4.ยามแสงดาวเป็นพยาน
กลิ่นหญ้าและสายลมหนาวยามค่ำคืนอบอวลอยู่รอบกระโจม ต้าอี้หลานนั่งอยู่ข้างกายชูซาน สองมือบางตั้งอกตั้งใจผูก ‘พู่ไหมถักสีแดงสดประดับกระดิ่งเงิน’ ที่นางซุ่มถักด้วยตนเองเข้ากับปลายคันธนูคันใหม่ของเขา
"พู่ไหมนี้ข้าถักเองกับมือ..." นางเงยหน้าขึ้น สบตากับชายหนุ่มด้วยสายตาไหวระริก ก่อนจะยกยิ้มบางๆ อย่างออดอ้อน "เสียงกระดิ่งนี้... จะทำให้เจ้าคิดถึงข้า"
ชูซานฟังแล้วหัวเราะในลำคอเบาๆ หัวใจอบอุ่นฟูฟ่อง เขาประคองมือบางของนางไว้แน่น "ต่อให้ไม่มีเสียงกระดิ่ง... ข้าก็คิดถึงเจ้าทุกลมหายใจอยู่แล้ว"
นางจ้องตาเขา "เจ้าต้องสัญญานะ... ว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เจ้าจะต้องกลับมาหาข้า"
ชูซานมองหญิงสาวอันเป็นที่รักด้วยหัวใจที่สั่นไหว เขาคลี่ยิ้มอ่อนโยน รอยยิ้มที่มีไว้เพื่อให้นางได้เห็นเพียงคนเดียวเท่านั้น แล้วตอบอย่างหนักแน่น "ข้าสัญญา"
พูดจบเขาก็หยิบ ‘กริชสั้นเล่มงาม’ ที่ซุ่มตีและขัดเงาด้วยตนเองตลอดหลายเดือนออกมา ยื่นส่งให้อยู่ในมือบางของนาง ฝ่ามือหนากุมมือของนางเอาไว้แน่น บังคับให้ปลายนิ้วของนางลูบผ่านปลายด้ามกริชสั้นเล่มนั้น... ซึ่งถูกสลักอักษรไว้อย่างประณีตด้วยคำว่า ‘ซานหลาน’ (ซาน จาก ชูซาน / หลาน จาก ต้าอี้หลาน)
"ซานหลานงั้นหรือ" นางเอ่ยถาม
เขาตอบ "เป็นชื่อของข้ากับเจ้ารวมกัน มันบ่งบอกว่า เจ้าเป็นของข้า และข้าเป็นของเจ้า"
แก้มของนางกลายเป็นสีแดงก่ำขึ้นทันที
"กริชเล่มนี้ข้าทำให้เจ้าไว้ใช้ป้องกันตัวเองยามข้าไม่อยู่" ชูซานใช้นิ้วโป้งลูบไล้แก้มเนียนอย่างแผ่วเบา น้ำเสียงทุ้มต่ำตอกย้ำความรู้สึกหนักแน่น "ยามที่ข้ากลับมา ข้าจะขอเจ้าแต่งงานอย่างถูกต้อง ต้าอี้หลาน"
ความหวานอบอุ่นซาบซึ้งรินรดไปทั่วอก ชูซานค่อยๆ โน้มกายลงประชิด ใบหน้าหล่อเหลาเอียงได้รูป ก่อนจะประทับจูบลงบนริมฝีปากหวานอย่างลึกซึ้ง เนิ่นนาน และอ่อนโยน ต้าอี้หลานค่อยๆ หลับตาลง รับเอาความรักและคำสัญญาอันยิ่งใหญ่ของเขาไว้เต็มหัวใจ สัมผัสอ่อนโยนเนิ่นนานประทับลึกอยู่ในความทรงจำ ทั้งสองสบตากันในความเงียบยามค่ำคืน โดยไร้ซึ่งลางสังหรณ์ใดๆ ว่าจุมพิตอันแสนหวานนี้... จะกลายเป็นจูบสุดท้ายก่อนที่พวกเขาต้องหันคมดาบเข้าใส่กันในฐานะศัตรู
ตลอดสิบปีที่ผ่านมา เพลิงแค้นในอกของชูซานไม่เคยดับลง การฝึกฝนอย่างหนักหน่วงจนกลายเป็นยอดนักรบไร้พ่ายแห่งทุ่งหญ้า ยิ่งตอกย้ำให้เขาเชื่อมั่นว่าตนเองมีความพร้อมมากพอแล้วที่จะล้างแค้นฮ่องเต้แคว้นชู!
ชูซานตัดสินใจขออนุญาตท่านค่านเพื่อนำทัพออกศึก แม้ท่านค่านจะรู้ดีว่าแคว้นชูเป็นแคว้นใหญ่ แต่ด้วยความไว้วางใจในฝีมือ และอยากช่วยให้ชูซานได้ปลดพันธนาการแห่งความแค้น จึงยินยอมมอบกองทัพอาชาเหล็กหมื่นนายให้เขาเป็นผู้นำ
ทว่า ชูซานกลับมองข้ามความจริงอันโหดร้ายของสงครามไป... ต่อให้เขาจะเก่งกาจเหนือมนุษย์สักเพียงใด แต่การนำทหารเพียงหมื่นนายไปประชันกับกองทัพแคว้นชูนับแสน ด้วยความใจร้อนและมุ่งมั่นจะแก้แค้นจนขาดความรอบคอบ สุดท้ายแล้ว มันคือการพาตนเองและทหารเข้าสู่วังวนแห่งความพินาศ!
ยามรุ่งอรุณ แสงอาทิตย์และเพลิงศึก
ตึง! ตึง! ตึง!
รุ่งเช้าวันถัดมา เสียงกลองศึกหนังวัวรัวรบดังสะท้านไปทั่วทั้งทุ่งหญ้าชางหลาง!
ฝุ่นควันม้วนตัวขึ้นสู่ท้องฟ้า ยามกองทัพอาชาเหล็กนับหมื่นนายจัดขบวนอย่างเป็นระเบียบ เสียงของม้าศึกและเสียงชุดเกราะกระทบกันดังกระหึ่ม ชูซานในชุดเกราะหนังสัตว์ประดับเหล็กกล้าดูสง่างาม น่าเกรงขาม และดุดันดั่งพญาเหยี่ยวป่า ที่ปลายคันธนูคันโตบนหลังของเขา พู่ไหมสีแดงสดปลิวไสวไปตามสายลม
ท่านค่านเดินเข้ามาหาชูซาน ตบบ่าชายหนุ่มหนักๆ ด้วยความภาคภูมิใจและไว้วางใจ "ชูซาน... แม่ทัพใหญ่แห่งชางหลาง จงนำชัยชนะและนำชีวิตของตัวเจ้าเองกับนักรบกลับมาที่เผ่าของเราอย่างปลอดภัย"
ท่านค่านกวาดสายตามองคันธนูที่มีพู่กระดิ่งสีแดงผูกอยู่ แล้วยิ้มทรงอำนาจ "เมื่อศึกนี้จบสิ้นลง... ข้าจะจัดงานเลี้ยงที่ยิ่งใหญ่ที่สุด และมอบรางวัลที่เจ้าคู่ควร!"
ชูซานเอามือแตะอกโค้งรับคำด้วยความเคารพ สายตาแอบประสานเข้ากับตาสุกใสของต้าอี้หลานที่ยืนมองอยู่ข้างกายผู้เป็นพ่ออย่างมีความหมาย...
เขาเหวี่ยงตัวขึ้นควบม้าขึ้นนำหน้าแถวในฐานะ 'แม่ทัพใหญ่แห่งชางหลาง' สายตาคมกริบจ้องมองไปข้างหน้า ทิศทางอันเป็นที่ตั้งของแคว้นชู ออกเดินทางนำทัพหมื่นนายเข้าสู่สมรภูมิรบ... โดยมีคำสัญญาและความรักขององค์หญิงแห่งทุ่งหญ้าฝังลึกอยู่ในหัวใจ!
ท่านค่านละสายตาจากกองทัพอาชาเหล็ก แล้วหันมามองลูกสาวเพียงคนเดียวที่ยืนอยู่ข้างกาย ฝ่ามือหนาที่หยาบกร้านจากการจับดาบและกุมแส้มาตลอดชีวิต ค่อยๆ ยกขึ้นลูบเรือนผมของต้าอี้หลานอย่างอ่อนโยน สายตาทรงอำนาจบัดนี้เหลือเพียงความเมตตาและเอ็นดูของคนเป็นพ่อ
"หลานเอ๋อร์... หนาวหรือไม่?"
ต้าอี้หลานส่ายหน้าเบาๆ ยิ้มสดใสให้ผู้เป็นพ่อ "ข้าไม่หนาวเพคะท่านพ่อ"
ท่านค่านดึงเสื้อคลุมขนสัตว์ของตนมาคลุมไหล่ให้ลูกสาวแน่นขึ้น ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงอบอุ่น "รออาซานกลับมาพร้อมชัยชนะ ข้าจะจัดงานแต่งงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในทุ่งหญ้าชางหลาง จะให้เจ้าเป็นเจ้าสาวที่มีความสุขที่สุด... เจ้าเด็กน้อยของพ่อ"
"ท่านพ่อ..." ต้าอี้หลานโผเข้ากอดเอวหนาของผู้เป็นพ่อ ซบหน้าลงกับอกแกร่งที่เปรียบเสมือนกำแพงหินอันมั่นคง นางรู้สึกปลอดภัยและอบอุ่นที่สุดยามได้ซบอยู่อกนี้ โดยไม่อาจรู้เลยว่า... นี่จะเป็นอ้อมกอดอันแสนอบอุ่นครั้งสุดท้ายจากชายผู้เป็นที่พึ่งเดียวในชีวิตของนาง!
