บทที่ 2
“ต้องจดสิ แล้วหลังจากแต่งงานเสร็จหนูอิ๋วก็ต้องย้ายไปอยู่กับพวกเราที่ไร่ด้วยนะลูก แม่ไม่อยากให้แยกกันอยู่ กลัวคนจะสงสัยเอา” คุณกันติมาตอบพร้อมส่งยิ้มอบอุ่นให้ลูกสะใภ้ที่แสนจะถูกใจนาง อันที่จริงนางรู้สึกเอ็นดูริ้วแพรมากกว่ารสิกาด้วยซ้ำ จำได้ว่าเจอกันครั้งแรกเด็กสาวก็แสดงกิริยามารยาทอ่อนหวานให้ได้เห็น ซึ่งมันช่างถูกใจนางไปหมดต่างจากคนพี่ที่ดูโตเกินวัย อีกทั้งชอบใช้คำพูดเจนจัดเกินตัวจนพาลรู้สึกไม่น่าฟัง ไม่แปลกที่นางจะชอบคนน้องอย่างริ้วแพรมากกว่า
“ครับ แม่ว่ายังไงผมก็ว่างั้น”
แม้จะเอาแต่ใจตัวเองเพราะเป็นลูกชายคนเดียวของบ้าน แต่เกื้อคุณก็ไม่เคยคิดขัดใจมารดาได้เลยสักครั้ง เขาจำต้องยอมจดทะเบียนสมรสกับริ้วแพร ผู้หญิงที่ห่างไกลจากความชอบของตัวเองชนิดที่ว่าไม่เคยคิดเลยว่าชีวิตเขาจะมีวันนี้ วันที่ต้องแต่งงานกับหล่อน
เธอเป็นคนสวยอันนี้เขายอมรับ แต่ด้วยนิสัยของเธอที่มันช่างแตกต่างกับรสิกาผู้พี่ราวฟ้ากับเหวเลยทำให้เขาไม่ค่อยจะชอบหน้าเธอเท่าไหร่ ต่างจากรสิกาที่ดูเป็นสาวสมัยใหม่กล้าคิดกล้าทำได้อย่างน่ารัก แต่แล้วเมื่อธาตุแท้ของหล่อนปรากฏเขาถึงได้รู้ว่าตัวเองหลงผิดมานานมากสิ่งที่ได้จากอดีตคนรักมีเพียงสิ่งเดียวคือบทเรียนราคาแพง
ส่วนน้องสาวผู้อ้อยสร้อยของเธอ ถือว่าเป็นของแถมก็แล้วกัน!
งานแต่งงานยังคงดำเนินไปอย่างเรียบง่าย แม้จะมีแขกในงานจำนวนไม่น้อยที่ยังสงสัยว่าเหตุใดเจ้าสาวถึงถูกเปลี่ยนตัวเป็นคนน้องแต่กลับไม่มีใครกล้าพูดหรือแสดงความเห็น ด้วยกลัวจะเกิดเรื่องขึ้น
“เป็นอะไร!” เกื้อคุณเอ่ยถามเจ้าสาวข้างกายเมื่อเห็นหล่อนขยับเท้าไปมาอยู่นานสองนาน
“รองเท้ากัดค่ะ” ซึ่งริ้วแพรก็ตอบไปตามความจริง อยากจะบอกเขาเหลือเกินว่าเธอไม่เคยสวมรองเท้าส้นสูงขนาดนี้มาก่อนในชีวิต ไม่เคยมายืนฉีกยิ้มต่อหน้าแขกนับพันที่เขาเชิญมาร่วมงานแบบนี้
“ยุ่งยาก น่ารำคาญ!!” คนขี้หงุดหงิดตวาดลั่นตามนิสัยที่ไม่ค่อยแคร์ว่าใครจะรู้สึกเช่นไรต่อคำพูดตัวเอง คำนั้นทำให้อีกคนน้ำตาคลอ ยิ่งได้เห็นมันยิ่งทำให้เขารู้สึกหงุดหงิด เกลียดนักคนเจ้าน้ำตา
“อยากโดนดีใช่ไหมริ้วแพรห๊ะ! อย่าร้อง!” ยิ่งถูกตวาดน้ำตาก็ยิ่งไหล ริ้วแพรไม่ได้อยากเป็นคนอ่อนแอเพราะรู้ดีว่าสามีไม่ชอบแต่ครั้นจะให้เธอหยุดทุกสิ่ง ที่เป็นไปเองตามธรรมชาติก็คงทำไม่ได้ง่ายๆ
“หนูอิ๋วร้องไห้ทำไมลูก แกทำอะไรน้องตาเกื้อ!” เดือดร้อนไปถึงคุณกันติมาที่รีบจูงสามีตรงเข้ามาไถ่ถามเมื่อเห็นลูกสะใภ้คนสวยร้องไห้ก่อนจะหันไปตวาดบุตรชายที่เอาแต่ยืนปั้นหน้าดุทันทีที่มาถึง
“ผมเปล่า” เกื้อคุณตอบมารดาเพียงสั้นๆ ไม่ชอบใจสักเท่าไหร่ที่มารดาแสดงท่าทีเป็นห่วงเป็นใยแม่ลูกสะใภ้ข้างกายอย่างออกนอกหน้า ขณะที่เกือบๆ จะกินหัวเขาเพียงเพราะคิดว่าเขาทำให้ริ้วแพรมีน้ำตาเสียอย่างนั้น สรุปแล้วเขาหรือผู้หญิงคนนั้นกันแน่ที่เป็นลูกท่าน
“จริงรึเปล่าหนูอิ๋ว พี่เขาทำอะไรบอกแม่มา เดี๋ยวแม่จัดการให้”
