2.ความสัมพันธ์ที่เติบโตขึ้นตามกาลเวลา
ชูซานยืนนิ่งสงบอยู่ภายนอกกระโจมรักษา หัวใจของเขาสั่นระทึกขณะรอคอยผลการรักษาของเด็กสาวอย่างจดจ่อ จังหวะนั้นเอง สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นกระดาษแผ่นหนึ่งร่วงตกอยู่บนพื้นหญ้า... มันคือภาพวาดเด็กหนุ่มยืนถือธนูอย่างสง่างามอยู่บนยอดเขา ภาพวาดที่เด็กสาวตั้งใจนำมามอบให้เขาก่อนเกิดเรื่อง เด็กหนุ่มก้มลงเก็บแผ่นกระดาษนั้นขึ้นมากระชับไว้ในมือแน่นด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก
กระทั่งท่านค่านและหมออาวุโสก้าวพ้นประตูออกมา ชูซานจึงค่อยๆ ก้าวเท้าเดินเข้าไปในกระโจม ยามได้เห็นใบหน้าหวานที่เคยสดใสกลับซีดเซียวไร้สีเลือด พร้อมผ้าพันแผลผืนหนาที่พันทบอยู่ตรงท่อนแขนของนาง ความรู้สึกผิดก็ยิ่งถั่งโถมเข้ามาบีบรัดหัวใจของเขาจนหายใจลำบาก
เด็กหนุ่มตัดสินใจเดินกลับไปยังกระโจมปรุงยาของหมอประจำเผ่า "ท่านหมอ..."
หมออาวุโสผู้กำลังง่วนอยู่กับการบดยาบนโต๊ะหันกลับมามอง "มีอะไรงั้นรึ?"
"นาง... อาการเป็นอย่างไรบ้างขอรับ?" ชูซานเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
หมออาวุโสถอนหายใจยาว พลางสั่นศีรษะ "หนักเอาการ... บาดแผลฉกรรจ์นัก หากภายในสามวันนี้แผลไม่เกิดการติดเชื้อพิษไข้ ก็คงไม่มีอะไรน่าห่วงแล้ว"
คำตอบนั้นทำให้สีหน้าของชูซานยิ่งหม่นหมองลงไปอีก หมออาวุโสมองเด็กหนุ่มตรงหน้านิ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นทัก "ว่าแต่เจ้า... คือเด็กที่องค์หญิงพาตัวมาให้ข้ารักษาเมื่อครึ่งเดือนก่อนใช่หรือไม่?"
ชูซานชะงักไปเล็กน้อย "นางเป็นคนพาข้ามารักษางั้นหรือขอรับ?"
"ก็ใช่น่ะสิ! ระยะทางไกลนับพันลี้ แต่นางก็ดึงดันพาเจ้าที่ลมหายใจรวยระรินมาจนถึงทุ่งหญ้าแห่งนี้ ตอนแรกท่านค่านปฏิเสธไม่ยินยอมให้รักษาคนนอกเผ่า แต่นางก็คุกเข่าอ้อนวอนจนผู้เป็นพ่อใจอ่อน นางคอยช่วยข้าบดยา ต้มยา และนั่งเฝ้าไข้เจ้าทุกวัน... นางดีต่อเจ้าถึงเพียงนี้ เหตุใดเจ้าจึงคิดอยากจะหนีไปนักเล่า?"
ชูซานนิ่งเงียบไปทันที คำพูดของหมออาวุโสทำให้อกข้างซ้ายของเขาหนักอึ้งราวกับมีหินผามาทับไว้
หลายวันต่อมา ชูซานแอบลอบนำยาสมุนไพรต้มใหม่และขนมหวานพื้นเมืองที่นางชอบมาวางไว้ข้างเตียงนอนของนางทุกวัน ทว่าเด็กสาวก็ยังคงนอนสลบไสลด้วยฤทธิ์ไข้ ไม่เคยตื่นขึ้นมากินเลยสักครั้ง
กระทั่งเจ็ดวันผ่านไป... ต้าอี้หลานค่อยๆ ปรือตาขึ้น สายตาพร่ามัวของนางมองเห็นใบหน้าหล่อเหลาของเด็กหนุ่มเป็นคนแรก ริมฝีปากที่แห้งผากซีดเซียวพยายามยกยิ้มขึ้นอย่างอ่อนแรง
"ข้า... นึกว่าจะไม่ได้เจอเจ้าอีกแล้ว"
หัวใจของชูซานกระตุกวูบอย่างแรงด้วยความสะเทือนใจ เขารีบประคองถ้วยน้ำประชิดริมฝีปากป้อนให้นางดื่มอย่างเบามือที่สุด ก่อนจะเอ่ยคำพูดออกจากปากด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
"ข้า... ขอโทษ"
ต้าอี้หลานยิ้มบางๆ อย่างไม่ถือสา "เจ้ายังไม่เคยตอบข้าเลย... ว่าเจ้าชื่ออะไร?"
เด็กหนุ่มสบตากลมโตสุกใสของนางแน่น ก่อนจะตอบออกไปอย่างชัดถ้อยชัดคำ "ข้าชื่อ... ชูซาน"
"อาซาน..." นางเรียกชื่อเล่นเขาด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง "ข้าหิวแล้ว"
ทันทีที่ได้ยิน ชูซานก็แทบจะไม่ลังเล เขารีบหุนหันวิ่งพรวดพราดออกไปหาอาหารมาให้นางในทันที!
นับตั้งแต่วันนั้น กาลเวลาได้ถักทอความสัมพันธ์ของคนทั้งสองให้แน่นแฟ้น ชูซานเปิดใจบอกเล่าเรื่องราวชีวิตจนถึงความแค้นให้นางฟังจนหมดสิ้นโดยไร้ซึ่งความลับ ต้าอี้หลานไม่คิดจะผลักไส ซ้ำยังช่วยปิดบังตัวตนของเขา และรบเร้าขอท่านค่านให้เขาได้เข้าร่วมการฝึกซ้อมกับเหล่านักรบของชนเผ่า กาลเวลาหมุนผ่านไปสิบปี เด็กชายไร้กำลังในวันนั้นเติบโตกลายเป็นนักธนูมือหนึ่งและยอดนักรบไร้พ่ายแห่งทุ่งหญ้าชางหลาง กาลเวลาไม่เพียงเคี่ยวเกลาให้เขาแข็งแกร่ง ทว่าความใกล้ชิดตลอดสิบปีเต็ม ยังผูกร้อยหัวใจของคนทั้งคู่ไว้ด้วยกัน จากเด็กน้อยวัยเยาว์ สู่ความรักของชายหนุ่มหญิงสาวที่แน่นแฟ้นยิ่งกว่าสิ่งใด
---
"อาซาน! ข้ามีของมาให้เจ้าด้วย"
ต้าอี้หลานชูธนูคันใหม่ที่เพิ่งประกอบเสร็จขึ้นสูง รอยยิ้มสดใสปรากฏบนใบหน้าขณะก้าวฉับๆ เข้ามาในกระโจม หวังจะนำของขวัญชิ้นนี้มามอบให้ชายหนุ่ม ทว่าภายในกระโจมกลับเงียบเชียบและว่างเปล่า ไร้เงาของเจ้าของ
นางขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนหมุนตัวเดินกลับออกมาด้านนอก แล้วก็พบเข้ากับ 'ต้าหยาง' พี่ชายคนสนิทที่กำลังเดินสวนมาพอดี
"หลานเอ๋อร์ เจ้ามาทำอะไรที่นี่?" ต้าหยางเอ่ยทักเมื่อเห็นองค์หญิงน้อยถือธนูคันใหญ่เดินง่วนอยู่หน้ากระโจม
"ข้าเอาธนูคันใหม่มาให้อาซานน่ะสิ ธนูอันเก่าของเขาพังจนใช้ไม่ได้แล้ว แต่เข้ามากลับไม่เจอใคร ไม่รู้หายไปไหนของเขา" ต้าอี้หลานยู่ปาก พลางสอดส่องสายตามองไปรอบๆ บริเวณ
ต้าหยางหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเอ็นดู "เจ้าก็รู้นี่ว่าตั้งแต่เขามาอยู่ที่นี่ เขาเคยอยู่นิ่งๆ เสียที่ไหน หากไม่ออกไปฝึกยิงธนู ก็คงหนีไปซุ่มล่าสัตว์อยู่บนเนินเขา ป่านนี้คงง่วนอยู่ที่สนามฝึกนั่นแหละ"
"จริงของท่าน! เช่นนั้นข้าไปตามหาเขาที่สนามฝึกก่อนนะ" ต้าอี้หลานกระชับคันธนูในมือแน่น ก้าวเท้าฉับๆ มุ่งหน้าไปยังสนามฝึกซ้อมด้วยท่าทีร่าเริง
