CHAPTER 3 หายโง่แล้ว
“บ้าฉิบ!”
รีโมตทีวีถูกขว้างลงบนโซฟาอย่างแรง สีหน้าของพร้อมทัพพ์ตึงเครียดจนเส้นเลือดข้างขมับปูดขึ้น หุ้นร่วงเกือบสิบเปอร์เซ็นต์ในเวลาไม่กี่ชั่วโมง
“ผมจัดการลบข่าวออกแล้วครับ” คชายืนรายงานนิ่งๆ ตามสไตล์มือขวาคนสนิท น้ำเสียงราบเรียบเหมือนไม่มีอะไรสะเทือนเขาได้
“ผู้หญิงบ้าคนนั้นคิดจะทำอะไร” เขาแค่นน้ำเสียงหัวเราะ
“เจ้านายครับ! คุณผู้หญิงมา!” อชิวิ่งเข้ามารายงาน สีหน้าตื่นเล็กน้อย ทันทีที่ได้ยินพร้อมทัพพ์ชะงัก
วินาทีถัดมาเขาทิ้งตัวลงนอนบนโซฟาอย่างรวดเร็ว ราวกับคนหมดแรง ลูกน้องทั้งสองมองหน้ากันแวบเดียวก็เข้าใจทันที
อชิรีบคว้าผ้าห่มมาคลุมตัวให้ ส่วนคชาขยับไปยืนตำแหน่งเดิม ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
มารดาของเขาในชุดเรียบหรูเดินเข้ามาอย่างมั่นคง สายตากวาดมองห้องเพียงครั้งเดียว ก่อนจะหยุดมองที่ลูกชายบนโซฟา
“แคว่กๆๆๆ คุณแม่มาทำอะไรครับ” เขาไอขึ้นมาเพื่อให้ดูสมจริง และน่าสงสารที่สุด
“เป็นอะไร” งามพริ้งมองลูกชายตัวดีที่ก่อเรื่องเมื่อคืนมา
“เจ้านายป่วยครับ” อชิรีบตอบแทนทันที
“ออกไป” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้น ทั้งที่เจ้าของเสียงยังคงหลับตาอยู่
ลูกน้องทั้งสองชะงัก ก่อนจะก้มหน้าแล้วรีบออกจากห้องไปทันทีบรรยากาศเงียบลง งามพริ้งกอดอกมองลูกชาย แต่ชายหนุ่มยิ่งไอเสียงดัง
“เลิกเล่นละครได้แล้ว เมื่อคืนลูกทำอะไรลงไป”
“คุณแม่ผมจะไปทำอะไรได้ มีแต่ลูกสาวสุดที่รักของคุณแม่ที่ตั้งใจหักหน้าผม”
“ดูนี่ซะ” งามพริ้มยื่นโทรศัพท์ให้พร้อมกับบทสัมภาษณ์ของมีญาริน
มีญารินหยุดยืนอย่างมั่นใจ รอยยิ้มบางๆ ประดับอยู่บนใบหน้า ก่อนจะหันมารับไมค์จากนักข่าวทำหน้าเศร้าอย่างน่าสงสาร
“ตอนนี้ความสัมพันธ์ถึงขั้นแตกหักไหมคะ”
“ก็ตามนั้นเลยค่ะพี่ๆ หนูถูกนอกใจมานับครั้งไม่ถ้วน สุดท้ายก็เลยต้องตัดสินใจให้มันจบแบบชัดๆ”
“ได้คุยกับทางครอบครัวคุณพร้อมทัพพ์หรือยังคะ”
“ยังเลยค่ะ แค่เจอหน้ากันทีไรก็ทะเลาะกันทุกที คงไม่ต้องฝืนแล้วมั้งคะ”
“เรื่องมือที่สามเป็นความจริงไหมคะ”
มีญารินเลิกคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มมุมปากพยายามบังคับไม่ให้น้ำตาไหล และหันหน้าหนีเช็ดน้ำตาเล็กน้อย แต่คนมองออกว่านั้นคือการเสแสร้ง
“ก็ตามนั้นเลยค่ะ เขาควงผู้หญิงออกงานแบบไม่แคร์อะไรเลย จะให้หนูทนต่อไปก็คงไม่ใช่แล้ว”
เธอเว้นจังหวะนิดหนึ่ง มองกล้องที่จ้องมาทุกทิศ ก่อนจะพูดติดตลกเบาๆ
“พี่ๆ รู้จักคำนี้ไหมคะ ผัวที่ดีคือผัวใหม่”
สิ้นประโยคเสียงหัวเราะดังขึ้นรอบวง บรรยากาศที่เคยตึงเครียด กลับกลายเป็นครึกครื้นขึ้นทันที
พร้อมทัพพ์เงียบกริบเมื่อฟังบทสัมภาษณ์เสร็จ ครั้งนี้ทำไมดูเหมือนว่ามีญารินจะทำแบบที่ปากพูดจริงๆ แต่เป็นแบบนั้นก็ดีแล้วไม่ใช่หรือ
“เงียบทำไม กับผู้หญิงที่บอกว่าเพื่อนเป็นมากกว่านั้นใช่ไหม”
“ผมง่วงแล้ว เหนื่อยด้วย” เขาหมุดเข้าไปใต้ผ้าห่มเหมือนเด็กเวลาที่งอแง
“พร้อมทัพพ์! อย่างี่เง่าถ้าน้องมาขอถอนหมั้นจริงๆ แม่จะทำยังไง” งามพริ้งชอบมีญารินไม่น้อย ถึงแม้จะเอาแต่ใจไปบ้าง แต่นิสัยคนเราสามารถแก้ได้
“คุณแม่เป็นคนไปหมั้นเองหนิครับ อยากทำอะไรก็ทำเลย”
“ได้ ถ้าน้องเปลี่ยนใจจริงๆ อย่ามาร้องไห้แล้วกัน”
พอเสียงฝีเท้าของผู้เป็นแม่เงียบหายไปนอกประตู ชายหนุ่มโผล่หน้าออกมาจากผ้าห่มทันที สีหน้าหงุดหงิดจนแทบระงับไม่อยู่
“ไอ้ชิน ไอ้ชิน!”
เสียงเรียกดังลั่นห้อง ประตูเปิดออกอย่างรวดเร็ว อชิรีบวิ่งเข้ามายืนตัวตรงทันที
“ครับ!”
“ที่ให้ไปทำเป็นยังไงบ้าง!” น้ำเสียงเร่งร้อนกว่าปกติ
“คืนนี้คุณมีญาริน เอ่อ มีนัดเดตกับผู้ชายครับ”
คำตอบนั้นทำให้บรรยากาศหยุดนิ่งไปเสี้ยววินาที เขาเผลอกำหมัดแน่นอย่างไม่รู้ สีหน้าออกอาการอย่างชัดเจน
“เหลวไหล! ยังไม่ได้คุยเรื่องถอนหมั้นให้มันจบ วิ่งแจ้นไปหาผู้ชายคนอื่นแล้วงั้นเหรอ!”
ชายหนุ่มลุกพรวดขึ้นจากโซฟา สายตาแข็งกร้าวทันที ความไม่พอใจปะทุขึ้นชัดเจน พร้อมทัพพ์เดินไปเดินมาในห้อง มือยกขึ้นเสยผมอย่างหงุดหงิด
“คืนนี้มีงานกับคุณเปรม...”
“ฉันไม่ว่าง”
“ครับ?” อชิงุนงงกับคำตอบของเจ้านาย
“บอกไอ้เปรมไปว่าฉันติดงานด่วน”
“งานด่วนอะไรครับ ทำไมผมไม่เห็นในตารางเลย” อชิหยิบมือถือขึ้นมาไล่ดูตารางงานในวันนั้น เผื่อว่าตัวเองจะจำผิด
“งานด่วนก็คืองานด่วน” เขาตัดจบแค่นั้น ปล่อยให้ลูกน้องงุนงงต่อไป
ฉัตรพศินนั่งจ้องหน้าเพื่อนรักอย่างไม่วางตา สีหน้าเต็มไปด้วยคำถามที่อัดแน่นอยู่ในหัว
“หล่อนจะถอนหมั้นจริงเหรอ” น้ำเสียงเขายังไม่อยากเชื่อ
มีญารินนั่งกอดอกเอนหลังพิงเก้าอี้ สายตากวาดมองบรรยากาศในร้านอาหารอย่างไม่ใส่ใจนัก
“มันน่าตกใจตรงไหน” คำตอบเรียบเฉยเกินไปจนยิ่งทำให้ฉัตรพศินขมวดคิ้ว
“ก็ใครกันล่ะ ตอนนั้นยืนกรานจะหมั้นให้ได้”
หญิงสาวหัวเราะเบาๆ เหมือนขำตัวเอง ตอนนั้นเธอเป็นแบบนั้นจริงๆ ไม่รู้ผีตนไหนเข้าสิงให้ตามหึงหวงเขาตลอด
“ใช่ ตอนนั้นฉันโง่เอง แกรู้ไหมผู้ชายคนนั้นน่ะ โง่จะตาย”
“หมายความว่าไง” ฉัตรพศินเลิกคิ้ว
“ฉันแค่วางยานอนหลับเขา แต่เขากลับเข้าใจผิดไปเอง” เธอพูดเหมือนเป็นเรื่องธรรมดา
ประโยคนั้นทำให้บรรยากาศบนโต๊ะเงียบลงทันที ฉัตรพศินจ้องหน้าเธอแน่นขึ้น
“แกไม่ได้วางยาปลุกเซ็กซ์เขาเหรอ แล้วแกกับเขาก็มีอะไรกันจริงๆ คุณพระ!” เขาทำท่าตกใจคิดว่าทุกอย่างคือการจัดฉาก
“อื้อ”
คำตอบสั้นๆ หลุดออกมาอย่างตรงไปตรงมา เธอหยิบแก้วน้ำขึ้นจิบเล็กน้อย สีหน้าไม่ได้เปลี่ยนไปเลย ราวกับเรื่องนั้นไม่ใช่สิ่งที่มีผลกับเธออีกแล้ว
อีกไม่กี่เดือนก็จะถึงวันคล้ายวันเกิดของเธออีกครั้ง ครั้งนี้เธอจะไม่ยอมพลาดอีก จะถอยไปให้ห่างจากพร้อมทัพพ์ และจะไม่รักใครมากกว่าตัวเองอีกแล้ว
“ผู้หญิงที่เขาบอกว่าเป็นเพื่อน ตอนนี้ก็เป็นชู้ของเขาเหรอ” ฉัตพสินไม่รู้จะตกใจเรื่องไหนก่อนดี
“ไม่รู้สิ ฉันไม่ได้ใส่ใจ” เธอยักไหล่เพื่อให้เพื่อนเห็นว่าไม่ได้สนใจเขาอีกแล้ว
“แกกินยาลืมเขย่าขวดหรือไง ทำไมเพี้ยนไปขนาดนี้”
“ฉันจะกลับแล้ว คืนนี้นัดเดตกับผู้ชายคนใหม่” มีญารินลุกขึ้นจากเก้าอี้ หยิบกระเป๋าขึ้นมาถือสีหน้าสงบนิ่งราวกับเป็นเรื่องธรรมดา
“นี่แกกำลังประชดคุณพร้อมทัพพ์เหรอ” ฉัตรพศินรีบมองตามอย่างไม่อยากเชื่อ
คำถามนั้นทำให้เธอหยุดชะงักเพียงนิดเดียว ก่อนจะหันกลับมา ดวงตาคู่นั้นนิ่งเกินกว่าจะอ่านออก
“เขามีผู้หญิงคนอื่นได้ ฉันก็มีได้เหมือนกัน” น้ำเสียงไม่ได้ประชด ไม่ได้เจ็บปวดมีแค่ความจริงที่เธอยอมรับแล้ว
“แกเปลี่ยนไปจริงๆ” เขาพึมพำเริ่มปวดขมับกับพฤติกรรมของเพื่อน
มีญารินไม่ได้ตอบ เธอเพียงหมุนตัวเดินออกจากร้านไปโดยไม่หันกลับมา ฉัตรพศินได้แต่ถอนหายใจครั้งนี้เขาเดาทางเพื่อนรักไม่ออกจริงๆ
