Chapter 6 กลับมาทำไม!
“ออกไป!” หล่อนตะคอกใส่ “กลับไปเดี๋ยวนี้นะ!”
“ไม่” เขาปฏิเสธหนำซ้ำต่อรอง “ขอคุยด้วยได้ไหม”
“ไม่!” สิมิลันเสียงแข็งส่ายหน้ารัว ดวงตาตระหนกสุดขีดเมื่อคนที่ไม่อยากเจอกำลังคุกคามหล่อนถึงห้องพัก “จะไปไม่ไป ไม่งั้นฉันจะแจ้งรปภ.”
“ฟังฉันก่อนนะมิน”
“ไม่ฟัง!” หล่อนตะคอกใส่
สีหน้าสลดของชายหนุ่มที่ยังคงดื้อแพ่งทำให้สิมิลันใจหายวูบ แต่หล่อนต้องแข็งใจปฏิเสธ
“กลับไป”
“ก็ฉันกลับมาแล้วไง จะให้ไปไหนอีก”
“ไปตายไง!” สิมิลันตวาด ริมฝีปากเม้มจนเจ็บชาลมหายใจรัวเร็วรากับจะขาดห้วงในไม่ช้า มือเรียวบางสั่นระริกรวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายผลักประตูไปสุดแรงจนหนีบมือชายหนุ่มร้องโอดโอยอยู่ด้านนอก เห็นอธิปกตัวงอกุมมือตัวเองบีบแน่นก็ใจหาย
เขาคงเจ็บมาก...
แต่คงไม่เท่ากับที่หล่อนเจ็บ...
สิมิลันปิดประตูใส่หน้าชายหนุ่มอย่างไม่ลังเล แต่ยังทันที่หล่อนจะได้เห็นแววตาตัดพ้อที่มองมาพลันใจหายวาบด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งสับสน อ่อนแอ หล่อนยอมรับกับใจไม่อายว่าเพียงสบตาเขาอีกครั้งยังแทบละลาย อธิปกยังมีอิทธิพลกับใจหล่อนไม่คลาย ไม่ว่าจะผ่านไปนานกี่ปี...
อธิปกยืนคอตกอยู่หน้าห้องปิดตายครู่ใหญ่ก็ตัดสินใจก้าวประชิดติดริมประตู มือแข็งแรงกำลูกบิดแน่นก้มหน้าผากแนบแล้วเอ่ยกับคนด้านในเสียงเบา
“ฉันรู้ว่าเธอฟังอยู่ มิน... ฉันขอโทษที่จู่โจมมาหา ฉันรู้ว่าเธอคงตกใจเอาไว้ฉันจะมาใหม่นะ”
ชายหนุ่มถอนหายใจ ยกนิ้วจับหัวตาเงยหน้ากดกักความเห่อร้อนที่ปลายตากำลังแสดงออกมาจากส่วนลึกของความรู้สึก ถึงหล่อนเงียบไม่ตอบแต่เขาก็จะไม่ท้อในเมื่อหลายปีผ่านไปยังเลิกรักสิมิลันไม่ได้ ก็คงไม่มีความหมายที่จะต้องทนเขาจะเดินหน้าต่อเพื่อเอารักแรกกลับคืนมาให้ได้
อธิปกกลับออกมาด้านนอกมองขึ้นไปบนระเบียงห้องของหญิงสาวแล้วถอนหายใจ
สิมิลันยังโกรธเขา...
ไม่แปลกเป็นใครจะไม่โกรธ
ชายหนุ่มกดตัดสายที่สั่นจนน่ารำคาญในกระเป๋ากางเกงด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะหันหลังกลับไปยังลานจอดรถโดยไม่ทันเห็นว่ารถยุโรปสีขาวคันใหญ่แล่นเข้าจอดไม่ไกล และไม่ทันได้เห็นเขา พอเข้าประจำที่นั่งคนขับได้ อธิปกก็ต้องสะดุ้งเมื่อเห็นหญิงสาวสวยจัดยืนกอดอกขวางหน้ารถ สีหน้าหล่อนดูหงุดหงิดเหลือใจจนเขาต้องชะโงกถาม
“ไปไงมาไงถึงโผล่มาที่นี่ได้”
“ก็เป็นห่วง” หล่อนก้าวฉับ ๆ เปิดประตูข้างคนขับแล้วขึ้นนั่งทันที
“ขอบใจ”
“เปล่าห่วงนาย ฉันห่วงยายมินต่างหาก”
อธิปกยิ้มมุมปาก รู้ว่าอรณีช่างยอกย้อนจนเคยชินและเขาก็รู้นิสัยเพื่อนดีจึงตอบไปโดยไม่คิดถือสา “รู้แล้วน่า อุตส่าห์ดีใจว่าดาราสาวสวยแห่งยุคเป็นห่วงเราด้วย”
“ไม่ขำ! บอกมาก่อนว่ากลับมาทำไม”
อธิปกสบตาสาวสวยแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่เหลียวซ้ายแลขวามองรอบ ๆ ไม่เห็นแฝดคนละฝาของเพื่อนรักจึงเอ่ยถาม “แล้วไอ้ณุละ”
“ถามทำไม ไม่ต้องมาเลี่ยงบาลีได้ไหม ตอบมาว่าต้องการอะไรจากยายมินอีก” หล่อนเสียงเขียวกอดอกหรี่ตามองเขาแบบรู้ทัน
“ฉันก็แค่คิดถึง”
“แค่นั้น” อรณีเสียงสูง
น้ำเสียงเยาะหยันจากหล่อนทำให้อธิปกรู้จึงได้แต่พยักหน้าแทนคำตอบ
“ฉันก็นึกแล้ว แล้วไปไงมาไงถึงกลับมาได้ แล้วเมียกับลูกนายไปไหนทำไมไม่พากลับมาด้วย”
อธิปกยิ้มมุมปากดวงตาเศร้าราวกับกำลังเยาะหยันตัวเอง “ก็บอกว่าเมียน่ะเลิกแล้ว ส่วนลูกก็ไม่อยู่แล้ว”
“ลูกไม่อยู่ไปไหนล่ะ” อรณีถามเสียงแข็ง “แบบนี้สินะทิ้งลูกไว้กับเมียเก่าแล้วถึงได้เป็นหนุ่มโสดกลับมาหายายมินได้”
อธิปกหันมาสบตา สีหน้านิ่งไปพร้อมกับแววตาสลดจนอรณีต้องเขย่าไหล่เรียกสติ ชายหนุ่มถึงกับสะดุ้ง
“ลูกฉันตายแล้ว แกไม่อยู่แล้ว” อธิปกพึมพำเหมือนตกในภวังค์
“อะไรนะ! เมื่อไหร่!”
“เดือนที่แล้ว”
“ขอโทษ ฉันไม่รู้ เสียใจด้วยจริง ๆ”
“แกไปสบายแล้ว ฉันถึงเป็นอิสระกลับมานี่ไง” อธิปกเสียงแผ่วดวงตาคลอหน่วยเมื่อพูดถึงลูก
เพราะลูกคือสิ่งเดียวที่ยึดเหนี่ยวเขากับอดีตภรรยาไว้ด้วยกัน และตอนนี้เมื่อลูกไม่อยู่แล้วเขาก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะทนอยู่กับหล่อนอีก ไม่ว่าตอนนี้หรือครั้งไหน เขาก็ไม่เคยรักผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าเป็นแม่ของลูกแม้สักนิด ถ้าไม่เกิดเหตุผิดพลาดคราวนั้นคงไม่มีวันที่เขาจะปล่อยมือจากสิมิลันคนที่เป็นรักแรกและรักเดียว...
“แต่นายกลับมาก็ไม่มีประโยชน์แล้วนะ ยายมินมีคนรักแล้วก็คือพี่พฤกษ์เพื่อนสนิทของพี่รินไง”
“ฉันรู้”
“รู้แล้วทำไม”
“ฉันไม่อยากพูดถึงพี่พฤกษ์”
เพราะรู้มาตลอดว่าพฤกษ์หลงรักสิมิลันมานานตั้งแต่ที่เขากับหล่อนยังเป็นคนรักกัน เขาคือคนที่มาก่อนแต่พฤกษ์กับสิรินคือตัวแปรความรักของเขา
แต่ตอนนี้เขากลับมาแล้ว เขากลับมาเพื่อทวงความรักที่เคยเป็นของเขาคืน ถึงรู้ว่าหนทางช่างยากลำบาก เพราะผู้ชายคนนั้นของสิมิลันเป็นรุ่นพี่ที่เคยนับถือมากจนไม่คิดว่าจะโดนหักหลัง
ช่างโง่บัดซบจริง ๆ
“ว่าแต่ลูกนายเป็นอะไรเสีย ฉันนับดูตั้งแต่ตอนนั้นแกน่าจะเพิ่งสามขวบเท่านั้นเอง”
“ใช่... แกควรจะมีเวลาชีวิตต่ออีกยาวไกลถ้าไม่เป็นโรคลิ้นหัวใจรั่วกับมะเร็งไขกระดูก แกเป็นมาตั้งแต่เกิดแต่อาการเพิ่งสำแดงไม่นาน”
“แต่ฉันได้ยินว่าโรคหัวใจสามารถรักษาได้แล้วมะเร็งไขกระดูกก็น่าจะหาไขกระดูกที่เข้ากันได้ไม่ใช่หรือ”
“ก็ใช่... แต่ไขกระดูกของฉันเข้ากับลูกไม่ได้ และเราหาคนที่เข้ากับแกไม่ได้” อธิปกตอบยากลำบากน้ำเสียงขาดห้วงโดยไม่รู้ตัว
“เสียใจด้วยนะ แกยังเด็กมากแท้ ๆ”
“ขอบใจ”
