บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 6 เหตุการณ์ที่เปลี่ยนไป 1

ท่าเรือเมืองเจียงโจวมีเส้นทางน้ำตัดตรงสู่เมืองหลวง การเดินทางขึ้นเหนือในครานี้คาดว่าต้องใช้เวลาประมาณสิบกว่าวัน

บนลำน้ำสายหลัก เรือราชการและเรือสินค้าสัญจรไปมาหนาตา มองจากที่ไกลๆ เห็นเป็นเงาตะคุ่มเรียงรายอัดแน่น

เนื่องจากมีสัมภาระมาก ครอบครัวตระกูลเฉินจึงเหมาเรือสินค้าลำใหญ่ โดยชั้นสองขึ้นไปเป็นพื้นที่ส่วนตัวของครอบครัว ส่วนชั้นล่างเป็นที่พักของชาวบ้านทั่วไปหรือพ่อค้าหาบเร่ที่อาศัยร่วมทางกลับเมืองหลวง

นับตั้งแต่ก้าวขึ้นเรือ อวิ๋นเหยาเหยาก็เฝ้าระวังอย่างเต็มกำลัง ยามนางเข้าเมืองหลวงในชาติก่อนนั้น เพราะอาการเมาเรือทำให้นางทรมานปางตายไปตลอดทาง

ครานี้นางจึงแจ้งแก่หลินสื่อไว้เนิ่นๆ ให้ท่านหมอจัดเทียบยาเตรียมไว้ แม้ระหว่างทางจะยังคงรู้สึกอ่อนเปลี้ยเพลียแรงอยู่บ้าง แต่อย่างน้อยก็มิได้ล้มหมอนนอนเสื่อจนทำให้คนในครอบครัวต้องพะวักพะวน

เที่ยงวันหนึ่ง หลังจากทุกคนรับประทานอาหารเสร็จสิ้น ต่างก็แยกย้ายกันพักผ่อน

อวิ๋นเหยาเหยาขลุกอยู่ในห้อง ตั้งหน้าตั้งตาคัดลอกคัมภีร์พระพุทธคุณอย่างสงบ เมื่อจากเมืองเจียงโจวมา เรื่องใหญ่ทั้งหลายก็เริ่มเข้าที่เข้าทาง ยามนี้นางจึงทุ่มเทสมาธิทั้งหมดไปกับการคัดคัมภีร์เพื่อสวดมนต์ขอพรให้แก่บุตรธิดาทั้งสองที่นางเฝ้าคะนึงหา

ญาติพี่น้องเหล่านี้ล้วนเป็นคนที่นางเคยใช้ชีวิตร่วมกันมาในชาติก่อน นางย่อมล่วงรู้ถึงนิสัยใจคอของแต่ละคน การวางตัวให้ถูกตาต้องใจจึงเป็นเรื่องง่าย และไม่นานนางก็สามารถปลอบประโลมหัวใจที่เต็มไปด้วยความกังวลและสงสารของท่านน้าได้สำเร็จ ครอบครัวจึงอยู่กันอย่างกลมเกลียว

ทว่าอาการเมาเรือย่อมส่งผลต่อนางมิใช่น้อย ตลอดทั้งวันนางจึงดูจิตใจไม่ค่อยสดชื่น นอกจากจะออกไปรับลมที่ดาดฟ้าเรือบ้างเป็นครั้งคราว ส่วนใหญ่คือนางจะซุกตัวคัดคัมภีร์อยู่ในห้อง แต่เพราะมีพี่หญิงและพี่ชายอยู่ด้วย ความสงบเงียบนี้จึงคงอยู่ได้ไม่ค่อยสม่ำเสมอนัก

"น้องหญิง เจ้าคัดคัมภีร์อีกแล้วหรือ?" เฉินอี้ก้าวเข้าประตูมาเห็นคนกำลังก้มหน้าก้มตาเขียนหนังสือที่โต๊ะ คิ้วของเขากระตุกเล็กน้อย แม้น้องหญิงคนนี้จะไม่ได้งดงามน่ารักอย่างที่จินตนาการไว้ตอนแรก แต่กิริยาท่าทางที่สงบเสงี่ยมเรียบร้อยประกอบกับความเป็นมาที่น่าเวทนา ก็ทำให้เขาผู้เป็นพี่ชายรู้สึกเอ็นดูนางยิ่งนัก

เขาถอนหายใจยาว ก้าวเข้าไปหมายจะแย่งพู่กันในมือ ทว่าอวิ๋นเหยาเหยาเบี่ยงกายหลบได้ทัน เขาจึงลูบจมูกตัวเองพลางหัวเราะร่วน "นานๆ ทีวันนี้อากาศจะดี ข้าจะพาเจ้าไปตกเต่าที่ดาดฟ้าเรือ สนุกมากทีเดียว ร่างกายเจ้าอ่อนแอแถมยังเอาแต่ขลุกอยู่ในห้อง มิน่าเล่าถึงได้ดูอมโรคอยู่เช่นนี้"

อวิ๋นเหยาเหยามองดูพี่ชายผู้ร่าเริงและรักการสนุกคนนี้ ไม่ว่าจะชาติก่อนหรือชาตินี้ นางย่อมรู้สึกอ่อนใจและขบขันไปพร้อมกัน ยามนางตามท่านน้าเข้าเมืองหลวงในครานั้น ใจนางเต็มไปด้วยความประหม่าและรุ่มร้อน ใจที่เปิดกว้างของพี่ชายช่วยปลอบประโลมนางได้ดีนัก

เพียงแต่ยามนี้นางมีความรู้สึกนึกคิดดั่งผู้ใหญ่ที่ผ่านโลกมามาก การต้องไปเล่นซนกับเขาจึงทำให้รู้สึกเก้อเขินอยู่บ้าง

"เอาละๆ อย่ามัวลังเลเลย ข้าจะพาเจ้าออกไป พี่หญิงก็รอเจ้าอยู่ข้างนอกเช่นกัน!" เฉินอี้จูงมือน้องหญิงเดินดุ่มออกไปอย่างผลีผลาม อวิ๋นเหยาเหยาเพิ่งจะวางพู่กันแท่นฝนหมึกได้เข้าที่ ก็ต้องจำใจวิ่งเตาะแตะตามเขาออกไป

เฉินอี้มีนิสัยโผงผาง แม้จิตใจดีอารมณ์ดี ทว่ามักละเลยกิริยามารยาทเล็กๆ น้อยๆ อวิ๋นเหยาเหยาแอบกังวลว่าท่านลุงเขยและท่านน้าจะคิดมาก เพราะในชาติก่อน ญาติผู้ใหญ่ทั้งสองเคยคิดจะจับคู่ให้นางกับพี่ชาย

หากมิใช่เพราะภายหลังเกิดเหตุการณ์นางตกน้ำแล้วถูกเฉินอู๋หมิงช่วยชีวิตไว้ ท่านน้าคงจะจัดแจงเรื่องหมั้นหมายไปแล้ว เมื่อนึกถึงความหลังเหล่านี้ อวิ๋นเหยาเหยาก็อดขำมิได้

บนดาดฟ้าเรือ มีคนอยู่มิใช่น้อยจริงๆ เฉินเหล่ยกวักมือเรียกอวิ๋นเหยาเหยา "น้องหญิงมานี่ มานั่งกับพี่"

นางถือคันเบ็ด นั่งพิงพนักริมราวกั้นอย่างเกียจคร้าน โดยมีสาวใช้สองคนคอยปรนนิบัติ ท่าทางดูสบายอารมณ์นัก

"พี่หญิง" อวิ๋นเหยาเหยานั่งลงบนเก้าอี้ข้างกาย รับคันเบ็ดจากสาวใช้มาถือไว้ "ข้าได้ยินพี่ชายบอกว่าจะมาตกเต่า พี่หญิงตกได้บ้างหรือไม่เจ้าคะ?"

"เจ้าอย่าไปฟังเจ้าเด็กนั่นพูดเหลวไหล" เฉินเหล่ยแค่นหัวเราะ "เรือเราแล่นเร็วปานนี้ เขาจะไปตกเต่าได้อย่างไร เป็นเพราะเขาไปฟังคำเล่าลือจากคนเรือเข้าหน่อยก็ฟุ้งซ่านหาเรื่องซนไปทั่ว

แต่ถึงจะตกเต่ามิได้ ทว่าปลานั้นยังพอมีความหวัง ใต้ท้องเรือเรามีอวนผูกติดไว้ ตลอดทางมานี้อวนดักปลาได้มิใช่น้อย พวกเราลองตกขึ้นมาเล่นสักสองสามตัวเถิด"

อวิ๋นเหยาเหยาฟังแล้วรู้สึกน่าสนใจ นางหย่อนคันเบ็ดลงไปแล้วก้มมอง เห็นเงาปลาตะคุ่มอยู่ใต้เงาเรือมิใช่น้อย ดูท่าจะงับเหยื่อในมิช้า

อันที่จริง การหย่อนใจเช่นนี้ก็นับว่ารื่นรมย์นัก อวิ๋นเหยาเหยาเองก็ชมชอบ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมานางมีงานอดิเรกคล้ายกันนี้อยู่มาก และทำได้มิเลวทีเดียว

ภายใต้แสงแดดจ้าและลมแม่น้ำที่พัดเอื่อย เฉินเหล่ยมองดูแก้มที่เริ่มมีสีระเรื่อและดวงตาที่สดใสของน้องหญิง นางหรี่ตาลงพลางแย้มยิ้มอ่อนโยน "สีหน้าและจิตใจของน้องหญิงดูดีกว่าวันก่อนๆ มากนัก"

นางยื่นมือไปหยิกแก้มอวิ๋นเหยาเหยาเบาๆ "ช่างสมกับเป็นเด็กสาวที่เติบโตมาจากขุนเขาและลำน้ำแดนใต้จริงๆ ทั้งนุ่มนวลและงดงาม"

อวิ๋นเหยาเหยาถูกพี่หญิงชมเสียจนทำตัวมิถูก ในชาติก่อนความสัมพันธ์ของนางกับเฉินเหล่ยดียิ่งนัก ก่อนที่อีกฝ่ายจะออกเรือน นางเปรียบเสมือนหางตัวน้อยที่คอยเดินตามหลังพี่หญิงต้อยๆ ทั้งสองสนิทสนมกันยิ่งกว่าผู้ใด

เพราะความผูกพันที่ลึกซึ้งนี่เอง ยามที่พี่หญิงแต่งงานออกไปแล้วต้องประสบเคราะห์กรรมและถูกข่มเหง นางจึงรู้สึกโกรธแค้นแทนนัก

เดิมทีคิดว่าเป็นบุรุษที่คัดสรรมาอย่างดีและเป็นคู่ครองที่ยอดเยี่ยม ใครจะรู้ว่าธาตุแท้ภายในจะน่ารังเกียจถึงเพียงนั้น เมื่อนึกถึงอดีตพี่เขยผู้นั้น อวิ๋นเหยาเหยาที่เผชิญหน้ากับแสงแดดอันรุ่งโรจน์พลันหรี่ตาลง ชาตินี้เรื่องการแต่งงานของพี่หญิง นางจะขอทุ่มเทสติปัญญาและความใส่ใจอย่างถึงที่สุดเพื่อมิให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย

ดังนั้น เมื่อเข้าเมืองหลวงไปแล้ว เรื่องที่ควรทำต้องเร่งจัดการให้เร็วที่สุด เมื่อในมือมีเงินทองและมีคนของตนเองแล้ว วันหน้ายามเกิดเรื่องจะได้ไม่ลนลาน

ขณะที่นางกำลังดื่มด่ำกับแสงแดดและลมวสันต์บนลำน้ำ เฉินเหล่ยที่มองดูน้องหญิงตัวน้อยก็แอบครุ่นคิดในใจเช่นกัน ว่าตามจริงแล้ว นิสัยใจคอของเด็กสาวคนนี้ดีกว่าที่นางจินตนาการไว้มากนัก

ในแผนการเดิมของนางและท่านพ่อ น้องหญิงที่ท่านแม่เฝ้าคะนึงหานั้น หากมิใช่คนขี้ขลาดหวาดกลัวและจิตใจอ่อนไหวง่ายก็น่าจะเป็นคนที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้นมิยินยอมและมองโลกในแง่ร้าย ซึ่งนิสัยทั้งสองแบบล้วนรับมือยากและวางตัวลำบากยิ่ง

ดังนั้น แม้คนในครอบครัวจะเต็มใจรับน้องหญิงมาดูแล แต่การใช้ชีวิตร่วมกันในอนาคตคงเปรียบเสมือนศึกหนักบทหนึ่ง

ทว่าความเป็นจริงกลับเป็นเช่นไร? น้องหญิงผู้นี้มีจิตใจที่ปลอดโปร่งเปิดกว้างอย่างคาดมิถึง การวางตัวและการกระทำล้วนสง่างามมีมารยาท ท่าทางที่ดูเป็นคนมีความคิดอ่านรอบคอบก็มิได้ชวนให้รู้สึกรำคาญใจ กล่าวได้ว่าสร้างความประหลาดใจให้ผู้คนนัก

เฉินเหล่ยเคยสนทนากับมารดาอย่างลึกซึ้ง น้องหญิงผู้นี้มิมีนิสัยคล้ายท่านน้าผู้ล่วงลับเลยสักนิด แต่กลับคล้ายกับท่านแม่ของนางเองมากกว่า มิน่าเล่าหลังจากได้อยู่ร่วมกัน หลินสื่อจึงยิ่งรักใคร่เอ็นดูนางมากขึ้น

สำหรับนางเองก็นิยมชมชอบน้องหญิงในรูปแบบนี้เช่นกัน โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับน้องชายที่ขยันสร้างเรื่องให้ถอนหายใจอยู่ทุกวี่วัน น้องหญิงคนนี้ย่อมดีกว่าในทุกๆ ด้าน

"พี่หญิง น้องหญิง! พวกเจ้าดูเร็ว ข้าตกของดีได้แล้ว!" เสียงโวยวายของเฉินอี้ดังมาจากอีกฝั่งของกราบเรือ

เฉินเหล่ยและอวิ๋นเหยาเหยาหันไปมอง เห็นเขาอุ้มเต่าสีดำตัวหนึ่งที่เปียกโชกน้ำหยดติ๋งๆ ไว้ในอ้อมอก ใบหน้ายิ้มร่าด้วยความตื่นเต้น แทบจะกระโดดโลดเต้นไปมา

"ข้าตกได้ด้วยมือตัวเองเลยนะ พวกเราเอากลับไปเลี้ยงที่เมืองหลวงกันเถอะ!" เฉินอี้วางเต่าตัวใหญ่ลงในอ่างไม้ที่บ่าวรับใช้รีบนำมารองรับไว้ แล้วยกมาวางตรงหน้าอวิ๋นเหยาเหยา "น้องหญิง นี่คือของขวัญที่พี่ชายมอบให้เจ้า ถือเป็นการตอบแทนของขวัญแรกพบที่เจ้าให้ข้า"

เต่าดำตัวเขื่องตะเกียกตะกายพยายามปีนป่ายอยู่ในอ่างไม้ ดูแล้วทั้งโง่เขลาและอัปลักษณ์นัก อวิ๋นเหยาเหยามิใคร่อยากจะเลี้ยงมันเท่าใด จึงมองพี่หญิงอย่างลังเล เฉินเหล่ยปิดปากหัวเราะเบาๆ พลางตบไหล่น้องหญิง "ในเมื่ออาอี้อุตส่าห์ตกมาให้เจ้าด้วยความยากลำบาก ก็รับไว้เถิด กลับไปพี่จะช่วยเจ้าเลี้ยงเอง พี่จำได้ว่าในสวนที่บ้านมีสระปลาทองอยู่ ปล่อยมันลงไปคงมิเสียหายอันใด"

อวิ๋นเหยาเหยาจึงจำต้องรับของขวัญอันเป็นเอกลักษณ์ชิ้นนี้ไว้

วันเวลาแห่งการเดินทางบนแม่น้ำเป็นไปอย่างสงบและราบรื่น อวิ๋นเหยาเหยาคิดเช่นนั้น เพราะในชาตินี้การออกเดินทางเข้าเมืองหลวงของพวกเขาเร็วขึ้นกว่าเดิมมาก ในสายตานางคิดว่ายามนี้น่าจะหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุที่เคยเกิดขึ้นได้แล้ว

ทว่าในบ่ายวันที่สาม ยามที่ดวงตะวันเริ่มลับขอบฟ้า ฝูงเรือประมงของกลุ่มโจรน้ำที่ทยอยโอบล้อมเข้ามากลับทำลายความหวังของนางจนพังทลาย

เนื่องจากท้องฟ้าเริ่มมืดสลัวและมีหมอกลงจัดบนแม่น้ำ ทัศนวิสัยจึงต่ำยิ่งนัก กว่าคนบนเรือจะรู้ตัวว่าผิดปกติ กลุ่มโจรน้ำก็ประชิดถึงตัวเรือพร้อมกับเสียงนกหวีดกรีดร้องแหลมคมที่น่าสะพรึงกลัว

ยามนั้นเป็นเวลาอาหารเย็น ทุกคนต่างตกใจขวัญผวา ผู้คนบนเรือพากันวิ่งวุ่นมาดูเหตุการณ์ที่กราบเรือ อวิ๋นเหยาเหยาเองก็มองเห็นเรือลำเล็กจำนวนมากและโจรน้ำที่มีพละกำลังมหาศาลเหล่านั้น

ในชาติก่อนยามเข้าเมืองหลวง พวกนางก็ประสบกับโจรน้ำเช่นกัน สถานการณ์ในตอนนั้นคับขันยิ่งนัก แต่โชคดีที่มีเจ้าหน้าที่ทางการซุ่มกำลังอยู่ จึงสามารถกวาดล้างโจรได้สิ้นซาก ไม่เช่นนั้นก็ไม่รู้ว่าจะต้องเจอกับเหตุการณ์เลวร้ายเพียงใด

ภายหลังได้ยินท่านลุงเขยบอกว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับผู้มีบุญหนักศักดิ์ใหญ่ท่านหนึ่ง โจรน้ำเหล่านั้นมีความเชื่อมโยงกับขุนนางในราชสำนัก ส่วนตื้นลึกหนาบางเป็นเช่นไรอวิ๋นเหยาเหยามิอาจล่วงรู้ แต่ที่แน่ๆ คือพวกมันมีเป้าหมายอยู่ที่เรือราชการอันหรูหราอีกลำที่แล่นอยู่ไม่ไกลกันนัก

.

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel