CHAPTER 2 ขอถอนหมั้น
หน้าห้องทำงานผู้บริหารมีเสียงโวยวายดังลั่น เลขาพยายามขวางเต็มที่ แต่ก็ไม่อาจหยุดคนที่ตั้งใจจะบุกเข้าไปได้ ประตูบานใหญ่ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง
“เข้าไม่ได้นะคะ” เลขาสาวรีบตามเข้ามา สีหน้ารู้สึกผิด
สายตาหันไปยังต้นเสียงมีญารินยืนอยู่ตรงนั้น แผ่นหลังเหยียดตรง สีหน้าสงบนิ่งผิดคาด
“ไหนบอกว่าท่านประธานติดงาน ที่แท้ก็ติดผู้หญิงอยู่นี่เอง” เธอเอ่ยเรียบๆ ดวงตาคู่สวยจ้องมองชายตรงหน้าอย่างว่างเปล่า ที่ผ่านมาเธอรักผู้ชายแบบนี้ไปได้ยังไงกัน
“น้องมีญ่า อย่าเพิ่งเข้าใจผิดนะคะ” คาริสารีบลุกจากโซฟา สีหน้าตื่นเล็กน้อยก่อนจะปรับเป็นอ่อนโยน
“หน้าด้าน!” คำเดียวสั้นๆ แต่ตัดบททันทีบรรยากาศในห้องเย็นเฉียบลง
“เธอนั่นแหละที่หน้าด้าน” พร้อมทัพพ์เอ่ยขึ้นทันที น้ำเสียงเข้มกดต่ำ สายตาคมหันมาทางมีญารินอย่างไม่พอใจ
“เธอมาที่นี่ทำไม”
มีญารินไม่ตอบทันที เธอก้าวเข้ามาในห้องช้าๆ เสียงส้นรองเท้าดังสม่ำเสมอ ก่อนจะหยุดยืนตรงหน้าโต๊ะทำงานของเขา
“ฉันจะมาคุยเรื่องสำคัญ”
ไม่มีการโวยวายอย่างที่เขาคุ้นเคย และนั่นทำให้พร้อมทัพพ์ขมวดคิ้วแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว
“เดี๋ยวครีมออกไปก่อน”
“ไม่ต้องหรอกคุณก็อยู่ที่นี่แหละจะได้ฟังพร้อมกัน” แทนที่ชายหนุ่มจะเป็นคนพูด แต่มีญารินรีบเอ่ยขึ้นเสียก่อน
“พูดมาสิฉันมีเวลาไม่เยอะ”
“ฉันมาพูดเรื่องถอนหมั้น ของหมั้นที่คุณให้มาฉันจะคืนให้ครบ หลังจากนี้ให้คุณไปสมสู่กับชู้รักของคุณให้เต็มที่” เธอหยิบกล่องแหวนออกมา วางลงบนโต๊ะทำงานของเขา
พร้อมทัพพ์ขมวดคิ้วสายตาจ้องมองหญิงสาวตลอด ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะมาไม้ไหน ซึ่งครั้งนี้เขาเดาทางไม่ออกเลยด้วยซ้ำ
“เธอคิดจะทำอะไร”
“ก็เห็นรักกันมาก ผู้ชายแบบคุณไม่คู่ควรกับฉัน” เธอตอบนิ่ง
“เธอต่างหากที่ไม่คู่ควรกับฉันมีญาริน!” เขาหัวเสียทันทีที่เธอพูดแบบนั้น
“ดีเลย เราก็เลิกกันซะคุณดูผู้หญิงคนนั้นสิ ดีใจจนเนื้อเต้นเลย” เธอหันไปส่งยิ้มให้คาริสาเหมือนเป็นการเยาะเย้ยมากกว่า
“เธอพูดบ้าอะไร!” คาริสาหน้าเสียทันที พยายามฝืนยิ้มเพื่อไม่ให้เขาจับได้ว่ากำลังคิดอะไร
“ฉันกลับก่อนนะ”
“เธอคิดว่าเราจะเลิกกันได้ง่ายๆ เหรอ” เขาเอ่ยขึ้น
“หมั้นกันยังง่ายเลย เดี๋ยวฉันไปคุยกับคุณพ่อเอง” เธอหันหลังเตรียมจะเดินจากไป แต่นึกขึ้นได้ว่ามีสิ่งหนึ่งที่ต้องพูด “อ๋อ ถ้าแต่งงานกันเมื่อไหร่ไม่ต้องส่งการ์ดมาเชิญนะ”
“มีญ่ากลับมาคุยกันให้รู้เรื่อง มีญ่า!” เขาตะโกนตามหลังเธอไป จะก้าวตามแต่ถูกคาริสาห้ามไว้ก่อน
“อย่าตามไปเลยน้องเขาคงโกรธมากเลยทำแบบนั้น” หญิงสาวแอบกระหยิ่มในใจที่วันนี้ก็มาถึง
ค่ำคืนงานเปิดตัวโรงแรมหรูเต็มไปด้วยแสงแฟลชและเสียงหัวเราะของคนในแวดวงสังคมชั้นสูง ทุกสายตาหันไปยังเวทีหลักรวมถึงชายหนุ่มที่ยืนเด่นอยู่กลางงาน
พร้อมทัพพ์ในชุดสูทเนี้ยบ แขนข้างหนึ่งคล้องหญิงสาวหน้าตาสะสวยอย่างเปิดเผย ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นก่อนหน้านี้
แต่แล้วเสียงฮือฮาค่อยๆ ดังขึ้นจากด้านหลัง มีญารินก้าวเข้ามาในงานอย่างสงบนิ่งสายตาเย็นเฉียบกวาดมองทั่วบริเวณ ก่อนจะล็อกเป้าไปยังคนที่เธอตามหา
“มีญ่า ซวยแล้ว” เปรมธนัชหน้าเสียที่เห็นคู่หมั้นของเพื่อนโผล่มาที่นี่
แต่เธอไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น เธอเดินตรงเข้าไปหยุดยืนกลางวงสายตาของทุกคน พร้อมทัพพ์ชะงักทันทีเมื่อเห็นมีญาริน
“ใครเชิญเธอมา”
มีญารินไม่ตอบคำถามนั้น เธอหันไปมองหญิงสาวข้างกายเขาช้าๆ ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า รอยยิ้มที่ทำให้คนมองรู้สึกหนาว
“ต่อจากนี้ฉันยกคู่หมั้นคนนี้ให้เธอแล้วกัน “ผู้ชายไม่เอาไหน สารเลว นอกกาย นอกใจ “ฉันไม่อยากได้แล้ว” เธอเอ่ยเสียงเรียบ แต่ชัดเจนจนทั้งงานเงียบลง
เธอจ้องตาหญิงสาวคนนั้นตรงๆ ก่อนซองรูปถูกโยนลงกลางพื้นต่อหน้าทุกคน ภาพถ่ายกระจายออก ภาพของพร้อมทัพพ์กับผู้หญิงหลายคน เสียงซุบซิบเริ่มดังขึ้นรอบด้าน
หญิงสาวข้างกายเขาหน้าเสียทันที รีบปล่อยแขนเขาอย่างไม่รู้ตัว พร้อมทัพพ์กำหมัดแน่น แววตาแข็งกร้าว
“มีญาริน!”
แต่เธอไม่รอฟัง มีญารินหันกลับไปมองเขาเป็นครั้งสุดท้าย สายตานั้นว่างเปล่า
“ของที่ไม่มีค่าฉันคืนให้แล้ว”
คำพูดสุดท้ายทิ้งไว้กลางความเงียบ ก่อนที่เธอจะหันหลังเดินออกจากงาน ท่ามกลางสายตานับร้อยที่จับจ้อง
พร้อมทัพพ์หัวเสียที่หญิงสาวทำแบบนั้น เขาไม่เข้าใจว่าเธอต้องการอะไรกันแน่ เขารีบเดินตามออกมา แต่ก็ไม่เห็นอีกฝ่ายแล้ว
“บ้าฉิบ”
“มึงออกมาทำไมว่ะ” เปรมธนัชรีบวิ่งตามเพื่อนมาทันที
“...” เขาไม่ตอบ
“เรื่องที่มีญ่าขอถอนหมั้นเป็นความจริงเหรอวะ พรุ่งนี้ได้กลายเป็นข่าวใหญ่แน่”
“ข่าวใหญ่เรื่องถอนหมั้น?” เขาหันไปถาม
“เรื่องที่มึงควงผู้หญิงคนอื่น” เปรมธนัชหัวเราะ ไม่คิดว่าครั้งนี้มีญารินจะเล่นแรงขนาดนี้
“หยุดหัวเราะได้แล้ว” เขาหัวเสียทันที ก่อนจะเดินกลับเข้างานไป พรุ่งนี้เขาต้องเตรียมตัวรับแรงกระแทกได้เลย
เช้าวันถัดมา
ข่าวอื้อฉาวกระจายไปทั่วทุกสำนักอย่างรวดเร็ว สื่ออินเทอร์เน็ตก็ไวไม่แพ้กัน จนชื่อนักธุรกิจหนุ่มชื่อดังขึ้นเทรนติดอันดับหนึ่ง
“นักธุรกิจดังถูกแฉนอกใจโดยคู่หมั้นกลางงานใหญ่”
“คลิป-ภาพหลุดว่อนโซเชียล”
“ความสัมพันธ์สั่นคลอน สะเทือนวงการ”
ชื่อของพร้อมทัพพ์ขึ้นพาดหัวทุกหน้า แต่ในขณะที่ใครต่อใครกำลังพูดถึงเรื่องฉาวนั้น มีเพียงคนเดียวที่นั่งมองข่าวด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง
“ไปจัดการลบข่าวเดี๋ยวนี้!”
มติภัทรตะโกนใส่ลูกน้อง ก่อนจะรีบคว้ารีโมตมากดปิดทีวี สีหน้าตึงเครียดราวกับกลัวว่าภาพตรงหน้าจะทำร้ายใครบางคน
“คุณพ่อปิดทำไมคะ กำลังสนุกเลย” เสียงเรียบๆ ของมีญารินดังขึ้นจากโซฟา เธอนั่งไขว่ห้างอย่างสบาย สีหน้าไม่ได้มีแววเสียใจแม้แต่นิดเดียว ดวงตาจับจ้องไปที่หน้าจอดำสนิทอย่างไม่ใส่ใจ
“ข่าวไร้สาระแบบนั้นอย่าไปฟังเลย”
“ไร้สาระที่ไหนคะ ความจริงทั้งนั้น” เธอยิ้มบางๆ
คำตอบนั้นทำให้คนเป็นพ่อนิ่งงัน ตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาเลี้ยงดูลูกมาอย่างตามใจ ไม่เคยปล่อยให้ลูกสาวต้องลำบากหรือเสียใจ
แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันทำให้มีญารินเคยเอาแต่ใจ และก่อปัญหาไม่น้อย ทว่าลูกสาวที่นั่งอยู่ตรงหน้าในตอนนี้กลับดูต่างออกไป
“พ่อจะไปจัดการพร้อมทัพพ์ให้เอง” น้ำเสียงเขาเข้มขึ้น เหมือนคนที่พร้อมจะปกป้องลูกสาวทุกเมื่อ
“ไม่ต้องหรอกค่ะ หนูขอเขาถอนหมั้นเอง” คำตอบสั้นๆ แต่หนักแน่น
“ว่าอะไรนะ?” มติภัทรแทบไม่อยากเชื่อหูตัวเอง นี่ไม่ใช่ลูกสาวที่เคยร้องไห้เป็นวันๆ ไม่ใช่คนที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อผู้ชายคนนั้น
“หนูเบื่อเขาแล้วค่ะ สู้หาผู้ชายที่รักหนูจริงๆ ไม่ดีกว่าเหรอคะ” เธอพูดช้าๆ อย่างชัดเจน
คำพูดนั้นทำให้มติภัทรถึงกับพูดไม่ออก เขามองลูกสาวนิ่งๆ เหมือนพยายามหาคำอธิบายให้สิ่งที่เกิดขึ้น ก่อนจะหลุดถามออกมาอย่างไม่มั่นใจ
“มีญ่าป่วยเหรอลูก”
“เปล่าค่ะ” คำถามนั้นทำให้หญิงสาวหัวเราะเบาๆ เธอส่ายหน้า ดวงตาฉายแววบางอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
“หนูแค่หายโง่แล้ว”
คำตอบนั้นเรียบง่าย แต่หนักแน่นพอจะทำให้คนเป็นพ่อ ได้แต่ยืนมองลูกสาวด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก
