Chapter 4 ฝากฝัง
ที่บ้านลุงพัน
“นี่พ่อมึง เล่ามาเสียดีดี ว่าแกไปเอาเงินเขามาตั้งเยอะแยะแบบนั้นแกเอาไปทำอะไรฮะ ฉันไม่เคยเห็นแม้แต่สตางค์แดงเดียว แล้วทีนี้จะหาที่ไหนไปชดใช้ให้เขาล่ะ หรือว่าแกต้องตายกลายเป็นผีเฝ้าไร่นี้จริงๆ ตาพันนะตาพัน”
“แม่ซ่อนกลิ่น แม่เล่นยิงคำถามมาเป็นชุด พ่อจะตอบอันไหนก่อนดีล่ะ”
“ไม่ต้องมาเล่นลิ้นเลย เกือบตายเป็นผีแล้วยังไม่รู้ตัวอีก ว่าไงไปเอาเงินเขามาจริงไหม แล้วแกเอาเงินนั่นไปทำอะไร หรือว่าแกแอบไปมีเมียน้อยที่ไหน..นังบัวใช่ไหม ฉันเห็นมันชอบมาทำตาเล็กตาน้อยใส่แกอยู่”
“ไปกันใหญ่แล้วแม่ซ่อนกลิ่น ถึงพ่อจะชั่วช้าเลวทรามแค่ไหน แต่พ่อก็รักครอบครัวนะ ไม่มีหรอกบ้านเล็กบ้านน้อยอ่ะ พ่อก็มีแต่บ้านนี้บ้านเดียว พ่อมีแม่ซ่อนกลิ่นคนเดียวนะจ๊ะเมียจ๋า”
“ไม่ต้องมาปากดี แล้วจะเล่าได้หรือยัง ถ้ายังไม่พูดเดี๋ยวแม่จะแพ่นกบาลให้แตกอีกข้างหนึ่งเลย”
คนเป็นเมียยกมือจะตบหัวผัว คนเป็นผัวรีบยกแขนขึ้นมาบังเพราะกลัวว่าเมียจะตีหัวจริง
“เล่าแล้วจ้ะแม่จ๋า คือ พ่อไปเล่นที่บ่อนเฮียชัชตอนแรกมันก็พอจะได้อยู่บ้าง แต่เล่นไปเล่นมามันก็เริ่มเสีย แล้วก็เสียเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ พ่อก็พยายามเล่นเพื่อถอนทุน แต่ยิ่งเล่น ก็ยิ่งเสียหนักขึ้น มันก็ทบต้นทบดอก พ่อขอโทษนะแม่กลิ่น ลูกปลาย”
“พ่อนะพ่อ แล้วเราจะเอาเงินที่ไหนไปให้เขาละเนี่ย”
“เดี๋ยวพ่อลองไปคุยต่อรองกับเฮียชัชดูอีกที เผื่อจะขอผ่อนผันได้”
“ฉันว่าอย่าไปเลย ถ้าพ่อไปแล้วบอกเขาว่าไม่มีจ่าย ฉันกลัวว่าพ่อจะไม่ได้กลับมานะสิ เดี๋ยวจะกลายเป็นผีเฝ้าไร่แบบไม่รู้ตัว ชื่อเสียงเฮียชัชเราก็รู้รู้กันอยู่”
ปลายฝนนั่งฟังพ่อกับแม่คุยกันเธอก็เห็นด้วยผู้เป็นแม่ ที่ว่าถ้าปล่อยให้พ่อไปเจรจากับฝ่ายโน้นมีโอกาสรอดกลับมาได้ยาก เพราะดูแล้วฝั่นนั้นท่าทางจะโหดเหี้ยมดูอย่างเมื่อคืนก็ส่งคนมาทำร้ายพ่อของเธอเสียเกือบแย่ แถมยังขู่ฆ่าอีก แล้วเธอก็พลันคิดถึงแววตาดุดันคู่หนึ่งที่ทั้งพ่อและแม่ของเธอเคยเอ่ยปากชื่นชมให้ฟังเสมอถึงความใจดีมีเมตตาแต่สวนทางกับสิ่งที่เธอเคยได้ยินมา
“เอ่อ.. พ่อจ๊ะแม่จ๋า ปลายว่าเราลองไปปรึกษาขอความช่วยเหลือจากพ่อเลี้ยงดูไหมคะ พ่อกับแม่เคยเล่าให้ปลายฟังว่าท่านเป็นคนใจดีมีเมตตาไม่ใช่หรือจ๊ะ”
“ถูกต้องแล้วจ้ะ น้องปลายฉลาดมาก”
เวหาเดินเข้ามาในบ้านและได้ยินบทสนทนาของครอบครัวนี้พอดี
“พี่เวย์สวัสดีค่ะ”
“อ้าวพ่อเวหาไปไงมาไงเนี่ย”
ทั้งปลายฝนและซ่อนกลิ่นหันมาทักทายชายหนุ่ม เวหายิ้มรับแล้วถามต่อ
“พ่อเลี้ยงให้ผมมาดูอาการลุงพัน แล้วก็ถามเรื่องที่ไปมีเรื่องกับนักเลงพวกนั้นด้วย”
“โถพ่อคุณ พ่อพระแท้ๆ”
ซ่อนกลิ่นยกมือไหว้ขึ้นท่วมหัว แล้วหันไปด่าผัวตัวเอง
“นี่ตาพัน แกสำนึกบ้างไหมเนี่ย สร้างแต่ปัญหาต้องให้พ่อเลี้ยงท่านมาเป็นห่วงอีก”
“สำนึกแล้วจ้า”
ลุงพันทำหน้าสลด เวหายิ้มแล้วถามต่อว่า
“สรุปแล้วต้องเอาเงินไปคืนพวกมันวันไหน จำนวนเท่าไหร่”
“ต้องคืนวันศุกร์หน้าค่ะพี่ จำนวนเงินก็ตั้งห้าแสน มันเยอะมากเลยพวกเราไม่รู้จะไปหาที่ไหน ถ้าหนูไปขอยืมพ่อเลี้ยงได้ไหมจ๊ะ แล้วหนูไปทำงานใช้หนี้เอา”
“มันไม่ใช่น้อยๆ เลยนะปลาย ต้องทำงานใช้หนี้กี่ปีถึงจะหมดละลูก พ่อเลี้ยงคงไม่ยอมหรอก”
ลุงพันพูดเสียงอ่อย เขาสำนึกผิด เป็นเพราะเขาคนเดียวแท้ๆ ที่ผีพนันเข้าสิง
“แต่มันเหลือหนทางเดียวแล้วนะพ่อจ๋า เราลองไปขอคุณเขาดูก่อนนะคะ หนูกับแม่ปล่อยให้พ่อตายไม่ได้หรอก พี่เวหาจ๋าพาพวกเราไปหาพ่อเลี้ยงหน่อยได้ไหมจ๊ะ”
“น้องปลายไม่กลัวพ่อเลี้ยงหรือ เกิดไปทำให้พ่อเลี้ยงไม่พอใจ น้องปลายจะลำบากนะ”
เวหาหยั่งเชิงหญิงสาว
“กลัวสิจ๊ะ แต่หนูกลัวพ่อถูกฆ่าตายมากกว่า พี่พาพวกเราไปหน่อยนะจ๊ะ ไปตอนนี้เลยได้ไหม”
“ใจเย็นก่อนตอนนี้พ่อเลี้ยงไม่อยู่ น่าจะกลับมาช่วงเย็นๆ เดี๋ยวพี่ไปคุยกับพ่อเลี้ยงก่อนได้ความว่าอย่างไรแล้วจะมาบอกนะ”
“หนูจะรอพี่นะคะพี่เวย์”
ปลายฝนยิ้มหวานอย่างดีใจ รอยยิ้มนี้ทำให้เวหาถึงกับใจสั่น
“พ่อเวหาทำแต่งาน จนไม่มีเวลาไปหาเมีย ทำไมไม่หาเมียสักทีล่ะ”
“ใครเขาจะมาสนใจคนไร่อย่างผมละครับลุง”
“ถ้าฉันเกิดเป็นอะไรไป ฉันฝากพ่อเวหาช่วยดูแลเจ้าปลายมันด้วยนะ ฉันมีลูกคนเดียว”
“พ่อพูดอะไรอย่างนั้นคะ”
ปลายฝนรู้จักกับเวหาในระดับหนึ่ง แต่เธอก็ไม่เคยคิดเรื่องชู้สาวกับเขา เธอมองเขาเป็นประหนึ่งพี่ชายใจดี ส่วนเวหาที่ได้ยินแบบนั้นเขาก็ยิ้มรับ ก่อนหน้านี้เขาอาจจะไม่ได้คิดอะไรกับปลายฝนเพราะเห็นกันมาตั้งแต่ปลายฝนเป็นเด็ก เขามองปลายฝนเป็นเด็กน้อยมาตลอด แต่ตอนนี้ปลายฝนโตเป็นสาวและยังสวยสดใสอีกด้วย
เวหาหันไปสบตากับเด็กสาว ปลายฝนส่งยิ้มน้อยๆให้รอยยิ้มนั้นทำให้หัวใจที่เคยแกร่งดั่งหินผาของเวหาอ่อนยวบลงทันที
“ลุงพันไม่ต้องห่วง ฉันกับพ่อเลี้ยงไม่ปล่อยให้ลุงเป็นอะไรไปง่ายๆ หรอก สำหรับปลายฝน ฉันไม่มีวันทิ้งน้องอยู่แล้ว ฉันสัญญา”
