บท
ตั้งค่า

บทที่ 1

 

“ฮูหยิน ร่างกายยังไม่แข็งแรง มาที่เรือนฝั่งตะวันตกทำไมเจ้าคะ”

“ใจข้าไม่สงบ มักได้ยินเสียงเด็กเรียกให้ช่วย มันเจ็บหัวใจมากเลยจือจือ เหมือนว่าข้าสูญเสียของสำคัญไป ข้าจึงอยากมาดูให้เห็นกับตา”

สาวใช้จือจือประคองร่างบอบบางของนายหญิง ที่ยังอ่อนแอจากการคลอดบุตร เดินมาที่เรือนฝั่งตะวันตกอันรกร้างไร้ผู้คนอย่างเชื่องช้า

สถานที่นี้เงียบวังเวงมีสายลมที่พัดหวีดหวิวแผ่วเบา พาให้ขนของจือจือลุกชันเป็นระยะ

มือข้างหนึ่งของนางถือตะเกียง มืออีกข้างโอบประคองร่างบอบบางของนายหญิงไม่ให้ล้ม

“ฮูหยินที่นี่ไม่มีใครมาเหยียบนานแล้วนะเจ้าคะ” จือจือกระซิบ “ตั้งแต่คุณชายใหญ่แขวนคอ ที่นี่ก็ไร้ร้างผู้คนเรากลับกันเถิดเจ้าค่ะ วังเวงน่ากลัวขนาดนี้ ใครจะกล้าก้าวขาเข้ามา อย่าว่าแต่เด็กเลย ผู้ใหญ่อย่างบ่าวยังไม่กล้ามาคนเดียว ไม่มีเด็กที่ไหนหรอกฮูหยิน เรากลับกันเถิด” จือจือเบียดลำตัวเข้าหานายหญิง เหลียวซ้ายแลขวาอย่างหวาดกลัว

นางรู้สึกว่ามีสายตาหลายคู่จับจ้องนางอยู่ตลอดเวลา และเหมือนมีบางสิ่งวิ่งผ่านไปมาข้างหลัง พาให้หญิงสาวรู้สึกเย็นสันหลังอย่างบอกไม่ถูก

‘ท่านแม่ ช่วยด้วย ช่วยด้วย หายใจไม่ออก’

หลี่ซือซิงไม่แน่ใจว่าจือจือได้ยินเสียงเด็กเหมือนที่นางได้ยินหรือไม่

เห็นว่าสาวใช้คู่กายหวาดกลัวจนตัวสั่นจึงไม่พูดอะไร ใบหน้าหวานละมุนสงบนิ่ง ก้าวมั่นคงไปข้างหน้าตามเสียงเด็กที่ร้องขอความช่วยเหลืออยู่ไม่ไกล

หลังคลอดหลี่ซือซิงก็สลบไปทันที จึงทำให้ยังไม่ได้เห็นหน้าบุตร พอฟื้นมาอุ้มทารกน้อย กลับได้ยินเสียงเด็กดังก้องกังวานเต็มสองหู บอกว่าเด็กที่นางอุ้มเป็นลูกของสามีกับชู้รัก

หลี่ซือซิงชะงักไปครู่ใหญ่ฟังเสียงนั้น เสียงที่บอกว่ากำลังถูกฝังอยู่เรือนฝั่งตะวันตก เสียงที่บอกว่าเป็นลูกของนาง เสียงที่ทำให้หัวใจของนางเจ็บปวดอย่างบอกไม่ถูก

ย้อนกลับไปที่เรือนหยก นางเรียกแม่นมเข้ามานำเด็กน้อยที่นางอุ้มอยู่ไปนอนที่ห้องด้านข้าง

จากนั้นก็พาจือจือออกจากเรือนหยกมายังเรือนฝั่งตะวันตก จนมาถึงใต้ต้นเหมยขาวนางจึงพบร่องรอยการขุดดินบริเวณนั้น

หัวใจหลี่ซือซิงราวกับถูกเสียดแทงด้วยคมมีด ในใจภาวนาว่าอย่าให้เป็นเรื่องจริง เพราะถ้าในหลุมนี้เป็นลูกของนาง เท่ากับว่าเสียงที่ได้ยินคือเรื่องจริง สามีที่แสนดีของนางมีชู้จนมีลูกด้วยกัน ซึ่งนางไม่เคยสงสัยระแคะระคายมาก่อนด้วยซ้ำ

“จือจือขุดดูหน่อย ข้ารู้สึกเจ็บหัวใจมากเมื่อมายืนบริเวณนี้” เสียงหวานสั่นเครือ

“เจ้าค่ะฮูหยิน”

จือจือประคองนายหญิงไปนั่งพิงต้นเหมยขาวก่อนจะเริ่มขุดดินบริเวณที่มีร่องรอยการขุดก่อนหน้าอย่างขะมักเขม้น แม้ว่าจะกลัวสถานที่นี้จนแทบลืมหายใจ แต่นางก็อยากให้นายหญิงสบายใจไม่คิดมากอีก จึงขุดดินบริเวณนั้นอย่างตั้งใจ

ครู่ใหญ่จือจือก็ขุดเจอผ้าไหมที่นางเป็นคนเตรียมให้คุณชายน้อยก่อนคลอด

หัวใจจือจือเต้นแรงมาก ถ้าในหลุมนี้คือคุณชายน้อย แล้วคุณชายที่อยู่ในเรือนหยกคือใคร ผ้าไหมนี้เหมือนกับผ้าไหมของคุณชายในเรือนหยกทุกระเบียบนิ้ว

“ฮะ ฮะ ฮูหยิน ผ้าไหมห่อตัวนี่เหมือนของคุณชายมาก” จือจือใช้มือตะกุยดินออกเร็วขึ้น ปลายนิ้วมือของนางถลอกปอกเปิกจนเลือดไหลซิบ หากแต่นางไม่ยอมหยุด

“จริงหรือ” หลี่ซือซิงนั่งรอไม่ได้อีกต่อไป นางคลานไปหาจือจือ น้ำตาซึมออกมาทางหางตา เมื่อพบว่าผ้าห่อตัวนี้เป็นแบบเดียวกับที่นางเตรียม

ผ้าไหมห่อตัวเหมือนกันจนแยกไม่ออก หากแต่นางได้ปักปีกนกเล็ก ๆ ไว้ที่มุมหนึ่ง

หญิงสาวใช้มือทั้งสองขุดคุ้ยดินอย่างบ้าคลั่ง เล็บของนางฉีกขาด หินก้อนเล็กขูดปลายนิ้วเป็นแผล

ท้องน้อยเริ่มปวดเกร็งด้วยเพิ่งคลอด รับรู้ถึงโลหิตที่ไหลออกจากกายทางด้านล่าง แต่ทั้งหมดทั้งมวลนี้ยังไม่เจ็บเท่าใจนาง เมื่อพบว่ามุมของผ้าห่อตัวผืนนี้มีปีกนกปักอยู่

ทารกในหลุมนี้คือลูกของนาง เขาตัวเล็กแค่นี้ กลับต้องถูกฝังทั้งเป็นในหลุมลึกมืดมิด

เขาจะทรมานแค่ไหน แค่คิดก็ราวกับถูกกระบี่น้ำแข็งแทงกลางอก “จือจือเขาคือลูกข้า รีบขุดออกมา”

นิ้วทั้งสิบของหลี่ซือซิงตะกุยดินออกจนพบใบหน้ามอมแมมของเด็กน้อย นางปัดดินตรงหน้าและจมูกออกให้ลูกอย่างแผ่วเบา “ละ ละ ลูกแม่” เสียงหวานสั่นเครือ

นิ้วเรียวค่อย ๆ ยื่นไปตรวจลมหายใจของบุตรชาย ก่อนจะทรุดนั่งร้องไห้สะอึกสะอื้นใจแทบขาด

บุตรของนางไม่หายใจแล้ว นางมาช้าเกินไป ช้าไปแค่อึดใจเดียว

หลี่ซือซิงโทษตัวเองที่หมดสติไปก่อนหน้า ทำให้มาช่วยบุตรชายไม่ทัน

เสียงสะอื้นปานจะขาดใจ สะท้อนไปตามสายลมพาให้บ่าวในจวนต่างหวาดกลัว คิดว่าผีเรือนคุณชายใหญ่อาละวาด จึงพากันเก็บตัวเงียบคลุมโปงตัวสั่นอยู่ในห้องพัก ไม่กล้าออกมาเพ่นพ่านในยามวิกาลเหมือนราตรีอื่น ทำให้ค่ำคืนนี้จวนโหวเงียบวังเวงเป็นพิเศษ

เรือนฝั่งตะวันตกเป็นเรือนของเฉินเหลียงหยู คุณชายใหญ่แห่งจวนโหว หรือก็คือพี่ชายต่างมารดาของสามีนาง

เล่ากันว่าพอคุณชายใหญ่ผูกคอจบชีวิต ฮูหยินรองมารดาเขาก็ร้องไห้ใจแทบขาดทั้งคืน ในตอนเช้ามีคนไปพบว่าฮูหยินรองดื่มพิษตามไปอยู่กับคุณชายใหญ่แล้ว

เรือนบุปผาฝั่งตะวันตกจึงไม่มีใครก้าวมาเหยียบอีก

เรื่องพวกนี้เกิดขึ้นก่อนที่หลี่ซือซิงจะแต่งเข้าจวนโหว นับเวลาดูแล้วก็ย่างเข้าแปดปี เพราะนางแต่งเข้าจวนโหวมาก็เจ็ดปีแล้ว

ทุกวันในวันพระจะมีคนได้ยินเสียงสะอื้นไห้ใจแทบขาดที่เรือนฝั่งตะวันตก

เป็นความบังเอิญเสียเหลือเกินที่วันนี้เป็นวันพระเช่นกัน ทำให้บ่าวในจวนเก็บตัวเงียบ นางคลอดลูกวันนี้ทำให้คนร้ายลงมือได้สะดวก

หลี่ซือซิงอุ้มร่างเล็กในห่อผ้าขึ้นมากอด นางกอดลูกน้อยอย่างหวงแหน หัวใจดวงน้อยแตกสลายไม่เหลือชิ้นดี

“ลูกข้าทำผิดอะไร เขาเพิ่งลืมตาดูโลก” น้ำเสียงเจือสะอื้นในลำคอ ทำให้คนฟังแทบจับใจความไม่ได้

จือจือประคองนายหญิงลุกขึ้น ขนาดนางยังเจ็บปวดเพียงนี้ นายหญิงต้องเจ็บปวดกว่านางหลายเท่าตัว

นางสงสารคุณชายน้อย สงสารฮูหยินเหลือเกิน น้ำตาเม็ดใสไหลอาบแก้มจือจืออย่างห้ามไม่อยู่ “ฮูหยินทำอย่างไรต่อดีเจ้าคะ”

ลมราตรีพัดกระทบใบหน้าหลี่ซือซิง คราบน้ำตาที่อาบแก้มก่อนหน้ายังไม่ทันเหือดแห้ง นางก็หลับตาลงสงบจิตใจ เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้งแววตาอ่อนโยนเจ็บปวดได้แฝงไปด้วยความแข็งกระด้าง

“กลับเรือนหยก แล้วเจ้าไปตรวจสอบทุกคนที่เข้าออกเรือนหยกวันนี้”

“เจ้าค่ะฮูหยิน” จือจือเดินประคองฮูหยินที่อุ้มคุณชายน้อยกับเรือนหยก นางรับรู้ได้ว่านายหญิงเกร็งตัวไว้ตลอดเวลา คล้ายหนูจนมุมที่ระแวดระวังราชสีห์

กลับถึงเรือนหยกอย่างราบรื่น ระหว่างทางไม่มีผู้คน ทำให้การพาคุณชายน้อยกลับจวนเป็นไปอย่างสะดวก

ฮูหยินได้เตรียมน้ำอุ่นอาบน้ำให้คุณชายน้อยอย่างสะอาด ใบหน้าคุณชายซีดขาวไร้สีเลือด จือจือทนมองดูไม่ได้ จึงปลีกตัวออกมาสืบเรื่องราวคนที่เข้าออกเรือนหยกตามคำสั่งฮูหยิน

ในเรือนหยกหลี่ซือซิงกำลังพับเสื้อผ้าของบุตรชายอยู่

นางเสียใจที่ไม่อาจจัดพิธีทางศาสนาให้ลูกอย่างยิ่งใหญ่ได้ เพราะยังมีเด็กอีกคนที่สวมรอยเป็นลูกของนางอยู่

คงทำได้เพียงแอบไปฝังเขาไว้ในที่สงบ แม้แต่หลุมศพยังเข้าศาลบรรพชนไม่ได้ น้ำตาหลี่ซือซิงไหล เจ็บปวดใจเหลือเกินที่ทุกอย่างเป็นอย่างนี้ มือเรียวยกขึ้นเช็ดน้ำตา

นางทำใจไม่ได้ที่ต้องสูญเสียลูกไปแบบนี้ หญิงสาวนำห่อผ้าที่พับไว้อย่างเป็นระเบียบ เดินมาหาลูกน้อยบนเตียง มือเรียวยื่นไปสัมผัสแก้มนุ่มแผ่วเบา

“แม่จะแก้แค้นให้เจ้า” น้ำตาเม็ดใสหยดลงบนแก้มเล็ก นิ้วหัวแม่มือเรียวเกลี่ยออกอย่างแผ่วเบา รักใคร่
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel