บท
ตั้งค่า

CHAPTER 1 ไม่ขอรักเขาอีก

“เฮือก!”

มีญารินสะดุ้งตื่นลมหายใจหอบถี่ มือสั่นเล็กน้อยเมื่อรับรู้ถึงความเย็นของน้ำที่โอบล้อมร่าง เธอกะพริบตาถี่ๆ ก่อนจะมองไปรอบตัวอย่างตื่นตระหนก

เธอกำลังนอนแช่น้ำอยู่ในอ่างจากุซซี่ไอน้ำบางลอยคลุ้ง กลิ่นหอมอ่อนๆ ของน้ำมันหอมระเหยยังคงเหมือนเดิมทุกอย่าง ราวกับไม่มีอะไรเคยเกิดขึ้น

“เราฝันไปเหรอ ทำไมทุกอย่างเหมือนจริงขนาดนั้น” เสียงของเธอสั่นเบาๆ

ภาพสุดท้ายที่ยังติดอยู่ในหัว คือร่างของตัวเองที่แน่นิ่ง ความเจ็บปวดที่ได้รับ เธอก้มมองมือของตัวเองหยิบต้นขาอย่างแรง และรับรู้ถึงความเจ็บ

“เป็นไปได้ยังไง” หญิงสาวรีบลุกขึ้นจากอ่าง น้ำไหลอาบลงมาตามผิวกายอย่างไม่สนใจ เธอคว้าชุดคลุมอาบน้ำมาสวมอย่างลวกๆ ใจเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

“คุณหนูคะ” เสียงสาวใช้ดังขึ้นจากหน้าประตู

“วันนี้วันอะไร” เธอหันขวับไปทันที

“วันเสาร์ค่ะ”

“ไม่ใช่วันที่เท่าไหร่”

“9 มีนาค่ะ” อีกฝ่ายงุนงง แต่ไม่กล้าถามอะไร

“9 มีนา” เธอพึมพำกับตัวเองคำตอบนั้นทำให้โลกทั้งใบเหมือนหยุดหมุน ถ้านับย้อนกลับไปนี่คือวันนั้น วันที่เห็นเขานอนกับชู้รักของเขา ดวงตาที่เคยสับสน ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นนิ่งลึก

“งั้นเหรอ” มุมปากยกขึ้นช้าๆ เป็นรอยยิ้มบางที่เต็มไปด้วยบางอย่างที่ต่างออกไปจากเดิม ไม่ใช่ความอ่อนแออีกแล้ว

แต่คือความจริงว่าเธออาจจะย้อนเวลากลับมา สวรรค์คงเมตตาและเห็นใจ และโอกาสครั้งที่สองเธอจะไม่ใช่คนเดิมอีก

มีญารินหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็กเวลาเพื่อความแน่ใจ ก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากห้องอย่างรวดเร็ว ถึงแม้จะยังสับสนว่าเป็นแบบนี้ได้อย่างไร

“คุณหนูจะไปไหนคะ”

“พี่พร้อมอยู่ในห้องใช่ไหม”

“เข้าไปไม่ได้นะคะ”

“ทำไมเหรอ หรือเขาพาผู้หญิงมานอนที่ห้อง” เธอรู้คำตอบข้อนี้ดี

“มะ ไม่ใช่ค่ะ”

“หลีกไป!” เธอใช้แววตากดดันจนสาวใช้พากันถอย เธอสูดหายใจเขาลึกๆ ก่อนจะผลักประตูเข้าไป และก็เป็นดั่งที่เธอคิดไม่มีผิด

ภาพตรงหน้าคือชายที่เธอเคยรักกำลังนอนอยู่บนเตียงเดียวกับผู้หญิงอีกคน ผ้าห่มถูกดึงคลุมอย่างลวกๆ บรรยากาศชวนให้เข้าใจได้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น

หากเป็นเมื่อก่อนเธอคงร้องไห้โวยวาย ปาข้าวของอย่างบ้าคลั่ง แต่ไม่ใช่ครั้งนี้มีญารินยืนพิงกรอบประตูอย่างสงบนิ่ง แขนเรียวกอดอก ดวงตาเย็นเฉียบมองภาพตรงหน้าเหมือนกำลังดูละครฉากหนึ่งที่ไม่มีค่าอะไร

“เข้ามาทำอะไร ไม่เห็นเหรอว่าฉันทำธุระอยู่” พร้อมทัพพ์กันไปมองหญิงสาว ยิ้มมุมปากเล็กน้อยเพราะทุกอย่างเป็นไปตามที่คาดไว้ สักพักหญิงสาวคงต้องโวยวายด่าทอเขา

“เอ่อ น้องมีญ่ามันไม่ใช่แบบที่คิดนะ” คาริสารีบดึงผ้าห่มปิดตัวไว้ พร้อมกับทำหน้ารู้สึกผิด

“…”

ความเงียบของเธอทำให้คนบนเตียงชะงัก พร้อมทัพพ์ขมวดคิ้วทันที สีหน้าไม่พอใจปรากฏชัด เขาคาดไว้แล้วว่าเธอต้องอาละวาดเหมือนทุกครั้ง แต่ปฏิกิริยานี้กลับทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดยิ่งกว่า

“เข้ามาแล้วไม่พูดอะไรเลยหรือไง” เขาเอ่ยเสียงห้วน

มีญารินเลิกคิ้วเล็กน้อย มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางๆ ที่ไร้ความรู้สึก แทนคำตอบขอบคุณที่ทำให้เธอกลับมาแก้ไขเรื่องราวในอดีต มือบางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา

แชะ แชะ

“เธอทำบ้าอะไร!” พร้อมทัพพ์เสียงแข็งทันที พยายามดึงผ้าห่มขึ้นปิดหน้าตัวเองไว้

แต่มีญารินไม่หยุดแค่นั้นเธอกดอัดวิดีโอทันที สายตานิ่งเย็น กวาดมองทั้งสองคนตั้งแต่หัวจรดเท้า ราวกับกำลังเก็บหลักฐานของเรื่องสกปรกที่เคยทำลายเธอในอดีต

“ก็น่าจะเก็บไว้ดูเล่นมั้ง” เธอตอบเรียบๆ น้ำเสียงไม่สะทกสะท้าน คำพูดนั้นทำให้เขาหน้าเสียทันที

“ลบเดี๋ยวนี้นะ!” เขาตะคอกเสียงดัง

เธอหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะลดโทรศัพท์ลงเล็กน้อย แต่ยังคงบันทึกภาพต่อ

“ทำไมล่ะ ก็ในเมื่อบอกว่าเป็นแค่เพื่อนจะกลัวอะไร”

คำเดิมที่เขาเคยใช้โกหกเธอถูกย้อนกลับมาแทงเขาอย่างจัง พร้อมทัพพ์กำหมัดแน่น สายตาเริ่มฉายแววไม่พอใจ

“น้องมีญ่าพี่กับพร้อมเราไม่ได้...” คาริสากำลังแก้ตัว

“นอนแก้ผ้ากันอยู่บนเตียงยังจะบอกไม่เป็นอะไรกันอีก”

“เธอเป็นอะไร” เขากัดฟันถามไม่เข้าใจว่าทำไมทุกอย่างถึงไม่เป็นไปอย่างที่คิด

มีญารินหยุดถ่ายคลิปในที่สุด แต่ไม่ได้เก็บโทรศัพท์ เธอก้าวเข้ามาอย่างช้าๆ พยายามบังคับไม่ให้เสียงตัวเองสั่นเครือ

“ก็แค่เบื่อแล้ว” เธอมองเขาเหมือนมองคนแปลกหน้า ไม่มีความเสียใจอีกต่อไป เหลือเพียงความเฉยชา

“ฉันต่างหากที่ต้องเป็นคนพูดคำนี้” เขารู้สึกไม่พอใจขึ้นมาที่เธอไม่เหมือนเดิม

“ฉันไม่อยากเสียเวลากับคนที่ไม่เคยเห็นค่าฉันอีกแล้ว” คำพูดนั้นทำให้บรรยากาศในห้องเย็นเยียบลงทันที พร้อมทัพพ์นิ่งไปชั่วขณะ หัวใจเต้นแรงขึ้นโดยไม่รู้สาเหตุ

“ฉัน? เธอไม่เคยเป็นแบบนี้” เขาทวนคำที่เธอเรียกแทนตัวเอง บัดนี้กลับเปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคนกัน

“เพิ่งนึกได้ว่าฉันเป็นลูกคนเดียวไม่มีพี่ชาย เลยไม่จำเป็นต้องเรียกคุณว่าพี่ ส่วนคลิปนี้ถ้าวันไหนฉันอารมณ์ไม่ดีอาจจะส่งให้นักข่าว เป็นไงดีมั้ยล่ะ?”

“มีญาริน เธอหยุดเดี๋ยวนี้นะ!”

ผู้หญิงที่เคยวิ่งตามเขากำลังเดินออกไปโดยไม่หันกลับมา และนั่นทำให้เขาหัวเสีย มากกว่าการทะเลาะครั้งไหนๆ ที่เคยมี

“พร้อมอย่าตามไปเลย” คาริสารีบคว้าเขาไว้

“ไหนเธอบอกว่าจะได้ผลไง” เขาหันมาถามเพื่อนที่เล่นละครด้วยกัน แต่ทุกอย่างไม่เป็นไปตามที่คาดไว้

“น้องมีญ่าอาจจะประชดก็ได้”

“เธอใส่เสื้อผ้าซะ” เขาไม่หันมามองหญิงสาวอีก

คาริสากำหมัดแน่นแววตาแปรเปลี่ยนทันทียามที่เขาออกไป ทำไมพร้อมทัพพ์ถึงไม่หันมามองผู้หญิงที่เพียบพร้อมแบบนี้เธอบ้าง

“ฉันไม่ยอมแพ้หรอก”

พร้อมทัพพ์นั่งเอนหลังอยู่บนเก้าอี้ในห้องทำงาน สีหน้าดูหงุดหงิดเล็กน้อย นิ้วเคาะโต๊ะเป็นจังหวะเหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง

ไม่นานนักคาริสาเดินเข้ามาอย่างมั่นใจ ก่อนจะปิดประตูลง หญิงสาวส่งยิ้มให้เขาอีกครั้ง แต่คนยิ้มยากแบบพร้อมทัพพ์กับไม่สนใจ

“พร้อมมีอะไรอีกมั้ย”

“ต่อจากนี้เธอไม่ต้องเล่นละครช่วยฉันแล้ว” พร้อมทัพพ์เงยหน้ามองเธอ แววตานิ่งเย็นกว่าทุกครั้ง

“ทำไมล่ะ เมื่อก่อนเราก็ทำแบบนี้มาตลอดไม่ใช่เหรอ” คำพูดนั้นทำให้คาริสาชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะขมวดคิ้ว

คาริสาเป็นคนเสนอตัวแกล้งเป็นคนรักของพร้อมทัพพ์ เพื่อบีบให้มีญารินยอมถอยออกไปเอง

“ฉันเบื่อแล้ว” เขาถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะตอบสั้นๆ คำตอบนั้นทำให้บรรยากาศในห้องเงียบขึ้นทันที

“ทุกอย่างมันกำลังไปได้ดีนะ” คาริสาหรี่ตาลงอย่างไม่พอใจ

“ดีเหรอ? เธอไม่เห็นเหรอว่ามีญาไม่เห็นเสียใจ ไม่โวยวายอะไรเลย” เขาแค่นหัวเราะเบาๆ

“แล้วไง แบบนี้ไม่ยิ่งดีเหรอ เธอจะได้เลิกง่ายๆ” คาริสาตอบเสียงแข็ง

“ฉันจะคิดหาทางอีกที” น้ำเสียงไม่ได้ลังเล แต่แฝงด้วยบางอย่างที่คาริสาไม่ค่อยชอบใจนัก

เหมือนเขาเริ่มเสียการควบคุม และสิ่งที่เลวร้ายที่สุดสำหรับคนแบบพร้อมทัพพ์ คือการที่เหยื่อไม่เล่นตามเกมอีกต่อไป

“พร้อม” หญิงสาวเรียกเขาเสียงดัง

“ที่ผ่านมาลำบากเธอแล้วนะ”

“พร้อมรู้ไหมว่าพร้อมทำตัวเหมือนไม่อยากเลิกมากกว่า”

คำพูดนั้นทำให้เขานิ่งไปทันที สายตาคมกริบหันไปมองคาริสาอย่างช้าๆ ความไม่พอใจฉายชัดขึ้นเรื่อยๆ

“อย่ารู้ดีไปหน่อยเลย” น้ำเสียงเย็นเฉียบจนบรรยากาศในห้องกดดันขึ้นทันตา คาริสาเม้มปากแน่น แต่ก็ยังไม่ยอมถอย

“พร้อมจะถอนหมั้นวันนี้เลยก็ได้ มีญ่าทำตัวไม่ดีทำให้พร้อมเสียหน้าตลอด แต่พร้อมก็ไม่คิดจะทำอะไร”

“ครีม” เขาเรียกชื่อเธอเสียงต่ำ เป็นการเตือนให้หยุด

“ครีมขอโทษที่พูดไม่ดี” หญิงสาวก้มหน้าลงเล็กน้อย เปลี่ยนน้ำเสียงอ่อนลงทันที

พร้อมทัพพ์เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ สีหน้ากลับมาเรียบนิ่ง แต่ความหงุดหงิดยังคงซ่อนอยู่ในแววตา

“เดี๋ยวฉันให้ลูกน้องไปส่ง ถ้าไม่มีอะไรก็ไม่ต้องมาที่นี่อีก”

“...”คาริสานิ่งค้างไปชั่วขณะ ก่อนที่ความไม่พอใจจะฉายวาบขึ้นในดวงตา

พร้อมทัพพ์ อัครเดชวรานนท์ อายุ 32 ปี นักธุรกิจด้านโลจิสติกส์ระดับแนวหน้าของประเทศ เขาเป็นคนเด็ดเดี่ยว เฉียบขาด ขึ้นชื่อเรื่องความเย็นชาและควบคุมทุกอย่างได้อย่างอยู่หมัด รอยยิ้มของเขาหาได้ยากจนหลายคนเรียกว่าเสือยิ้มยาก

ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ชื่อของเขามักพัวพันกับข่าวฉาวไม่ขาดสาย และต้นตอของเรื่องเหล่านั้น ก็มักโยงไปถึงคู่หมั้นของเขาเสมอ

แต่สิ่งที่ทำให้ผู้คนยิ่งสงสัยคือ ทั้งที่ความสัมพันธ์เต็มไปด้วยปัญหาและแรงกดดัน ทำไมเขาถึงยังไม่ยอมเลิกรา

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel