EPISODE 5 : ให้เวลาเตรียมใจ
ช่วงสายของวันนั้นพระพายตื่นขึ้นมาก็รีบออกมานอกห้อง เธอมองหาคนที่อยู่ด้วยเมื่อคืนแต่ก็ต้องพบกับความว่างเปล่าร่างบางจึงสลดลงเล็กน้อยเมื่อไม่พบเขา และคงจะไม่ได้เจอใบหน้าหล่อเหลาที่เธอชอบแอบมองอยู่บ่อยครั้งอีกร่วมเดือน เขาคงออกไปตั้งแต่เช้าแล้วเพราะเธอรู้มาว่าเขาต้องขึ้นเครื่องช่วงสายไม่แน่ตอนนี้อาจจะอยู่บนเครื่องแล้วก็ได้
“จะไปก็ไม่บอกกันซักคำไอ้คนโรคจิต” พระพายบ่นคนเดียวเบา ๆ แล้วเดินไปที่ตู้เย็นเพื่อหาน้ำดื่มก่อนจะเจอกับโพสอิทที่แปะไว้
“ผมให้เวลา 1 เดือน เตรียมใจให้ดีนะคุณ แล้วผมจะกลับมาแก้แค้น รวมกับที่คุณทำผมหัวแตกด้วย รับรองคุณไม่ได้เห็นเดือนเห็นตะวันแน่ ...อดัม”
พระพายอ่านโน้ตของเขาแล้วก็ยืนหน้าแดงอยู่คนเดียว
“ใครจะยอมเสียตัวให้คุณง่าย ๆ กัน รักแค่ไหนพายก็ไม่ยอมหรอก” พระพายพูดกับกระดาษใบนั้นราวกับมันคือตัวเขา แล้วใบหน้าก็เปลี่ยนเป็นเศร้าเมื่อตระหนักได้ว่า ที่ได้มีโอกาสใกล้ชิดกับเขาแบบนี้ก็เพราะเขาอยากจะมีเซ็กส์กับเธอเท่านั้น
-หลายวันต่อมา-
ในช่วงหลายวันมานี้พระพายทุ่มเทเวลาให้กับงานเพราะกำลังถือเป็นช่วงขาขึ้นของเธอเนื่องจากเซ้นท์แฟชั่นที่ดีเยี่ยมจนใครต่อใครต่างก็อยากร่วมงานกับเธอ หญิงสาวจึงกลายเป็นแฟชั่นสไตลิสต์ที่มีชื่อเสียง ประกอบกับความสวยที่เทียบชั้นนางเอก หุ่นที่เพรียวระหงสมส่วนเทียบขั้นนางแบบแนวหน้า บุคลิกสวยสง่าชวนมองยิ่งทำให้เธอดูโดดเด่นจนมีคนชักชวนให้เธอผันตัวเองมาทำงานเบื้องหน้ามากมายแต่หญิงสาวก็มักจะปฏิเสธอยู่เสมอ
“พี่ว่าถ้าพระพายยอมถ่ายแบบรับลองต่อให้ช่างภาพเป็นแค่มือสมัครเล่นพระพายก็ดังเป็นพลุแตกแน่นอนเลยนะครับ” ธนัต ตากล้องชื่อดังของวงการพูดกับเธอในขณะที่ร่วมงานกัน
“ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะพี่นัท พายว่าพายถ่ายเล่มไหมเล่มนั้นเจ๊งแน่นอน พายไม่มีอินเนอร์หรอกค่ะ” พระพายยิ้มแหยให้เขาแล้วบอกด้วยความถ่อมตัว ใจจริงก็อยากลองอยู่หรอกแต่ให้เธอไปยืนอยู่หน้าเซ็ตทำหน้าตาเซ็กซี่ สวยใส แบ๊ว หรืออารมณ์ต่าง ๆ เธอคิดว่าเธอคงทำไม่ได้อย่างแน่นอน
“ทำไมล่ะครับพระพายสวยจะตาย สวยกว่านางแบบหรือนางเอกหลายคนด้วยซ้ำ ถ้าสนใจบอกพี่เลยนะพี่จะทุ่มให้พระพายสุดตัวเลย” ธนัตบอกพร้อมหยอดคำและส่งสายตาที่สื่อความหมายบางอย่างให้เธอหญิงสาวจึงส่งยิ้มกลบเกลื่อนก่อนจะแกล้งทำเป็นจัดเสื้อผ้าเพราะรู้ดีว่าอีกฝ่ายกำลังจีบเธอ แถมยังตามจีบมานานเสียด้วยสิ ความจริงเขาก็เป็นคนนิสัยดีและน่าคบหามากคนหนึ่งแต่เป็นเพราะเธอมีคนที่อยู่ในใจอยู่แล้วจึงไม่เปิดโอกาสให้เขาหรือใครได้สานต่อความสัมพันธ์
ด้านอดัมเองหลังจากกลับมาอิตาลีเพื่อถ่ายแฟชั่นให้นิตยสารชื่อดังระดับโลกเสร็จ ชายหนุ่มก็ถือโอกาสกลับมาอยู่บ้านกับบุพการีสักระยะเพราะมารดาของเขาชอบโทรจิกโทรบ่นเขาหลายครั้งเนื่องจากความคิดถึงลูกชายนั่นเอง
“นั่งทำอะไรอยู่ตรงนี้ลูก กลับมาคราวนี้แปลกไปนะอดัม ไม่เห็นควงสาวขึ้นคอนโดเลยเอาแต่นั่งเหม่ออยู่นั่น” คุณสายทิพย์ มารดาสูงวัยแต่ความสวยยังไม่สร่างซาเดินมาแซวลูกชายคนเดียวของเธอที่ชอบมายืนเหม่ออยู่คนเดียวเป็นประจำจนผู้เป็นมารดาสังเกตได้
“เบื่อน่ะครับแม่ เบื่อสาวฝรั่ง คิดถึงสาวไทยมากกว่า” อดัมตอบมารดาไปตามความจริงเพราะเขาเอาแต่คิดถึงผู้หญิงตัวหอมที่อยู่แสนไกลทุกเวลาจนบางครั้งก็หงุดหงิดตัวเองเพราะไม่รู้ว่าเขาเป็นอะไรกันแน่ถึงได้เอาแต่คิดถึงเธอ
“หืม เห็นปกติแกไม่เคยเกี่ยงนี่ว่าจะเชื้อชาติไหน” คุณลูวินซ์ที่เดินมากับภรรยาถามบุตรชายกลับด้วยความประหลาดใจ
“โธ่แด๊ดมันก็ต้องถึงเวลาที่เราค้นพบตัวตนสิครับว่าเราชอบแบบไหน อย่างแด๊ดไง แด๊ดก็ชอบสาวไทย”
“ตายแล้วลูกคนนี้ อย่ามาพาดพิงถึงแม่นะ” คุณสายทิพย์ตีแขนลูกชายเบา ๆ ด้วยความเขิน
“ก็จริงนี่ครับคุณแม่”
“แล้วนี่ที่บอกว่าคิดถึงสาวไทยมันกี่คนกันล่ะจ้ะ”
“คนเดียวครับ” อดัมตอบมารดาพลางนึกไปถึงคนหน้าหวานที่ไม่รู้ว่าป่านนี้เธอกำลังทำอะไรอยู่
“คนเดียว? อย่าบอกนะว่าแกกำลังตกหลุมรักใคร” คุณลูวินซ์ถึงกับเอ่ายออกมาด้วยความแปลกใจ
“เปล่าหรอกครับแด๊ด แค่ผมเกือบจะได้กินแล้วดันไม่ได้กินน่ะ มันค้างคาเลยรู้สึกไม่ค่อยโอเค” อดัมตอบบิดาไปก่อนจะยักไหล่เหมือนไม่ใส่ใจ
“ตายจริง! ทำไมถึงเป็นคนแบบนี้นะอดัม!”
“ฮึ ๆ ๆ ผมก็เป็นแบบนี้มานานแล้วนี่ครับคุณแม่” อดัมบอกมารดาแล้วก้มลงไปกอดมารดาอย่างออดอ้อน
“พอเลยไม่ต้องมากอดแม่ แล้วที่บอกยังไม่ได้อะไรกับเขาน่ะไม่ใช่เพราะว่าผู้หญิงไม่ยอมใช่ไหมถึงได้ยังไม่ได้ลงเอยกับเขา อย่าให้แม่รู้นะอดัมว่าลูกไปขืนใจใคร”
“โธ่แม่ครับ นี่อดัม เทรสเซล นะครับ จะไปขืนใจใครได้ไง วัน ๆ มีแต่สาว ๆ วิ่งเข้าหา” เขาบอกมารดาด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่บางเบาก่อนจะชวนบิดามารดาคุยเรื่องอื่นทั้งที่ยังคงมีใครบางคนคอยมารบกวนในใจอยู่แทบตลอดเวลา
-หลายอาทิตย์ต่อมา-
เมื่อครบกำหนดวันกลับอดัมก็เดินทางกลับมาเมืองไทยและที่แรกที่เขาไปก็คือที่ที่ทำให้เขาจิตใจไม่สงบสุขมานาน
แอด~
“เฮ้ย! นี่คุณมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง!” พระพายเปิดประตูเข้ามาในห้องอุทานด้วยเสียงที่ดังลั่นและความตกใจจนใจแทบจะตกไปที่ตาตุ่มเมื่อเห็นคนนอกที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับห้องของเธอปรากฏตัวอยู่ในนี้
“เพิ่งลงเครื่องมาน่ะ มาถึงก็มาห้องคุณเลย” อดัมตอบเธอด้วยท่าทางสบาย ๆ ทั้งที่เธอกำลังตกใจแทบช็อค สายตาคมจับจ้องคนสวยที่ทำให้จิตใจเขาไม่สงบตลอดระยะเวลาหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ด้วยความคิดถึง
“แล้วคุณเข้ามาที่ห้องฉันได้ไง!” พระพายถามเสียงดังด้วยความกลัวว่าเขาจะเข้ามาทำมิดีมิร้ายเธออีก อดัมกระตุกยิ้มแล้วล้วงกระเป๋ากางเกงหยิบพวงกุญแจและคีย์การ์ดออกมาแกว่งโชว์ตรงหน้า
“นี่คุณขโมยไปเหรอ! เอาคืนมานะ!” พระพายแหวใส่เขาเสียงดังพร้อมกับหายสงสัยเรื่องที่กุญแจสำรองห้องเธอมันหายไป นี่เขาคงจะแอบหยิบไปตอนที่มาครั้งนั้นสินะ ร้ายกาจที่สุด
“อยากได้ก็มาเอาสิคุณ” อดัมบอกพร้อมกับยัดมันลงไปในกระเป๋ากางเกงจนลึกสุดกระเป๋า
“แต่บอกไว้ก่อนนะ กระเป๋ามันลึกล้วงดี ๆ อย่าให้โดนอะไรเข้า มันสู้มือคน โดยเฉพาะคนสวย ๆ โดนนิดเดียวก็ผงาดแล้ว แล้วพอมันผงาดตัวขึ้นมาผมก็ต้องหาทางระ... / นี่หยุดนะ! อย่ามาทะลึ่งแบบนี้ เอากุญแจห้องฉันคืนมาแล้วก็ออกไปซะ ไม่ว่าคุณจะมีจุดประสงค์อะไรก็ตามแต่วันนี้ฉันเหนื่อยไม่มีเวลามาเล่นด้วย” พระพายเอ่ยบอกอย่างสุดกลั้นพร้อมทั้งหน้าแดงเมื่อได้ยินคำพูดทะลึ่งจากเขา และตอนนี้เธอก็อ่อนล้าจนแทบจะล้มทั้งยืนอยู่แล้วบวกกับรู้สึกตัวรุม ๆ เหมือนจะเป็นไข้
“คุณก็ไปอาบน้ำสิจะได้มานอน” อดัมบอกเธอก่อนจะหันหน้าไปสนใจทีวีที่เขาถือวิสาสะเปิดดูมาพักใหญ่แล้ว
“คุณ ฉันขอร้อง ฉันรู้สึกไม่ค่อยสบายคุณกลับไปเถอะนะ ฉันไม่มีเรี่ยวแรงจะเถียงกับคุณแล้ว” พระพายเอ่ยอย่างขอร้องเขาเพราะกลัวว่าเขาจะปล้ำเธออีก หากเขาทำวันนี้เธอคงได้เสียตัวให้เขาแน่เพราะร่างกายอ่อนล้าเหลือเกิน
“ผมก็ไม่ได้ชวนคุณมาเถียงกันนี่ครับ ไปอาบน้ำสิผมไม่ทำไรหรอกน่า แค่แวะเอาของฝากมาให้” อดัมเห็นท่าทางที่ดูอ่อนล้าบวกกับหน้าตาซีดเซียวของเธอจากความตั้งใจเดิมที่จะมาเผด็จศึกให้ได้ก็ต้องเปลี่ยนแผนเพราะไม่อยากทำอะไรคนไม่สบาย ไม่ใช่เพราะเป็นห่วงเธอหรอกนะ ไม่ได้ห่วงเลยจริง ๆ
“งั้นคุณก็เอาของฝากมาแล้วก็ออกไปสิคะ” พระพายต่อรองเขา แต่ในใจกลับเต้นระรัวด้วยความดีใจที่เขามีน้ำใจมีของฝากมาให้เธอ
“จะไล่อะไรนักหนาพระพาย คนเขาอุตส่าห์คิดถึงใจแทบขาด”
