ตอนที่ 5 ออกจากตระกูลอวิ๋น 2
ที่ว่าการเจ้าเมือง ใต้เท้าเฉินสี่ได้รับหนังสือยืนยันที่ประทับตราและลงนามโดยใต้เท้าอวิ๋นเรียบร้อยแล้ว เขาเก็บมันไว้อย่างพึงพอใจ พลางมองใบหน้าที่ขาวซีดสลับเขียวของอีกฝ่ายแล้วกล่าวเสียงเย็น
"ต่อไปหว่านหว่านคือบุตรสาวของตระกูลเฉิน มิมี่ความเกี่ยวข้องใดๆ กับตระกูลอวิ๋นของเจ้าอีก เรื่องการแต่งงานของนางจะเป็นหน้าที่ของข้าและท่านน้าของนางเป็นผู้ตัดสินใจ เจ้าจงหาเวลาส่งสินเดิมของมารดาหว่านหว่านไปยังสถานีพักม้า แล้วพวกเราก็อย่าได้พบกันอีกเลย!"
ใต้เท้าเฉินสี่เป็นคนขวานผ่าซาก ยามนี้เขาคร้านจะเสวนากับคนพาลที่รักอนุจนทำลายเมียเอกและทารุณบุตรสาวเช่นนี้ เมื่อพูดจบเขาก็ขึ้นรถม้าไปโดยมิหันกลับมามอง
ใต้เท้าอวิ๋นยืนนิ่งอยู่ที่เดิมนานแสนนาน กว่าจะสงบอารมณ์อันย่ำแย่ลงได้
เพราะบุตรสาวคนโตที่ไร้ประโยชน์คนนั้น ครานี้เขาจึงต้องพ่ายแพ้อย่างยับเยิน นอกจากจะไม่ได้รับความดีความชอบจากเจ้าเมืองแล้ว ยังถูกใต้เท้าเฉินสี่ที่เป็นน้องเขยตำหนิเสียจนเสียผู้เสียคน สุดท้ายยังต้องจำยอมเขียนหนังสือ "ขาย" บุตรสาวอย่างอัปยศ ช่างไม่มีเรื่องใดให้น่าอภิรมย์ใจเลยสักนิด
ทางฝั่งเขากลับจวนด้วยเพลิงโทสะสุมทรวง ทว่าอีกฝั่งหนึ่ง ใต้เท้าเฉินสี่กลับเดินเข้าสถานีพักม้าด้วยความเบิกบานใจ
เมื่อเห็นสีหน้าที่ดูมีสง่าราศีของเขา ก็เห็นได้ชัดว่าเรื่องราวราบรื่นเพียงใด เมื่อหลินสื่อเห็นหนังสือฉบับนั้น นางก็ยิ้มกว้างด้วยความยินดี
"เป็นอย่างไรบ้างฮูหยิน ข้าจัดการได้มิเลวใช่หรือไม่?" ใต้เท้าเฉินสี่นั่งไขว่ห้างจิบชาพลางอวดอ้างความดีความชอบ
"ดี ดี ดี ท่านพี่เก่งที่สุดเจ้าค่ะ" หลินสื่อเอ่ยพลางค้อนให้วงหนึ่ง "เล่ามาซิ ท่านจัดการอย่างไร?"
ใต้เท้าเฉินสี่นั่งตัวตรง นิ่งคิดครู่หนึ่งแล้วเอ่ย "เรื่องนี้จะว่าไปก็ประจวบเหมาะนัก ต้องขอบคุณข่าวลือในเมืองเหล่านั้น ยามนี้เป็นช่วงเวลาสำคัญของการประเมินผลงานของเจ้าเมืองเจียงโจวมิใช่หรือ
เขาตั้งใจจะเลื่อนตำแหน่งขึ้นไป จึงมิกล้าทำสิ่งใดให้ผิดพลาดแม้แต่น้อย ทว่ากลับมีข่าวลือเช่นนี้แพร่ออกมาในเมือง คนที่จ้องจะเลื่อยขาเก้าอี้เจ้าเมืองจึงตั้งใจจะใช้เรื่องนี้โจมตีเขา
เพื่อเป็นการแสดงความบริสุทธิ์ใจ เขาจึงต้องวางท่าทางให้ชัดเจน แซ่อวิ๋นผู้นั้นจึงพลอยซวยไปด้วย ทำให้เรื่องของข้าจัดการได้ง่ายขึ้นมาก"
"ดังนั้น จึงนับว่าเป็นวาสนาของหว่านหว่านเราแท้ๆ" หลินสื่อพึมพำ "หากมิใช่จังหวะเวลาที่ประจวบเหมาะเช่นนี้ เรื่องย่อมมิได้จัดการง่ายปานนี้ หากพวกเราคิดจะรับหว่านหว่านมาอยู่ข้างกาย เกรงว่าคงต้องออกแรงมากกว่านี้อีกหลายเท่า"
"มิใช่หรอกหรือ" ใต้เท้าเฉินสี่เห็นพ้อง
สองสามีภรรยาปรึกษาธุระเสร็จสิ้น ก็เริ่มจัดแจงเรื่องการกลับเมืองหลวง เดิมทีใต้เท้าเฉินสี่พ้นจากตำแหน่งทางตะวันตกเฉียงเหนือเพื่อกลับมารอรับตำแหน่งใหม่ในเมืองหลวง
ตามคำบอกเล่าของสหายในกรมขุนนาง ครานี้เขากลับไปแม้จะได้เลื่อนขั้น แต่ตำแหน่งที่ได้รับกลับมิได้เป็นที่โปรดปรานเบื้องบนนัก ทว่าเมื่อเทียบกับการต้องไปตากลมกินทรายที่ชายแดน การได้กลับเมืองหลวงก็นับว่าน่าพอใจแล้ว
อย่างไรเสียยามนี้เขายังอยู่ในวัยฉกรรจ์ วันหน้าย่อมมีโอกาสสร้างผลงานรับใช้ราชสำนักและฝ่าบาทอีกมาก โดยเฉพาะบุตรสาวคนโตที่ถึงวัยออกเรือนแล้ว
เขาไม่อยากหาลูกเขยในแถบตะวันตกเฉียงเหนือ การกลับไปหาคู่ครองที่เมืองหลวงย่อมเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด
แม้เขาจะเป็นเพียงบุตรชายที่เกิดจากอนุของจวนเซวียนผิงโหว แต่ด้วยบารมีของตระกูลเฉินที่มีบรรดาศักดิ์โหวถึงสองตำแหน่งและความสามารถของเขาเอง บุตรสาวย่อมเลือกคู่ครองที่ดีได้
และยังถือโอกาสกวดขันเรื่องการเรียนของบุตรชายในเมืองหลวงไปด้วย มิเช่นนั้นเจ้าเด็กคนนี้คงจะทำตัวมิเป็นโล้เป็นพายมากขึ้นเรื่อยๆ
ขณะที่กำลังวางแผนเรื่องต่างๆ หลังกลับถึงเมืองหลวง ใต้เท้าเฉินสี่กับภรรยาก็กระซิบกระซาบกัน ทว่าครึ่งทางหลินสื่อพลันตบหน้าผากตนเอง "มีเรื่องหนึ่งข้าเกือบจะลืมไปเสียแล้ว!"
"มีอะไรหรือ?" ใต้เท้าเฉินสี่สะดุ้งตกใจกับท่าทีของภรรยา
"เป็นเรื่องของเด็กคนนั้น หว่านหว่าน" หลินสื่อไปหยิบกล่องเครื่องประดับบนโต๊ะเครื่องแป้ง เมื่อเปิดกล่องสีแดงออก ก็เห็นขวดกระเบื้องสีขาวนวลสามใบที่มีกลิ่นหอมจางๆ อันเป็นเอกลักษณ์
นางหยิบขวดออกมาส่งให้สามี แววตาเต็มไปด้วยรอยยิ้มอันอบอุ่น "นี่คือของขวัญแรกพบที่หว่านหว่านเตรียมไว้ให้ท่าน นางบอกว่าเป็นยานัตถุ์ที่มาจากทางตะวันตกเฉียงใต้ มีสรรพคุณขับลมเย็น บำรุงสายตา กระตุ้นการไหลเวียนโลหิต และระงับอาการปวดศีรษะ ท่านปวดหัวบ่อยในช่วงสองปีมานี้มิใช่หรือ ลองใช้ดูเถิด ข้าถามหมอแล้ว ใช้ได้ไม่มีอันตราย"
เมื่อได้ยินดังนั้น ใต้เท้าเฉินสี่ก็รู้สึกสนใจยิ่ง ยานัตถุ์เขาเคยได้ยินแต่ชื่อทว่ามิเคยใช้มาก่อน เขาหยิบขวดกระเบื้องใบเล็กมาไว้ในมือ ลองใช้ตามคำแนะนำของภรรยา ปรากฏว่าช่วยให้สมองปลอดโปร่งขึ้นจริงๆ หลังจากจามออกไปหลายครา เขารู้สึกว่าแม้แต่หน้าอกที่เคยอึดอัดก็โล่งขึ้นมาก
การเดินทางต่อเนื่องทั้งทางบกและทางน้ำทำให้เขาอ่อนล้าอยู่บ้าง ยามนี้เมื่อได้ดมยานัตถุ์กลับรู้สึกผ่อนคลายและสดชื่นขึ้นไม่น้อย
หลินสื่อมองสีหน้าของสามีก็รู้ว่าของขวัญชิ้นนี้ถูกใจเขายิ่งนัก นางกล่าวอย่างภูมิใจ "เป็นอย่างไร หว่านหว่านของเราดีใช่หรือไม่ เด็กสาวที่รู้ความเช่นนี้น่ารักกว่าพวกเด็กซนในบ้านเราตั้งเยอะ"
ใต้เท้าเฉินสี่ผู้รู้ซึ้งถึงนิสัยรักลูกสาวและชอบอวดหลานของภรรยาเป็นอย่างดี ได้แต่ยอมจำนน "ฮูหยินพูดถูกแล้ว"
จากนั้น หลินสื่อยังได้นำผ้าเช็ดหน้าที่หลานสาวมอบให้บุตรสาว เครื่องหอมที่ปรุงเอง และหนังสือสองเล่มที่มอบให้บุตรชายออกมาอวดจนครบชุด ท่าทางที่เต็มไปด้วยความรักใคร่เอ็นดูหว่านหว่านทำเอาใต้เท้าเฉินสี่ได้แต่เดาะลิ้นชื่นชม
เมื่อทั้งสองสนทนากันจบ เฉินเหล่ยก็พาอวิ๋นเหยาเหยาที่ออกไปซื้อหาอาภรณ์และเครื่องประดับกลับมาพอดี โดยมีเฉินอี้ทำหน้าที่เป็นองครักษ์ตัวน้อยให้แก่พี่สาวน้องสาว ทั้งสามเดินเข้ามาพร้อมเสียงหัวเราะทำเอาสองสามีภรรยารู้สึกตื้นตันใจ
เดิมทีพวกเขายังนึกกังวลว่าเด็กคนนี้จะขี้ขลาดมิกล้าเปิดใจ หรือมิกล้าใกล้ชิดกับพวกเขา ทว่าเมื่อเห็นเด็กสาวที่ดูสนิทสนมและเต็มไปด้วยความเทิดทูนรักใคร่เช่นนี้ ความกังวลเหล่านั้นก็มลายหายไปสิ้น
ครอบครัวตระกูลเฉินพักผ่อนในเมืองเจียงโจวอีกสองวัน และในวันที่สามพวกเขาก็ออกเดินทางมุ่งหน้าสู่เมืองหลวง..
..
