Chapter 2 ไม่คู่ควร
“อยู่กับผมลำบากตรงไหน” พฤกษ์ตอบรวน
ถ้าไม่เพราะฉัตรเป็นคนสนิทเก่าแก่ของพ่อและตอนนี้ตกทอดมาเป็นผู้ช่วยคนสำคัญ พฤกษ์คงไม่ทนให้ฉัตรยืนบ่นฉอด ๆ โดยไม่ทักท้วง แต่เขาก็รู้ว่าฉัตรหวังดี
“เธอเป็นแค่สถาปนิกของเรา คุณชายแน่ใจหรือครับว่าคุณพ่อคุณจะยอม” ชายกลางคนแหย่เสียงเบาคล้ายกลัวใครจะมาได้ยิน
แต่เจ้าของห้องได้ยินเต็มสองหู และชักสีหน้าโดยพลัน
“เธอเป็นสมบัติที่มีค่าของบริษัทและตอนนี้ก็เป็นคลื่นลูกใหม่ที่มาแรงมาก คุณลุงคิดว่าเธอไม่เหมาะกับว่าที่เจ้าของบริษัทอย่างผมหรือครับ”
คุณลุงที่หนุ่มอ่อนวัยกว่าเรียกด้วยความเคารพนับถือเพราะเป็นอดีตมือขวาของพ่อส่ายหน้าแล้วตอบย้ำความคิดของตัวเอง “เธอเป็นลูกเต้าเหล่าใครก็ไม่รู้ ไม่รู้จะผ่านมาตรฐานคุณท่านรึเปล่า ผมว่าคุณชายเผื่อใจไว้หน่อยก็ดี”
“มีสิมิลันแล้วผมไม่เคยเผื่อใจให้ใคร” ชายหนุ่มตอบย้ำคำเสียงหนักแน่น “เธอเท่านั้นที่เหมาะสมจะเป็นว่าที่ภรรยาของประธานหิรัญภักดิ์คนต่อไป”
“งั้นคุณชายต้องรีบพาเธอไปแนะนำตัวกับคุณท่านก่อนที่คุณนายจะจับคุณชายให้ลูกสาวเพื่อน ๆ อีกนะครับ”
พฤกษ์หัวเราะในลำคอเมื่อได้ฟัง ผู้ชายอย่างเขาไม่จำเป็นต้องคบผู้หญิงเพียงเพราะการชักจูงของผู้ใหญ่ ไม่จำเป็นเลยในเมื่อมีผู้หญิงที่ดีพร้อมและหมายใจไว้นานแสนนานอย่างสิมิลันแล้ว ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี เขาก็จะไม่ปล่อยหล่อนหลุดมือไปให้ใครไม่ว่าหน้าไหนก็ตาม
“คุณไม่ต้องห่วง ถ้าโครงการนี้เรียบร้อยเมื่อไรผมจะขอเธอแต่งงาน”
ฉัตรฟังคำมั่นของนายน้อยแล้วถึงกับถอนหายใจเฮือกใหญ่ ไม่ใช่ว่าเขาไม่ชอบคนรักของเจ้านาย แต่เรื่องที่ได้ยินมาก็ไม่ใช่เรื่องดีนัก...
สิมิลันถอนหายใจหนักหน่วงเมื่อเห็นเบอร์โทรศัพท์จากปลายสายยังคงดังเซ้าซี้
ต่อเนื่องอย่างน่ารำคาญ ถ้าไม่ติดว่าเป็นสายจากเพื่อนรักหล่อนก็ไม่อยากฟังสักนิดเดียว
เพราะนึกรู้ว่าเรื่องที่อีกฝ่ายต้องการพูดและยังคงไม่ละความพยายามในการติดต่อมาคือเรื่องอะไร หากไม่ใช่เรื่องของเจ้าของดอกไม้ช่อนั้น มือเรียวขาวบางตั้งท่าจะกดรับแต่ลังเล ชั่งใจอยู่นานจนได้ยินเสียงตำหนิจากคนข้าง ๆ
“ไม่รับซะทีล่ะ คุณมิน” ชายหนุ่มโต๊ะติดกันห่างแค่แผงกั้นท้วงพลางเลื่อนเก้าอี้มาด้านหลังแล้วบอก “เสียงดังแผดหูน่ารำคาญมาก ผมทำงานไม่รู้เรื่องแล้วเนี่ย”
“ขอโทษนะคะ”
สิมิลันรีบหยิบโทรศัพท์มากดรับแล้วหมุนตัวลุกจากเก้าอี้เดินก้าวฉับ ๆ ไปทางระเบียงจุดปลอดคนทันที
“ว่าไง”
“กว่าจะรับได้” เสียงหวานแต่ติดห้วนปลายสายตัดพ้อ
“นี่มันเวลางาน” สิมิลันกรอกเสียงเบาแทบกระซิบ “มีอะไร ถ้าไม่รีบมากฉันวางก่อนนะ ต้องเตรียมพรีเซนต์งานต่อนี่ก็เพิ่งประชุมเสร็จ”
“วิดีโอคอลได้ไหม”
“ไม่ได้ ไม่ใช่เวลาส่วนตัว”
“ฮื้อ! เรื่องมากจริงบริษัทพี่พฤกษ์เนี่ย กับแฟนตัวเองก็ไม่ลดราวาศอกกันเลย ฉันอยากคุยแบบเห็นหน้านี่นา”
“ก็บอกว่าไม่ไง ฉันไม่ว่างขนาดนั้น”
“ฉันก็ไม่ได้ว่างนะยะ... แค่คิดถึง”
สิมิลันลอบหัวเราะทันทีที่ได้ยินเสียงตัดพ้อ เพราะอรณีเพื่อนรักของหล่อนเป็นนักแสดงมีชื่อเสียงจึงไม่ค่อยมีเวลามากนัก ระยะเวลาที่ทิ้งห่างกันจึงเป็นช่วงที่อีกฝ่ายมักจะไปทำงานต่างประเทศ กลับมาทีจึงมักจะนัดสังสรรค์กันเสมอ
แต่ครั้งนี้แปลก...
“แค่นี้นะ ฉันจะเตรียมงาน มะรืนต้องไปสำรวจสถานที่สำหรับโพรเจ็กต์ใหม่แล้ว”
“อย่าสนใจแต่งานมากจนลืมเพื่อน ๆ สิ มาหากันมั่ง ไม่ใช่แต่ฉันคิดถึงพี่รินก็คิดถึงด้วย” ปลายสายออดอ้อนเสียงหวาน
สิมิลันจึงส่งเสียงหัวเราะเบา ๆ นึกหน้าเพื่อนสาวคนสวยออกทันทีจึงรีบตอบ “เอาเป็นว่าวันสองวันนี้นัดกันใหม่ก็แล้วกัน”
“เยส!”
พอตกลงกันได้ สิมิลันจึงตัดบทจะวางแต่ปลายสายกลับตะโกนโหวกเหวกเข้ามาให้ได้ยินเสียก่อนทำให้หล่อนชะงัก
“เดี๋ยว ๆ อย่าเพิ่งวาง! ฉันหาที่คุยแป๊บ”
“แต่ฉันรีบ ค่อยคุยได้ไหม” สิมิลันถามกลับสีหน้าหงุดหงิดเมื่อสบตาผู้บริหารหนุ่มแห่งหิรัญภักดิ์ที่ยืนรีรออยู่หน้าห้องจิ้มที่นาฬิกาข้อมือแทนสัญญาณก่อนตัวจะนำเข้าไปก่อน “เขาตามแล้ว”
“แป๊บเดียวน่า เดี๋ยวฉันต้องเข้าฉากถวายตัวจะมีผัวแล้ว... กลัวลืม” ปลายสายตอบเสียงร้อนรน
“บ้า! ฉากแบบนี้ก็มีหน้าเอามาบอก” สิมิลันค้อนให้ แม้คนปลายสายจะไม่เห็นแต่หล่อนก็อดหัวเราะไม่ได้
“ฟังนะ”
“อืม... เรื่องสำคัญมากรึไง”
“มากสิ รู้ไหมว่าเมื่อวานฉันเจอใคร”
“ฉันจะไปรู้ได้ไง” สิมิลันตอบขอไปที “เจอใครก็บอกมา จะรีบไปทำงาน”
“เมื่อวานฉันเจอเด็กเก่าเธอ” ปลายสายเงียบไป พอๆ กับต้นทางที่เงียบงัน “นี่!
ฟังอยู่รึเปล่า”
สิมิลันกะพริบตาถี่ไล่ความร้อนที่แล่นขึ้นทั่วใบหน้า อึดใจอีกที่ได้ยินเสียงถามด้วยความเป็นห่วงจากปลายสาย มืออ่อนล้ากระชับโทรศัพท์แนบหูก่อนตอบเสียงเบาหวิว
“ฟังอยู่ แล้ว?”
“แล้วฉันก็อยากเล่าไงว่ามันพูดอะไรถึงเธอบ้าง”
“ไม่อยากรู้” หล่อนตอบสั้นเหลือบมองคนก้าวออกมาที่ระเบียงกวักมือเรียก “ฉันต้องไปประชุมก่อน”
“เดี๋ยว ๆ นายโอมมันบอกว่าอยากเจอเธอ แล้วจะให้ฉันตอบว่าไงดี”
“บอกไปว่าฉันไม่อยากเจอ” สิมิลันตัดบทแล้วกลั้นใจพูดต่อ “บอกไปอีกว่าฉันมีคู่หมั้นแล้ว”
ถึงแม้จะบอกเสียงนิ่งเหมือนคนใจแข็ง แต่จริง ๆ แล้วสิมิลันใจเต้นไม่เป็นส่ำเพราะคำพูดต่อมาของเพื่อนรัก
“แต่เขาเลิกกันแล้วนะ”
“แล้วมาบอกฉันทำไม ไม่ได้อยากรู้” หล่อนตอบเสียงกร้าว ถึงจะพูดไปด้วยอารมณ์ขุ่นเคืองแต่ในใจกลับพองโตอย่างประหลาด
เลิก! เขาเลิกกันแล้ว...
“เขาบอกว่าอยากเจอพวกเรา”
“แค่นี้ก่อนนะ” สิมิลันตัดบททันทีไม่ฟังคำทักท้วง
ผู้ชายคนนั้นเป็นอิสระและกำลังกลับเข้ามาวนเวียนในชีวิตหล่อนอีกครั้งอย่างจงใจเพื่ออะไรในเมื่อตลอดมาหล่อนถูกเขาหักหลัง
