บท
ตั้งค่า

บทที่ 11 หน้าที่แม่ 2

พราวพนิตตั้งใจตั้งชื่อของลูกให้คล้องจองกับชื่อของเธอเอง ถ้าลูกน้อยเป็นผู้ชาย เธอก็ตั้งใจที่จะตั้งชื่อให้คล้องจองกับชื่อผู้เป็นพ่อ

“หลานสาวของย่า ชื่อเพราะจังเลยลูก”

รจเรศน้ำตาคลอเบ้า ตอนที่เข้าไปอยู่ในห้องคลอดกับพราวพนิตก็รู้สึกทั้งตื่นเต้นทั้งดีใจ พอหลานสาวตัวน้อยส่งเสียงร้องครั้งแรกออกมา ใจของผู้เป็นย่าก็อ่อนยวบ ยิ่งหนูพิพิมช่างมีใบหน้าคล้ายกับรุจน์อย่างกับคัดลอกกันมาแบบนี้ยิ่งแล้ว ไม่ต้องบอกว่าเธอจะรักและหลงหลานสาวคนนี้มากขนาดไหน

“ยังเจ็บแผลอยู่ไหมจ๊ะหนูพราว”

“ยังรู้สึกเจ็บอยู่นิดหน่อยค่ะคุณป้า”

เสียงร้องของเจ้าตัวเล็กที่นอนอยู่ในอ้อมกอดของผู้เป็นแม่ร้องจ้าขึ้นมาอีกครั้ง พลอยทำให้ทั้งคุณย่าและ พราวพนิตต่างหัวเราะขึ้นมาพร้อม ๆ กัน

“ร้องเสียงดังเชียวหลานย่า หิวนมแล้วใช่ไหมลูก”

พราวพนิตถลกเสื้อขึ้นแล้วจัดท่าให้ลูกสาวหันหน้าเข้าเต้าอวบ ๆ ปากเล็กจิ้มลิ้มอ้าปากงับยอดปทุมถันด้วยความตะกลามจนน่าเอ็นดู

“ป้าให้ป้าอิ่มต้มน้ำขิงมาให้ หนูพราวดื่มเยอะ ๆนะลูก จะได้มีน้ำนมให้หนูพิพิม”

พราวพนิตเหลือบตามองหญิงชราที่ยืนอยู่มุมห้องด้วยความกังวลใจ กลัวว่าถ้ามีคนนอกรู้เรื่องที่เธอมีลูก บางทีมันอาจจะหลุดไปถึงหูของรุจน์ได้

“หนูพราวไม่ต้องกังวลนะจ๊ะ รุจน์ไม่มีทางรู้เรื่องลูกแน่ แม่จะให้ป้าอิ่มย้ายมาอยู่กับหนูพราว ป้าอิ่มจะได้มาช่วยหนูพราวเลี้ยงหนูพิพิมด้วย”

เพราะรู้ว่าอดีตลูกสะใภ้ค่อนข้างที่จะกังวลกลัวว่าเรื่องของหนูพิพิมจะหลุดไปถึงหูลูกชายของเธอ รจเรศก็เลยตัดปัญหาด้วยการให้คนที่มีประสบการณ์ในการเลี้ยงเด็กที่สุดย้ายมาอยู่กับพราวพนิต และถ้าเกิดว่ารุจน์ถาม เธอก็จะบอกว่าหญิงรับใช้คนนี้ลาออกไปแล้ว

“คุณพราวไม่ต้องกลัวนะคะ ป้าจะไม่เอ่ยปากบอกใครทั้งนั้น ป้าสัญญาค่ะ”

พราวพนิตส่งยิ้มให้กับหญิงรับใช้คนสนิทของอดีตแม่สามี เธอรู้ว่าป้าอิ่มเป็นผู้ใหญ่ที่ใจดีและน่านับถือ แม้หญิงชราคนนี้จะมีศักดิ์เป็นแค่คนรับใช้ในบ้านของรจเรศ แต่เธอก็ให้ความเคารพเหมือนผู้ใหญ่คนหนึ่ง

อาจเพราะด้วยเหตุนี้ทุกคนในบ้านของรุจน์ถึงได้รักและเอ็นดูพราวพนิต

“ขอบคุณค่ะป้าอิ่ม พราวรบกวนด้วยนะคะ”

หญิงสาวหลุบตามองลูกสาวตัวน้อยที่เป็นเหมือนแก้วตาดวงใจของตัวเองด้วยความรู้สึกที่เต็มไปด้วยความรัก เก้าเดือนที่เฝ้ารอคอยหนึ่งชีวิตน้อย ๆคนนี้ให้ลืมตามาอยู่ข้าง ๆกาย มาคอยเติมเต็มความสุขให้คนเป็นแม่อย่างที่ไม่เคยได้รับจากผู้เป็นพ่อ

“หลานน้อยของยายสา”

สาวิตรีเปิดประตูเดินเข้ามาหาหลานสาวและหลานตัวน้อย หญิงสูงวัยยกมือลูบไปที่ศีรษะของหลานสาวแล้วจรดปลายจมูกหอมไปที่หน้าผากโหนกนูนด้วยความรักและเอ็นดู ตั้งแต่ที่รู้เรื่องการหย่าร้างของหลานสาวกับอดีตหลานเขย นับว่าเป็นครั้งแรกที่ได้พบหน้าคร่าตากัน เพราะโดยปกติแล้วสาวิตรีอาศัยอยู่ที่ต่างจังหวัด นาน ๆทีถึงจะได้มีโอกาสลงมาที่กรุงเทพฯ

“ป้าสา” พราวพนิตขอบตาร้อนผ่าว รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเห็นอกเห็นใจที่ปรากฏอยู่บนใบหน้าของผู้เป็นป้าทำให้หญิงสาวรู้สึกหัวใจอ่อนยวบ

“เป็นไงบ้างลูก เจ็บแผลมากไหม”

“นิดหน่อยค่ะป้าสา”

สาวิตรีพยักหน้า ต่อจากนั้นก็มองไปยังเพื่อนสนิทที่ยืนอยู่อีกฝั่งของเตียง “ดูสิเรศ ยายหนูหน้าตาน่าเกลียดน่าชังที่สุด”

“หลานสาวของเรา เกิดมาเพื่อทำให้คุณย่ากับคุณยายมีความสุข เขาถึงได้ว่ามีลูกว่ารักมากแล้วแต่มีหลานยิ่งรักมากกว่าลูกซะอีก”

หญิงสูงวัยทั้งสองคนยิ้มให้แก่กันและกัน ความเจ็บช้ำที่พราวพนิตกำลังเผชิญอยู่ตอนนี้ คงจะมีแค่พิพิมพราวเพียงคนเดียวเท่านั้นที่จะทำให้บาดแผลของผู้เป็นแม่ค่อย ๆจางหายไป

“เดี๋ยวป้าไปเคลียร์ค่าใช้จ่ายให้ก่อน หนูพราวอยากได้อะไรก็บอกป้าอิ่มให้จัดการให้นะลูก”

“ป้าอิ่มคะ ช่วยหยิบกระเป๋าที่วางอยู่บนโต๊ะให้พราวหน่อยค่ะ”

หญิงสูงวัยเดินไปหยิบกระเป๋าที่วางอยู่บนโต๊ะแล้วเดินมาหยุดข้างเตียงคนไข้พร้อมกับส่งกระเป๋าให้กับเจ้านายสาว พราวพนิตรับกระเป๋ามาแล้วเปิดกระเป๋าเงินสีดำออก พร้อมกันนั้นก็หยิบเงินปึกใหญ่ออกมาแล้วยื่นให้กับผู้เป็นย่าของลูกสาว

“พราวรบกวนด้วยนะคะคุณป้า”

“เอาเงินเก็บใส่กระเป๋าเดี๋ยวนี้เลยจ้ะหนูพราว ค่าใช้จ่ายทุกบาทป้าจะจัดการให้เอง”

รจเรศดันมือพราวพนิตออกห่าง ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับหลานสาวของเธอ เธอยินดีรับผิดชอบทุกบาททุกสตางค์ อย่างที่เคยบอกในเมื่อรุจน์ไม่มีโอกาสได้ทำหน้าที่ รจเรศก็จะขอรับผิดชอบแทนทุกอย่าง

“แต่คุณป้าคะ...”

“ไม่มีแต่จ้ะหนูพราว ถือว่าให้ป้าทำเพื่อหนูพิพิม หลานสาวของป้า”

พราวพนิตยิ้มด้วยแววตาอ่อนโยนพร้อมกับยกมือไหว้อดีตแม่สามีด้วยความซาบซึ้ง ในเมื่อย่าของลูกพูดมาอย่างนี้แล้ว

เธอก็คงไม่กล้าปฏิเสธ

“เดี๋ยวฉันช่วยเธอออกคนละครึ่ง พราวกับพิพิมก็เป็นหลานฉันเหมือนกัน” สาวิตรีเอ่ยแสดงเจตจำนงของตัวเองออกมา เมื่อเห็นว่าเพื่อนสนิทกับหลานสาวยังตกลงกันไม่ได้ เงินแค่ไม่กี่แสน สาวิตรีรู้ดีว่ามันเป็นจำนวนที่เล็กน้อยมากสำหรับรจเรศ แต่เธอในฐานะป้าของพราวพนิตก็อยากมีส่วนร่วมในค่าใช้จ่ายในส่วนนี้เหมือนกัน

“เอาเถอะ ฉันจะออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดก่อน เดี๋ยวค่อยไปเคลียร์กันต่อที่บ้าน” รจเรศบอกกับสาวิตรี แล้วจึงเหลียวหน้าไปบอกกับป้าแม่บ้าน “ป้าอิ่มช่วยเก็บของให้หนูพราวด้วยนะ เดี๋ยวฉันไปจ่ายเงินเสร็จ พวกเราจะได้กลับบ้านกันเลย”

“ค่ะ คุณผู้หญิง”

รจเรศหันมายิ้มให้กับแม่ของหลาน ก่อนจะเดินออกไปจากห้องพักด้วยใบหน้าที่ยังคงเปื้อนรอยยิ้ม

“ป้าสาไม่โกรธพราวใช่ไหมคะ เรื่องที่พราวหย่ากับพี่รุจน์” ทันทีที่รจเรศเดินออกไปจากห้อง คนที่นั่งอุ้มลูกสาวอยู่บนเตียงก็เอ่ยถามขึ้นมาทันที

“เด็กโง่ พูดอย่างกับว่าไม่รู้จักนิสัยป้าอย่างนั้นแหละ”

สาวิตรีมองหน้าหลานสาวอย่างมีความหมาย แต่ไหนแต่ไรมาพราวพนิตเชื่อฟังคำสั่งของเธอมาโดยตลอด ไม่ว่าจะให้ทำอะไร หลานสาวคนนี้ก็ไม่เคยปฏิเสธและต่อต้าน แม้แต่เรื่องการคลุมถุงชน

“พราวไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกันค่ะ ในเมื่อพี่รุจน์ขอหย่า พราวก็เลยต้องทำตามที่พี่รุจน์ต้องการ”

“ป้าเข้าใจ ว่าแต่พราวโอเคนะลูก”

เลี้ยงดูมากับมือตั้งแต่เล็ก ๆทำไมสาวิตรีจะดูไม่ออกว่าหลานสาวมีใจให้กับลูกชายของเพื่อนสนิท เดิมทีก็ตกลงกับรจเรศเอาไว้แล้วว่าถ้าพราวพนิตไม่ยินยอมพร้อมใจที่จะแต่งงานกับอดีตหลานเขย สาวิตรีก็จะไม่มีทางบังคับหลาน แต่ดูจากกิริยาและสายตาที่หลานสาวมองรุจน์ในวันที่ได้มีโอกาสได้กลับมาเจอกันอีกเป็นรอบที่สอง สาวิตรีก็รู้ทันทีว่าหลานสาวหลงรักลูกชายของรจเรศเข้าให้แล้ว

“พราวรู้ใช่ไหมว่าที่ป้าพูด ป้าหมายความว่ายังไง”

พราวพนิตพยักหน้าด้วยความเจ็บปวด ป้ารู้มาโดยตลอดว่าเธอแอบมีใจให้กับอดีตสามี เพราะด้วยเหตุนี้ด้วยกระมังที่ทำให้ป้าตัดสินใจให้หลานสาวที่ป้ารักที่สุดออกเรือนไปกับลูกชายของเพื่อนสนิท

“พราวรักพี่รุจน์ค่ะ มาถึงตอนนี้ก็ยังเลิกรักไม่ได้สักที แต่ป้าสาไม่ต้องห่วงนะคะ ไม่ว่ายังไงพราวก็จะพยายามตัดใจจากพี่รุจน์ให้ได้”

“แล้วเรื่องลูกล่ะ คิดจะปิดไม่ให้รุจน์รู้ไปอีกนานเท่าไหร่ อย่างน้อยเขาก็เป็นพ่อลูกกัน ป้าเชื่อว่าถ้ารุจน์รู้ว่ามีหนูพิพิม รุจน์คงจะดีใจ” แม้ไม่ได้รู้จักแบบสนิทชิดเชื้อ แต่สาวิตรีก็ยังมั่นใจว่าอดีตหลานเขยต้องเป็นคนมีความรับผิดชอบพอ ถ้ารุจน์รู้ว่ามีลูกกับพราวพนิต อย่างน้อยเขาก็คงอยากรับผิดชอบค่าเลี้ยงดูในส่วนของลูก

“พราวไม่อยากทำให้พี่รุจน์ลำบากใจค่ะ พราวกลัวว่าถ้าพราวบอกเรื่องลูกให้พี่รุจน์รู้ มันอาจจะให้พี่รุจน์กับคนรักมีปัญหากันได้”

“แล้วถ้ามันไม่ได้เป็นอย่างที่พราวคิดล่ะ”

พราวพนิตหลุบตาลงมองดวงหน้าของลูกสาว ถ้ามันไม่ได้เป็นอย่างที่เธอคิดเอาไว้ ถ้าเรื่องลูกไม่ได้ทำให้รุจน์มีปัญหากับคนรักของเขา คนเป็นแม่อย่างเธอก็อยากให้ลูกได้มีโอกาสได้เจอหน้าพ่อสักครั้ง แต่อย่างไรก็ตามเธอก็ไม่กล้าที่จะเปิดเผยเรื่องลูกให้อดีตสามีรู้อยู่ดี

“เอาเถอะ ป้าเคารพในการตัดสินใจของพราว จำเอาไว้นะลูกใครไม่รักพราวก็ช่าง แต่ป้ารักพราวกับหลานที่สุด” ไม่อยากทำให้หลานสาวเจ็บปวดไปมากกว่านี้อีกแล้ว นับแต่นี้ไปพราวพนิตควรได้เลือกทางเดินชีวิตด้วยตัวของหลานเอง สิ่งที่คนเป็นป้าจะทำต่อไปนี้ก็คือช่วยดูแลอยู่ห่าง ๆ ปล่อยให้หลานสาวกับหลานตัวน้อยดำเนินชีวิตไปในเส้นทางที่พวกเขาคิดว่าดีและมีความสุขที่สุดก็พอ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel