บท
ตั้งค่า

บทที่ 3 - 2

ตลอดทั้งวัน เซวียหลงต้องเดินตามเหมยฮวาไปทั่วจวน เหมยฮวาแนะนำทุกซอกทุกมุมของจวนอย่างละเอียด ตั้งแต่ห้องครัว ห้องเก็บของ ห้องสมุด ไปจนถึงเรือนพักบ่าวไพร่ ทุกครั้งที่เหมยฮวาแนะนำสิ่งใด นางก็มักจะเหลือบมองเซวียหลงด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความดูถูก ทำให้เซวียหลงรู้สึกหงุดหงิดยิ่งนัก

“คุณชายต้องจำให้ได้ว่าของทุกชิ้นในจวนนี้มีจำนวนเท่าใด และเก็บไว้ที่ใดบ้าง” เหมยฮวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา พลางชี้ไปที่กองผ้าไหมที่พับไว้อย่างเรียบร้อยในห้องเก็บผ้า

เซวียหลงถอนหายใจเฮือกใหญ่

“ข้าจะไปจำได้อย่างไร! นี่มันเยอะแยะไปหมด!”

เหมยฮวาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย

“หากคุณชายจำไม่ได้ ก็จะทำงานขององค์หญิงไม่ได้นะเจ้าคะ”

เซวียหลงรู้สึกอยากจะตะโกนใส่หน้านางกำนัลผู้นี้ แต่ก็ต้องข่มใจเอาไว้ เขาพยายามจดจำสิ่งต่าง ๆ ที่เหมยฮวาบอก แต่ข้อมูลที่มากมายมหาศาลทำให้เขารู้สึกปวดหัวราวกับจะระเบิด

ในช่วงบ่าย เหมยฮวานำเซวียหลงไปยังห้องทำงานเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยเอกสารและสมุดบัญชี

“นี่คือบัญชีรายรับรายจ่ายของจวน องค์หญิงสั่งให้คุณชายตรวจสอบและทำบัญชีให้ถูกต้องทุกวัน” เหมยฮวาเอ่ยพลางยื่นพู่กันและกระดาษให้เซวียหลง

เซวียหลงรับมาด้วยความงุนงง เขามองสมุดบัญชีที่เต็มไปด้วยตัวเลขและอักษรยุกยิกแล้วก็รู้สึกตาลายไปหมด

“ข้า…ข้าไม่เคยทำบัญชีเลยนะ”

เขาเอ่ยเสียงเบา

เหมยฮวาหัวเราะเยาะ

“นั่นก็เป็นหน้าที่ของคุณชายที่จะต้องเรียนรู้เช่นกัน”

เซวียหลงได้แต่ถอนหายใจ เขาจ้องมองตัวเลขในสมุดบัญชีอย่างหมดหนทาง เฟิงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก็อดสงสารคุณชายไม่ได้

“คุณชายขอรับ ให้บ่าวช่วยไหมขอรับ?”

เฟิงเสนอ

เซวียหลงส่ายหน้า

“ไม่ต้อง! นี่มันเป็นบทลงโทษของข้า ข้าจะต้องเผชิญหน้ากับมันด้วยตัวเอง!”

แต่ในใจของเขากลับร้องอย่างโหยหวน ‘ใครก็ได้ช่วยข้าที!’

ผ่านไปหลายชั่วยาม เซวียหลงยังคงนั่งอยู่หน้าสมุดบัญชี ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเต็มไปด้วยความมั่นใจ บัดนี้กลับเต็มไปด้วยความท้อแท้ เขาพยายามบวกเลข ลบเลข แต่ตัวเลขเหล่านั้นกลับเต้นระบำอยู่ในสมอง ทำให้เขาสับสนยิ่งกว่าเดิม

“หิวแล้ว…”

เสียงท้องร้องของเซวียหลงดังขึ้น ทำให้เขารู้สึกอับอายเล็กน้อย เขาเงยหน้าขึ้นมองเหมยฮวาที่ยืนเฝ้าเขาอยู่ไม่ห่าง

“องค์หญิงยังไม่เสวยพระกระยาหารเย็นเลยนะเจ้าคะ คุณชายจะทานก่อนได้อย่างไร” เหมยฮวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา

เซวียหลงถอนหายใจเฮือกใหญ่ ‘นี่มันการทรมานกันชัด ๆ! ใช้งานหนักไม่พอแถมยังไม่ให้ข้ากินข้าวอีก!’

ในขณะที่เซวียหลงกำลังเผชิญหน้ากับความยากลำบากในการเป็นผู้ดูแลกิจการภายใน องค์หญิงหลิงเฟยกำลังนั่งชมจันทร์อยู่ในสวนดอกไม้ นางกวักมือเรียกหลินหลินเข้ามาใกล้

“คุณชายเซวียหลงเป็นอย่างไรบ้าง?” องค์หญิงหลิงเฟยเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มบาง ๆ

หลินหลินหัวเราะเบา ๆ

“คุณชายเซวียหลงดูท่าจะลำบากมากเพคะ บ่าวเห็นเขานั่งหน้าสมุดบัญชีตั้งแต่บ่ายจนค่ำแล้วยังไม่ได้กินข้าวเลยเพคะ”

องค์หญิงหลิงเฟยยิ้มกว้างขึ้น

“ดี! ดีมาก!”

นางกล่าว

“ให้เขารู้รสชาติของความลำบากเสียบ้าง”

หลินหลินมององค์หญิงด้วยความไม่เข้าใจ

“แต่องค์หญิงไม่สงสารเขาบ้างหรือเพคะ?”

องค์หญิงหลิงเฟยส่ายหน้า

“ไม่เลย”

นางตอบ

“เขาควรจะได้เรียนรู้ว่าชีวิตไม่ได้มีแต่ความสนุกสนานไร้สาระไปวัน ๆ”

“แต่…องค์หญิงคิดว่าคุณชายจะเปลี่ยนไปได้จริงหรือเพคะ?”

องค์หญิงหลิงเฟยหันไปมองดวงจันทร์เต็มดวงบนท้องฟ้า แววตาของนางเต็มไปด้วยความลึกลับ

“เรามาคอยดูกัน”

นางเอ่ย

“ข้าเชื่อว่าในตัวคุณชายเซวียหลงมีความสามารถที่ซ่อนอยู่ เพียงแต่ยังไม่ได้ถูกดึงออกมาใช้เพียงเท่านั้น”

แสงจันทร์สาดส่องลงมาต้องใบหน้างดงามขององค์หญิง ทำให้เหมยฮวาที่กำลังเดินเข้ามาใกล้รู้สึกประหลาดใจ นางเห็นรอยยิ้มที่ไม่เคยเห็นมาก่อนบนใบหน้าขององค์หญิง

ยามค่ำคืนล่วงเลยไป เซวียหลงยังคงนั่งอยู่ในห้องทำงานเล็ก ๆ เฟิงหลับไปแล้วข้าง ๆ เขา เซวียหลงพยายามอย่างหนักที่จะเข้าใจตัวเลขในสมุดบัญชี แต่ก็ยังคงสับสน เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่ และตัดสินใจที่จะลองคิดวิธีอื่น

‘ในเมื่อข้าจำทุกอย่างไม่ได้ทั้งหมด ข้าก็จะสร้างระบบของข้าเอง!’ เขานึกถึงวิธีการที่เขาเคยใช้ในการจัดการเรื่องวุ่นวายต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน ซึ่งมักจะจบลงด้วยความอลหม่าน แต่ครั้งนี้เขาจะพยายามให้ดีที่สุด

เขาลุกขึ้นยืน เดินไปหยิบพู่กันและกระดาษเปล่ามาหลายแผ่น เขาเริ่มร่างแผนผังการจัดการจวนคร่าว ๆ แบ่งหมวดหมู่ของข้าวของ บ่าวไพร่ และรายรับรายจ่าย เขาพยายามจัดระเบียบความคิดของตัวเองอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน

ในขณะที่เขากำลังจดจ่ออยู่กับการทำงาน ท้องของเขาก็ร้องครวญครางอีกครั้ง เซวียหลงเงยหน้าขึ้นมองนาฬิกาบนผนัง ‘นี่มันยามซวี (19.00-21.00 น.) แล้วหรือนี่! ข้ายังไม่ได้กินข้าวเย็นเลย!’

เซวียหลงลุกขึ้นจากโต๊ะ เดินโซซัดโซเซออกจากห้องทำงาน เขาเดินผ่านทางเดินที่มืดมิดในจวน ในใจนึกถึงอาหารรสเลิศที่เขามักจะกินอยู่ทุกวันก่อนที่จะมาที่นี่

ทันใดนั้น เขาก็ได้กลิ่นหอมกรุ่นของอาหารลอยมาตามลม เซวียหลงหยุดชะงัก พลางสูดกลิ่นหอมนั้นเข้าเต็มปอด

‘กลิ่นนี้…มันคือกลิ่นไก่นึ่งสมุนไพรนี่!’

เขารีบเดินตามกลิ่นนั้นไปอย่างไม่ลังเล เพียงไม่นานก็มาถึงห้องครัวใหญ่ของจวน ภายในห้องครัวสว่างไสวด้วยแสงไฟจากตะเกียง มีกลิ่นอาหารหอมฟุ้งไปทั่ว

เซวียหลงเดินเข้าไปในห้องครัวอย่างเงียบ ๆ เขาเห็นร่างเล็ก ๆ ร่างหนึ่งกำลังนั่งกินไก่นึ่งสมุนไพรอยู่บนโต๊ะตัวเล็ก ๆ กลางห้อง

‘องค์หญิงหลิงเฟย!’

เขานึกในใจ นางกำลังกินไก่นึ่งอย่างเอร็ดอร่อย ใบหน้าของนางดูมีความสุขอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

องค์หญิงหลิงเฟยเงยหน้าขึ้นมาเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าของเซวียหลง นางเห็นเขายืนอยู่หน้าประตูห้องครัว ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเต็มไปด้วยความมั่นใจ บัดนี้กลับดูซีดเซียวและหิวโหย

“คุณชายเซวียหลง? เจ้ามาทำอะไรที่นี่?”

องค์หญิงหลิงเฟยเอ่ยถามด้วยความประหลาดใจ

เซวียหลงรู้สึกอับอายเล็กน้อยที่ถูกจับได้ว่าแอบมาด้อม ๆ มอง ๆ ในห้องครัว

“ข้า…ข้าแค่…ข้าแค่จะมาหาน้ำดื่มพะยะค่ะ”

เซวียหลงโกหกหน้าตาย

องค์หญิงหลิงเฟยเลิกคิ้วขึ้น

“น้ำดื่มหรือ? เจ้าเดินมาถึงห้องครัวเพื่อหาน้ำดื่มในยามค่ำคืนเช่นนี้?”

นางถามด้วยน้ำเสียงหยอกล้อ

เซวียหลงหน้าแดงก่ำ

“ใช่แล้วพะยะค่ะ! ตอนนี้ข้ากระหายน้ำมาก”

เขาพยายามรักษาท่าที

องค์หญิงหลิงเฟยหัวเราะเบา ๆ

“โกหกไม่เก่งเลยนะคุณชาย”

นางกล่าวพลางชี้ไปที่ไก่นึ่งสมุนไพรบนโต๊ะ

“เจ้าคงจะหิวแล้วใช่ไหม?”

เซวียหลงก้มหน้าลงซ่อนความเขินอาย ท้องของเขาก็ร้องครวญครางอีกครั้งอย่างไม่ปรานี ทำให้เขาต้องยิ่งรู้สึกอับอายเข้าไปใหญ่

“มาสิคุณชาย”

องค์หญิงหลิงเฟยตบเก้าอี้ข้าง ๆ นาง

“มานั่งกินด้วยกันสิ”

เซวียหลงเงยหน้าขึ้นมององค์หญิงหลิงเฟย ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยน ทำให้เขารู้สึกอบอุ่นในใจอย่างประหลาด เขาไม่เคยคิดว่าองค์หญิงหลิงเฟยจะใจดีกับเขาถึงเพียงนี้

เซวียหลงเดินเข้าไปนั่งข้าง ๆ องค์หญิงหลิงเฟย นางยื่นไก่นึ่งชิ้นใหญ่ให้เขา เซวียหลงรับมาด้วยความเกรงใจ พลางกัดเข้าไปคำโต ๆ รสชาติของไก่นึ่งสมุนไพรช่างอร่อยล้ำ ทำให้เขารู้สึกสดชื่นขึ้นมาทันที

“อร่อยมากพะยะค่ะ!”

เซวียหลงเอ่ยชมอย่างจริงใจ

องค์หญิงหลิงเฟยยิ้มบาง ๆ

“เจ้าคงจะหิวมากสินะ”

“พะยะค่ะ ข้ายังไม่ได้กินข้าวเย็นเลย”

องค์หญิงหลิงเฟยถอนหายใจ

“เหมยฮวาคงจะเข้มงวดกับเจ้ามากสินะ”

เซวียหลงพยักหน้าหงึกหงัก

“นางกำนัลผู้นั้นช่างดุยิ่งนักพะยะค่ะ! นางสั่งให้ข้าทำทุกอย่างเลย!”

องค์หญิงหลิงเฟยหัวเราะเบา ๆ

“ก็นั่นเป็นหน้าที่ของนาง”

นางกล่าว

“เพราะข้าสั่งให้นางดูแลเจ้าอย่างเข้มงวด”

เซวียหลงเบิกตากว้างด้วยความตกใจ

“องค์หญิงสั่งอย่างนั้นหรือพะยะค่ะ!”

องค์หญิงหลิงเฟยพยักหน้า

“ใช่แล้ว”

นางตอบ

“ข้าอยากให้เจ้าได้เรียนรู้ความรับผิดชอบเสียบ้าง”

เซวียหลงรู้สึกเหมือนถูกหลอก เขานึกไม่ถึงว่าองค์หญิงหลิงเฟยจะเจ้าเล่ห์ถึงเพียงนี้ ‘นางกำลังเล่นตลกกับข้าอยู่ใช่หรือไม่!’

“องค์หญิง!”

เซวียหลงอุทานออกมาเสียงดัง

“ท่านทำเช่นนี้กับข้าได้อย่างไร!”

องค์หญิงหลิงเฟยยิ้มมุมปาก

“ทำไมจะไม่ได้เล่า? เจ้ามาอยู่ที่นี่ก็เท่ากับเป็นคนของข้าแล้ว”

นางกล่าวพลางจ้องมองเซวียหลงด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความซุกซน

“เจ้าจะต้องอยู่ในความดูแลของข้าอย่างใกล้ชิด”

เซวียหลงถึงกับพูดไม่ออก เขามององค์หญิงหลิงเฟยด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งโกรธ หงุดหงิด ประหลาดใจ และ…รู้สึกว่านางช่างมีเสน่ห์ร้ายกาจเหลือเกิน ราวกับว่าชีวิตที่เคยเหลวแหลกของเขากำลังจะเปลี่ยนไปในทิศทางที่เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อน

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel