บท
ตั้งค่า

Chapter 5 อ้อนวอน

จากที่เมฆาได้รับข้อมูลจากมือขวาคนสนิท เขาก็กระตุกยิ้มที่มุมปากและบอกให้เวหาไปบอกครอบครัวนั้นให้เข้ามาคุยกับเขาในวันรุ่งขึ้น

“พ่อเลี้ยงตกลงจะช่วยลุงพันใช่ไหม”

เวหาถามหยั่งเชิง เขาจะได้บอกลุงพันและครอบครัวได้ถูก

“ช่วยนะมันก็ต้องช่วยอยู่แล้ว ฉันคงไม่ปล่อยให้ใครมาฆ่ากันตายในพื้นที่ของฉันหรอก แต่ฉันก็คงไม่เอาเงินห้าแสนบาทไปทิ้งฟรีหรอกนะ ฉันทำธุรกิจไม่ได้เป็นองค์กรการกุศล”

“หมายความว่าไง พ่อเลี้ยงจะให้เขามากู้พ่อเลี้ยงแทนนะหรือ แล้วลุงพันกับน้ากลิ่นจะมีเงินมาจ่ายต้นจ่ายดอกได้หรือเปล่านะ ส่วนปลายฝนก็พึ่งเรียนจบมอ.หกยังไม่ได้ทำงาน”

“สรุปที่นายเป็นกังวลเนี่ย นายห่วงกลัวฉันไม่ได้เงินคืน หรือห่วงครอบครัวนั้นกันแน่”

“เอ่อ.. ก็ทั้งคู่นั่นแหละ”

“ฉันมีทางเลือกให้แค่นี้ บอกให้เขามาที่นี่พรุ่งนี้เก้าโมงเช้า อย่าช้านะ เพราะฉันมีธุระต้องไปทำต่อ”

“ครับพ่อเลี้ยง”

เวหายอมรับว่าเขาเริ่มเป็นห่วงครอบครัวลุงพันว่าจะเอาเงินที่ไหนมาผ่อนจ่ายให้พ่อเลี้ยง ลำพังเงินเดือนที่ทำในไร่ก็แค่พอค่าใช่จ่ายประจำวันเท่านั้น แต่พอคิดอีกทีให้มาเป็นหนี้เมฆาก็ดีกว่าเป็นหนี้เสี่ยชัชอยู่แล้ว เขาจึงรีบไปแจ้งข่าวให้ครอบครัวนั้นทราบ

เช้าวันรุ่งขึ้น

ลุงพันและปลายฝนขับมอเตอร์ไซค์คันเก่ามาที่เรือนของเมฆา ส่วนซ่อนกลิ่นนั้น ความจริงแล้วเธอเองก็อยากมาด้วยแต่ติดที่ต้องไปเฝ้าแผงขายผลิตผลจากไร่ของเมฆานั่นคืองานของเธอ เธอจึงไปด้วยไม่ได้ แต่ก็เชื่อว่าจะมีทางออกที่ดีสำหรับครอบครัวเธอ

ปลายฝนและลุงพันมาหยุดยืนที่หน้าประตูรั้วของเรือนเมฆา ตัวรั้วของเรือนเป็นแนวสีเขียวต้นโมกข์ที่สูงท่วมหัว มีดอกสีขาวเล็กๆ แซมตลอดแนวส่งกลิ่นหอมเย็น ส่วนตัวซุ้มประตูมีไม้เถาดอกสีม่วงครามของต้นพวงครามเลื้อยปกคลุมอยู่ บรรยากาศร่มรื่น ดูสบายตามาก

ทั้งสองยืนเงอะๆ เงิ่นๆ อยู่หน้าประตูรั้ว แม้ว่าลุงพันจะเป็นลูกจ้างของไร่นี้มานาน แต่เขาก็ไม่เคยเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของเจ้านายเลยสักครั้ง ส่วนปลายฝนยิ่งหนักกว่าเธอเคยได้ยินมาว่าพ่อเลี้ยงเมฆามีความเป็นส่วนตัวสูงไม่ชอบให้ใครเข้ามายุ่มย่ามหรือเกะกะในพื้นที่ส่วนตัว ระหว่างที่สองพ่อลูกกำลังยืนงงอยู่นั้น ประตูไม้สักก็เปิดออกโดยหญิงวัยเดียวกับลุงพัน

“มากันแล้วหรือตาพัน อ้าวหนูปลายก็มาด้วย รีบเข้ามาพ่อเลี้ยงกำลังรออยู่”

“สวัสดีจ้าป้าหมาย”

“ไหว้พระเถอะลูก”

“โอ๊ย..แล้วทำไมสภาพแกเป็นอย่างนั้นละตาพัน ไปโดนหมาที่ไหนฟัดมาละเนี่ย”

“แฮะ.. แฮะ”

ลุงพันได้แต่ยิ้มแหย แล้วเดินตามสมหมายเข้าไปข้างใน สมหมายพาทั้งคู่มาที่ห้องทำงานของเมฆา เธอเคาะประตูแล้วเปิดพาสองพ่อลูกเข้าไป

“ตาพันกับหนูปลายมาแล้วค่ะพ่อเลี้ยง”

ชายหนุ่มเจ้าของห้องที่กำลังยืนกอดอกทอดมองออกไปนอกหน้าต่าง หันมามองคนที่เดินเข้ามา ลุงพันและปลายฝนยกมือไหว้ พอมาอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ ลุงพันเองก็รู้สึกเย็นเสียวสันหลังวาบ

“นั่งสิ”

เสียงดูมีอำนาจสั่งการออกมา ทำให้สองพ่อลูกนั่งลงอย่างลนลาน

“ยังไง”

“เอ่อ.. คือกระผมไปเป็นหนี้พนันที่บ่อนเฮียชัช จำนวนห้าแสนบาทแล้วพวกมันขีดเส้นตายว่าต้องนำเงินไปคืนภายในวันศุกร์หน้า ถ้าไม่มีพวกมันจะสั่งฆ่าผม ผมจึงมาขอพึ่งใบบุญขอให้พ่อเลี้ยงช่วยครับ”

ลุงพันพูดด้วยน้ำเสียงสั่น ปลายฝนนั่งฟังนิ่งด้วยใบหน้าหม่นหมองในใจก็ลุ้นตามไป ส่วนเมฆานั่งฟังไปใช้นิ้วเคาะที่โต๊ะทำงานไป

“ตอนเล่นทำไมไม่คิด จะมีใครที่ไหนเขายอมเอาเงินมาให้ง่ายๆ เงินตั้งห้าแสนเชียวนะ ตอนนี้กลัวตายละสิ แล้วถ้าฉันไม่ช่วยล่ะ จะยังไง”

ปลายฝนได้ยินก็ตกใจ เธอรีบเอื้อมมือไปกุมมือใหญ่ไว้ พร้อมกับอ้อนวอนเสียงสั่น

“พ่อเลี้ยงขาได้โปรดช่วยพ่อหนูด้วยนะคะ ถ้าพ่อเลี้ยงไม่ช่วย พ่อหนูต้องโดนพวกมันฆ่าตายแน่เลย ช่วยพ่อหนูด้วยนะคะ”

มือเล็กและนุ่มเอื้อมมาเกาะกุมมือของเมฆา ทำให้ใจของเขาอ่อนลงยวบ เมฆามองที่มือน้อยที่กุมมือเขาแล้วสบตาหญิงสาว ซึ่งปลายฝนพึ่งรู้ตัวว่าตนเองทำสิ่งที่ไม่ควรลงไป เธอรีบถอนมือออกมาทันทีพร้อมกล่าวคำขอโทษ แล้วดึงมือลงมาประสานกันที่ตัก ก้มหน้างุด

“หนูขอโทษค่ะ”

“ฉันเป็นเกษตรกรและฉันก็เป็นนักธุรกิจด้วย เธอต้องเข้าใจนะว่าเงินตั้งห้าแสนบาทมันไม่ใช่น้อยๆ ฉันสามารถเอามาจ่ายเงินเดือนให้คนไร่ได้ตั้งหลายเดือน หรือไม่ก็เอาไปต่อธุรกิจอื่นได้อีก ถ้าฉันให้เธอไปอีกหากี่ปีเธอถึงจะหาเงินนี้มาคืนฉันได้ จะให้ฉันเอามาทิ้งฟรีๆ นะหรือไม่มีทาง และลุงพันก็คือพ่อเธอ ไม่ใช่พ่อฉัน”

“หนูทราบค่ะ แต่หนูหมดหนทางแล้วจริงๆ หนูไม่อยากให้พ่อตาย ฮือ ฮือ”

น้ำเสียงของปลายฝนเริ่มสั่นเครือ หยาดน้ำตาหยดน้อยค่อยๆ ร่วงเผะออกมาจากดวงตากลมโต ผู้เป็นพ่อคว้าตัวลูกสาวมาสวมกอดไว้

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel