2 ห้องทำงาน...ที่ร้อนเกินควบคุม
ตอนที่ 2
ห้องทำงาน...ที่ร้อนเกินควบคุม
ติ๊ก...ติ๊ก...ติ๊ก...
เสียงนาฬิกาดิจิทัลบนผนังห้องประชุมส่วนตัวของประธานบริษัทดังขึ้นอย่างสม่ำเสมอ ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบงันจนน่าอึดอัด รินรดารู้สึกเหมือนเสียงเข็มนาฬิกากำลังตอกย้ำความผิดพลาดของเธอ
“คุณเรียกฉันมามีอะไรคะ”
เสียงหวานของรินรดาดังขึ้นแผ่วเบา เธอพยายามรวบรวมความกล้า เอื้อมมือยื่นแฟ้มเอกสารเข้าไปให้เขาที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม โต๊ะประชุมยาวสีดำด้านดูเหมือนจะกลายเป็นกำแพงขนาดใหญ่ที่ขวางกั้นระหว่างเขากับเธอ
คิริน รับแฟ้มมาพลิกดูเพียงไม่กี่วินาที สายตาคมกริบไล่มองตัวอักษรอย่างรวดเร็ว ก่อนจะวางมันลงบนโต๊ะอย่างไร้เยื่อใย ไม่มีการแสดงออกทางสีหน้าใดๆ ที่จะบอกได้ว่าเขารู้สึกอย่างไร
“นี่เธอไม่เข้าใจจริง ๆ หรือแกล้งไม่เข้าใจ” เสียงทุ้มต่ำเย็นเฉียบดังขึ้นคล้ายจะเย้ยหยัน ทำเอาหัวใจของรินรดาชาวาบ
“ขะ...ขอโทษค่ะ” เธอเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยแววตาเลิ่กลั่ก
“ฉันบอกให้จัดแฟ้ม ลำดับการลงทุนใหม่ ไม่ใช่ลากไฟล์ทั้งบริษัทมาปนกันแบบนี้” น้ำเสียงของเขาเรียบเฉยแต่แฝงไว้ด้วยความไม่พอใจที่ยากจะปกปิด
“ฉัน...ขอโทษค่ะ” รินรดาก้มหน้างุดอย่างรู้สึกผิด มือที่กำแฟ้มแน่นจนสั่นสะท้านไปทั้งตัว เธอรู้สึกถึงความร้อนผ่าวที่แล่นขึ้นมาบนใบหน้า
ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนช้าๆ พลิกแฟ้มด้วยความหงุดหงิดที่เริ่มก่อตัวขึ้นในแววตา ก่อนจะเดินอ้อมมาด้านหลังเธออย่างเงียบเชียบจนรินรดาไม่ทันได้รู้ตัว ร่างบางกำลังจะหันกลับไปเผชิญหน้าแต่ยังไม่ทันได้หมุนตัวเต็มที่ เสียงของเขาก็ดังขึ้นที่ข้างหูเธออย่างเย็นเยียบ ชวนให้ขนลุกซู่ไปทั้งร่าง
“เลขาของฉัน...ไม่ควรพลาดเรื่องพื้นฐานแบบนี้”
วูบนั้น...แผ่นหลังของเธอเสียววาบอย่างไม่มีเหตุผล มือเรียวยาวของเขาค่อยๆ วางลงบนโต๊ะประชุมใกล้กับสะโพกผายของเธออย่างจงใจ ลมหายใจอุ่นร้อนของชายหนุ่มเป่ารดต้นคอเปลือยเปล่าที่เพิ่งปราศจากกรอบแว่น ดวงตาของรินรดาเบิกกว้างด้วยความตกใจระคนหวาดหวั่น สัญชาตญาณบางอย่างกำลังบอกให้เธอถอยหนี
“คะ...คุณคิริน...อย่าค่ะ...”
เธอพยายามจะขยับตัวออกห่าง แต่ไม่ทันได้ถอยหนีแม้เพียงเสี้ยว ร่างสูงใหญ่ของเขาก็ใช้เพียงแขนข้างเดียวโอบรั้ง ผลักร่างบางของเธอให้พิงเข้ากับขอบโต๊ะประชุมที่เย็นเฉียบ
มือใหญ่ของเขาเลื่อนลงมาลูบไล้จากเอวบางคอดกิ่วของเธอ ขึ้นไปตามส่วนเว้าโค้งของแผ่นหลังอย่างช้าๆ ราวกับกำลังสำรวจผืนผ้าไหมเนื้อดี พลางกระซิบเสียงพร่ากระเส่าข้างใบหูที่แดงก่ำของเธอ
“เธอรู้ไหม...เวลาทำหน้าสำนึกผิดแบบนี้ มันยั่วกว่าทุกสิ่งบนโลก”
รินรดาดิ้นรนจะถอยหนีจากสัมผัสร้อนผ่าวที่กำลังรุกราน แต่เสียงเข้มต่ำที่กดแนบข้างหูราวกับคำสั่งกลับทำให้เธอชะงักงัน ร่างกายไม่ยอมขยับไปไหนได้อีก
“อย่าขยับ...ไม่งั้นฉันจะไม่อ่อนโยน”
มือหนารั้งสะโพกกลมกลึงของเธอเข้าหาตัวแน่น ก่อนจะลากไล้ขึ้นไปถึงบริเวณซิปกระโปรงทรงสอบสีเบจที่รัดตรึงบั้นท้ายสวยงาม และดึงมันลงอย่างรวดเร็วไร้ความปรานี
เสียงรูดซิปดัง ฟึ่บ! ก้องไปทั่วห้องประชุมที่เงียบสงัดราวกับเสียงฟ้าผ่า รินรดาสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจระคนหวาดหวั่น
“อย่าค่ะ...มัน...นี่มันห้องประชุม” เสียงของเธอสั่นเครือจนแทบจะขาดห้วง
“ดีแล้ว...เธอจะได้จำว่าห้องนี้ห้ามพลาด”
เขาไม่รอให้เธอได้พูดอะไรต่อ กระชากชายเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดของเธอให้ออกจากขอบกระโปรง แล้วใช้มือใหญ่ปลดกระดุมเสื้อทีละเม็ดอย่างไม่เร่งร้อน...แต่กลับเต็มไปด้วยความจงใจ ทุกสัมผัสของเขาที่ลากผ่านผิวเนียนละเอียดของเธอราวกับมีเปลวไฟซุกซ่อนอยู่ ปลายนิ้วที่แตะต้องผิวเนื้อราวจะแผดเผาทุกอณู
“ฉันเคยบอกให้เธอเปลี่ยนชุด...แต่เธอก็ไม่เปลี่ยน” น้ำเสียงของเขาเริ่มแผ่วพร่าลง แต่ยังคงเต็มไปด้วยความเร่าร้อนที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
“ไม่ใช่เพราะเธอไม่เข้าใจ...แต่เพราะเธออยากให้ฉันลงโทษ...ใช่มั้ย รินรดา”
“เปล่าค่ะ! ฮื่อ...คุณ...อย่าค่ะ” เสียงร้องห้ามของเธอเบาจนแทบจะไม่ต่างจากเสียงคราง ร่างกายของเธอเริ่มอ่อนปวกเปียกไปหมดภายใต้สัมผัสที่ร้อนแรงของเขา
คิรินไม่รอช้า เขากระชากชุดชั้นในตัวจิ๋วของเธอลงอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นทรวงอกอิ่มที่กำลังเต้นระรัว ปลายลิ้นร้อนระอุของเขาแตะลงบนยอดอกสีชมพูระเรื่อที่แข็งเป็นไตอย่างเชิญชวน ริมฝีปากหยักลึกดูดกลืนกลีบเนื้ออ่อนละมุนราวกับไม่เคยได้ลิ้มรสใครมาก่อน ปลุกเร้าความรู้สึกที่ซ่อนลึกอยู่ภายใน
“อ๊ะ...!”
รินรดาเผลอหลุดเสียงครางออกมาด้วยความเสียวซ่าน มือสองข้างยึดขอบโต๊ะแน่นจนข้อเป็นสีขาวซีด เธอรู้สึกเหมือนร่างกายกำลังจะระเบิดออก
เขาละจากทรวงอกอิ่ม มาเป่าลมร้อนใส่ใบหูขาวสะอาดของเธอ พร้อมกระซิบด้วยน้ำเสียงหอบกระชั้น
“กล้าทำผิด...ก็ต้องกล้ารับโทษ”
จากนั้น...เขาจับร่างบางของเธอให้หันหลัง พาร่างของเธอแนบเข้ากับขอบโต๊ะในท่าก้มตัวเล็กน้อย มืออีกข้างปลดซิปกางเกงของตัวเองอย่างรวดเร็ว เสียงหายใจของเขาเริ่มหอบกระชั้นขึ้นเรื่อยๆ บ่งบอกถึงความต้องการที่กำลังปะทุ
เขาเข้าสัมผัสร่างเธอทันทีโดยไร้การเตือนล่วงหน้า
เสียงเนื้อกระทบกันดัง พั่บ! แรงและแน่น ก้องสะท้อนไปทั่วห้องอย่างโจ่งแจ้ง
หญองสาวสะดุ้งเฮือก ร้องเสียงหลง “อ๊าาา!!” ทั้งความเสียวซ่านที่พุ่งพล่านไปทั่วร่าง และความตกใจที่ถาโถมเข้ามาพร้อมกัน
ชายหนุ่มรุกล้ำเข้ามาอย่างลึกและแรง สะโพกแข็งแรงของเขากระแทกใส่บั้นท้ายอิ่มแน่นของเธอจนสะท้านไปทุกจังหวะ
“แน่นดีเหลือเกิน...รินรดา” เสียงของเขาแหบพร่าอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
เธอร้องครางแทบไม่เป็นภาษา “อ๊ะ...อืม...ได้โปรด...”
“อย่าร้องเสียงดัง...ไม่งั้นคนทั้งชั้นจะได้ยินว่าเลขาประธานครางเพราะอะไร”
เขาเริ่มกระแทกหนักขึ้น...เร็วขึ้น...แต่ยังคงจงใจให้ทุกสัมผัสส่งผ่านความต้องการอันเร่าร้อน บั้นท้ายของเธอกระทบกับต้นขาของเขาอย่างต่อเนื่อง ความลื่นจากความชุ่มฉ่ำของเธอที่เริ่มเอ่อล้นยิ่งทำให้ทุกจังหวะลึกขึ้น ลื่นขึ้น และรุนแรงขึ้นราวกับจะพาทั้งคู่ดิ่งลึกลงสู่ห้วงแห่งความปรารถนา
เสียงในห้องไม่ใช่เสียงนาฬิกาอีกต่อไปแต่เป็นเสียงเนื้อกระทบเนื้อเสียงครางหอบหายใจของคนสองคนและเสียงความต้องการที่ปะทุราวกับภูเขาไฟใต้ท้องทะเลที่กำลังระเบิดออกมาอย่างรุนแรง
และเมื่อเขากระแทกเข้าครั้งสุดท้าย เธอก็ถึงจุดสุดยอดอย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างกายสั่นสะท้านไปทั้งร่าง ขาทั้งสองข้างอ่อนแรงจนแทบยืนไม่ไหว มือจิกขอบโต๊ะจนเล็บแทบหัก
คิรินกัดฟันครางต่ำๆ อย่างพึงพอใจ กระตุกสองสามจังหวะสุดท้ายก่อนจะปลดปล่อยทุกสิ่งไว้ในตัวเธออย่างไม่ยั้ง
เขาโน้มตัวลงกระซิบที่ข้างหูเธอด้วยเสียงแหบพร่า
“จำไว้...อย่าทำให้ฉันโมโห...เพราะฉันจะลงโทษเธอแบบนี้ทุกครั้ง”
