
สิมิลันตัดพ้อ แต่ก็ต้องขมวดคิ้วที่เห็นพฤกษ์เท้าเอวข้างหนึ่งเงยหน้าขึ้นฟ้าอีกมือปิดปากหัวเราะจนแก้มบุ๋มลักยิ้มสองข้างอย่างเคย
“ขำอะไรคะ นี่ซีเรียสนะคะ”
“ขำมิน กลัวอะไรไม่กลัว กลัวคนเผือก”
“นี่ไม่ขำนะคะ ก็มันจริง” หล่อนเชิดหน้าสบตาคิ้วขมวดหนัก
“เถอะน่า พี่อยากมีโทรโข่งตอนนี้จะได้ประกาศให้รู้ทั่วตึกว่าคนนี้พี่รักมากแค่ไหน อยากเผือกก็เผือกไปกี่กิโลก็ได้เพราะพี่ไม่แคร์”
ไม่พูดเปล่าพฤกษ์คว้าแขนหญิงสาวเข้าใกล้แล้วโอบไหล่แนบชิด สิมิลันตาโตสะบัดตัวหนีแต่ทำไมได้เพราะแขนแกร่งราวปูหนีบรัดไว้จนแน่น หล่อนได้แต่มองเข้าไป
ด้านใน พนักงานต่างหลบตาวูบวาบทำทีเป็นทำงานทั้งที่เมื่อครู่ยังหูผึ่ง
“ทำไมต้องทำให้เรื่องยุ่งยากคะ แค่นี้มินขอทำให้ไม่ได้หรือคะ” หล่อนตัดพ้อ
ดวงตาคลอน้ำตาเมื่อหนีมือแข็งแรงไม่พ้น
“ช่างปะไร พี่ยังไม่แคร์เลย เพราะฉะนั้นมินก็ห้ามแคร์”
“ไม่แคร์ได้ยังไง พี่พฤกษ์กำลังทำให้มินเป็นตัวตลกในบริษัทให้คนซุบซิบนินทากันเล่น”
“โธ่! มินน่ะ”
สิมิลันเบี่ยงตัวเข้าไปด้านในโดยไม่รอพฤกษ์ที่ถึงกับหน้าเสียเดินตามติด พยายามคว้าแขน แต่สิมิลันสะบัดออกเบา ๆ เร่งฝีเท้าเดินไปจนถึงโต๊ะทำงานแล้วนั่งก้มหน้าก้มตาไม่สนชายหนุ่มที่หยุดยืนด้านหลัง
“ไม่เอาน่า” พฤกษ์ถอนใจก่อนก้มกระซิบเบา ๆ “พี่แค่อยากประกาศให้โลกรู้ว่าพี่...รักนะเด็กโง่”
ถึงแม้ได้ฟังคำรักแต่สิมิลันกลับไม่ได้ตื่นเต้นมากนัก อาจเพราะคำรักจากปากพฤกษ์ หล่อนได้ยินบ่อยจนกลายเป็นความเคยชินหมดสิ้นความตื่นเต้น
พฤกษ์อ่อนใจถึงกับส่ายหน้าที่เห็นหล่อนยังคงเงียบก้มหน้าก้มตาพลิกแฟ้มเอกสารไปมา ร่างสูงใหญ่มองแผ่นหลังบอบบางของคนรักแล้วเงยหน้ามองพนักงานที่มองมาเป็นตาเดียวแล้วได้แต่ส่งสายตาดุคาดโทษ ทำเอาทุกคนหลบสายตาวูบก้มหน้าก้มตาทำงานทันที
“มินจ๋า พี่ขอโทษนะ คืนนี้ทำของอร่อยให้พี่กินที่ห้องนะ”
“ไม่ค่ะ” หล่อนก้มหน้าก้มตาตอบเสียงแข็ง
“แต่พี่อยากคุย”
“ไหนสัญญากันแล้วว่าจะไม่ไปหามินยามวิกาลไงคะ” หล่อนเอียงคอถาม
“เมื่อคืนพี่ทำโพรเจ็กต์ประชุมดึกมาก ก็เลยตื่นไปกินมื้อเช้าด้วยกันไม่ทัน ขอแก้ตัวเป็นคืนนี้แทนได้ไหม”
สิมิลันส่ายหน้าแทนคำปฏิเสธ พอเห็นสายตาผิดหวังของชายหนุ่ม หล่อนก็อมยิ้มขัน“งั้นเรายกเลิกข้อตกลงมื้อเช้ากันดีกว่าค่ะ มีคนเข้าใจผิดว่าเราอยู่ด้วยกัน” หล่อนเสนอ และนั่นทำให้ต้องหลบสายตามีความหมายที่ส่งมาแทบไม่ทัน
“ใคร” ชายหนุ่มเลิกคิ้วสีหน้าคาดคั้นเอาคำตอบ “ใครมันกล้าพูด”
“อย่ารู้เลยค่ะ” หล่อนบอกปัด “เอาเป็นว่าเจอกันข้างนอกเวลาที่สะดวกดีกว่าไหมคะ”
“แต่พี่ว่า”
ไม่ทันที่พฤกษ์จะตอบ หล่อนก็พูดต่อ “พี่พฤกษ์สัญญาแล้วนะคะว่าจะไม่มีอะไรระหว่างเราจนกว่าวันนึงหากเราใช้ชีวิตร่วมกัน หวังว่าพี่พฤกษ์คงจำได้นะคะ”
“ไม่มีข้อยกเว้นเลยหรือ” เขาต่อรองจ้องหล่อนด้วยประกายตาแห่งความปรารถนา
สิมิลันส่ายหน้าทำให้พฤกษ์คอตกที่โดนดักคอ ชายหนุ่มถอนใจเฮือกแล้วยิ้มออกมาแบบที่คนมองได้แต่หัวเราะขันในใจ เพราะพฤกษ์เป็นคนแบบนี้ยอมทุกเรื่องที่เสนอ สิมิลันถึงคบเขาได้สนิทใจ
