3.ความใกล้ชิด
-สนามฝึก
ลมทุ่งหญ้าพัดโชกเกรียวกราวพาเอาผงสาดเข้าหน้า ทว่าชายหนุ่มกลับยืนนิ่งราวกับรูปสลัก ใบหน้าของเขางดงามหล่อเหลาจนยากจะสายตาผละหนี คิ้วคมเข้มเรียบตึง ดวงตาเรียวยาวดั่งพญาเหยี่ยว และสันจมูกโด่งโดดเด่นตัดกับโครงหน้าเรียวได้รูป เรือนผมสีดำสนิทถูกรวบมัดสูงไว้กลางศีรษะ ปล่อยปลายผมยาวสลวยสะบัดพลิ้วไปตามแรงลม
บนหน้าผากเนียนมีผ้าปานปักลายชนเผ่าคาดทับไว้ เสริมให้รูปลักษณ์ที่เดิมทีสุภาพสูงศักดิ์ดูมีกลิ่นอายดิบเท่และอันตราย ร่างสูงโปร่งอยู่ในชุดเสื้อเข้ารูปแบบชาวทุ่งหญ้าที่เน้นทรวดทรงแผ่นอกและช่วงไหล่กว้าง กางเกงเนื้อหนากระชับรัดด้วยรองเท้าบูทหนังสูง ดูทะมัดทะแมงและพร้อมรบทุกวินาที
ฟึ่บ! ปัก!
ลูกศรพุ่งแหวกอากาศไปปักอยู่ตรงขอบนอกของเป้าฟาง... ห่างไกลจากจุดศูนย์กลางไปหลายนิ้ว
'ชูซาน' ชะงักมือที่กำลังเงื้อศรดอกถัดไป ใบหน้าคมคายฉายแววเคร่งเครียด เขาถอนหายใจยาว พลางก้มลงมองคันธนูไม้ในมือ คันธนูเก่าคร่ำคร่าคันนี้มีรอยร้าวลึกตรงส่วนโค้งงอ ยามน้าวสาย ปลายไม้ที่ปริแยกจะสูญเสียแรงดีด ส่งผลให้วิถีลูกศรเบี่ยงเบนและไม่เคยพุ่งเข้าเป้าได้อย่างใจคิด ทว่าเขากลับไม่ยอมวางมันลง...ชายหนุ่มหยิบลูกศรดอกใหม่ขึ้นมาร้อยใส่สาย น้าวสายธนูจนตึงเปรี๊ยะ แรงตึงกดทับลงบนนิ้วและฝ่ามือที่ถูกพันไว้ด้วยผ้าป่านสีหม่นอย่างหลวมๆ คราบเลือดซึมด่างเป็นวงเล็กๆ ตามรอยแผลเก่าที่ยังไม่ทันหายดีก็ต้องมาปูดบวมซ้ำรอยเดิมทุกวัน เสียงเนื้อไม้ออดแอดทำท่าจะหักสะบั้น ยิ่งเคี่ยวเพลิงแค้นในอกของอดีตองค์ชายให้ลุกโชน เขาต้องฝึก... ฝึกจนกว่าแขนคู่นี้จะทรงพลังพอที่จะง้างธนูเหล็ก และยิงศรสังหารลงกลางอกของคนที่แย่งชิงทุกอย่างไปจากเขา!
กึก...
ยังไม่ทันที่เขาจะได้ปล่อยสายธนู นิ้วเรียวยาวของใครบางคนก็ยื่นเข้ามาจับคันธนูไม้ร้าวคันนั้นไว้เสียก่อน "ฝึกให้ตายอย่างไร ถ้าคันธนูมันพัง... ศรของเจ้าก็ไม่มีวันวิ่งตรงหรอกนะ อาซาน"
น้ำเสียงสดใสอันคุ้นเคยดังขึ้นข้างกาย ชูซานค่อยๆ คลายสายธนูลงพลางหันใบหน้าหล่อเหลาไปมองผู้มาใหม่ ต้าอี้หลานยืนส่องประกายอยู่ท่ามกลางแสงแดดทุ่งหญ้า นางเป็นหญิงสาวที่มีใบหน้าหมดจดงดงามดั่งดอกไม้ป่า ดวงตากลมโตสุกใสทอประกายเด็ดเดี่ยว พวงแก้มระเรื่อสีแดงสุขภาพดี ผิวขาวเนียนและริมฝีปากอวบอิ่มที่มักจะยกยิ้มอย่างมั่นใจ เรือนผมดำยาวสลวยถูกถักเป็นเปียแบบชนเผ่า บนศีรษะสวมมงกุฎรัดเกล้าเงินปักร้อยด้วยลูกปัดปะการังและหินสีฟ้า รังสรรค์เป็นรัดเกล้าระย้าทอดตัวลงมาทับทาบบนหน้าผากมน ยามนางขยับตัว พู่ระย้าเงินและเม็ดหินจะพริ้วไหวประสานเสียงกรุ๋งกริ๋งแผ่วเบา ขับเน้นกลิ่นอายองค์หญิงแห่งทุ่งหญ้าอย่างสง่างาม
นางอยู่ในชุดกระโปรงหนังสัตว์เข้ารูปโทนสีน้ำตาลเข้ม ตัดเย็บสลับกับผ้าปักลวดลายชนเผ่าตรงช่วงอกและเอว ชายกระโปรงผ่าข้างเพื่อให้เคลื่อนไหวได้คล่องตัว สวมทับด้วยเสื้อกั๊กขนสัตว์แขนกุด ขอบเอวรัดด้วยเข็มขัดแผ่นเงินสลักลายที่ห้อยมีดสั้นและถุงหอมเอาไว้ รูปลักษณ์โดยรวมทั้งงดงามและทะมัดทะแมงราวกับพญาหงส์แห่งทุ่งหญ้า
ดวงตากลมโตของนางมองปราดเดียวก็เห็นคราบเลือดซึมบนผ้าพันแผลที่มือของเขา นางถอนหายใจยาวพร้อมกับยู่ปากอย่างไม่ชอบใจ พู่ระย้าบนหน้าผากสั่นไหวตามแรงถอนหายใจ
"บอกกี่หนแล้วว่าอย่าฝืนใช้คันธนูพังๆ นี่อีก มือเจ้าคงพังเสียก่อนได้แก้แค้นพอดี!"
พูดจบ นางก็สอดคันธนูไม้เนื้อดีคันใหม่เอี่ยมที่ตั้งใจทำขึ้นมาลงในมือเขา ไม้คันนี้โค้งมน สลักลายขนอินทรีประณีต สายธนูทำจากหนังสัตว์ถักแน่นหนา ทรงพลังและยืดหยุ่นกว่าคันเก่าหลายเท่าตัว
"นี่... ข้าทำมาให้ใหม่ ลองดูสิว่าศรของเจ้าจะยังเบี้ยวอยู่อีกไหม!" ต้าอี้หลานกอดอก เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย พู่ระย้าเงินบนหน้าผากสะท้อนแสงแดดเป็นประกายระยิบระยับขณะจ้องมองเขาด้วยสายตามั่นอกมั่นใจ
ชูซานมองคันธนูคันใหม่ในมือ ความนุ่มนวลและยืดหยุ่นของมันช่างแตกต่างจากธนูไม้ร้าวคันเก่าโดยสิ้นเชิง สายตาของเขาผละจากคันธนูขึ้นมาสบมองใบหน้าหมดจดขององค์หญิงตรงหน้า พู่ระย้าเงินบนหน้าผากของนางยังคงสั่นไหวเบาๆ ตามจังหวะการยักคิ้วและเชิดหน้าอย่างถือดี
ชูซานยิ้มบาง... รอยยิ้มจางๆ ที่แทบไม่เคยปรากฏบนใบหน้าคมคายฉายขึ้นวูบหนึ่ง ก่อนที่เขาจะสาวเท้าขยับเข้าไปชิดด้านหลังของนางโดยไม่ทันให้นางได้ตั้งตัว เขาวาดแขนเรียวยาวรวบตัวนางเข้ามาไว้ในอ้อมกอด แผ่นหลังบางของต้าอี้หลานชนเข้ากับแผ่นอกกว้างที่แน่นไปด้วยกล้ามเนื้อของเขา ความอบอุ่นจากเรือนร่างและกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้ทุ่งหญ้าจากตัวนางโชยเข้าปะทะจมูก ชูซานไม่ได้กอดนางไว้หลวมๆ เท่านั้น แต่เขาสอดมือทั้งสองข้างที่พันด้วยผ้าป่านทับลงบนหลังมือเล็กๆ ของนาง กุมมือข้างซ้ายของนางให้ยกคันธนูคันใหม่ขึ้นกระชับแนบแน่น และใช้มือขวาบังคับมือเล็กของนางให้จับลูกศรร้อยใส่สายธนูไปพร้อมกัน
"ในเมื่อเจ้าตั้งใจทำธนูนี้มาให้ข้า...เจ้าก็ต้องลองด้วย จริงไหม?"
เสียงนุ่มทุ้มก้องกังวานอยู่ชิดใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนของเขาเป่ารดแผ่วเบาจนผิวแก้มแดงของต้าอู๋หลานร้อนฉ่าขึ้นมาทันที มงกุฎระย้าเงินบนหน้าผากนางกระทบกันส่งเสียงกรุ๋งกริ๋งชวนใจสั่น
ชูซานบังคับมือนางให้น้าวสายธนูถอยหลังจนตึงเปรี๊ยะ แขนแข็งแรงของเขาซ้อนทับอยู่ด้านหลังแขนของนาง ช่วยรับน้ำหนักและแรงดีดทั้งหมดเอาไว้ วงแขนกว้างประคองนางให้อยู่ในท่าทางที่ถูกต้อง สายตาคมกริบดั่งพญาเหยี่ยวของเขาเล็งผ่านเหนือไหล่บาง ตรงไปยังจุดแดงกลางเป้าฟาง
"เพ่งสมาธิไปที่เป้า..."
เขากระซิบสั่ง น้ำเสียงสุขุมหนักแน่นทำให้ใจที่เต้นระทึกของนางเริ่มนิ่งสงบ ชูซานค่อยๆ ผ่อนแรงที่ปลายนิ้ว นำพามือเล็กของนางปล่อยสายธนูพร้อมกัน!
ฟึ่บ! ฉึก!
ลูกศรจากธนูคันใหม่พุ่งแหวกอากาศเป็นเส้นตรงดุจสายฟ้า ก่อนจะปักเข้ากลางจุดแดงบนเป้าฟางอย่างแม่นยำแน่นหนา!
แรงสะท้อนย้อนกลับถูกชูซานรับไว้ทั้งหมดด้วยอ้อมกอดของเขา ต้าอี้หลานมองผลงานตรงหน้าด้วยตาโต พลางก้มลงมองมือของตนเองที่ยังคงถูกมือใหญ่พันผ้าแผลของเขากุมทับไว้ไม่ยอมปล่อย
"คันธนูของเจ้าดีมาก..." ชูซานก้มลงกระซิบข้างหูนางอีกครั้ง ใบหน้าหล่อเหลายังคงเว้นระยะห่างเพียงคายชีพจร "แต่คราวหน้า... ไม่ต้องทำเองจนเจ็บมืออีกแล้ว รู้หรือไม่?"
