ตอนที่ 3 ไฟลุกกลางแสงจันทร์
ตอนที่ 3
ไฟลุกกลางแสงจันทร์
ในคืนถัดมา... ไอวี่ก็กลับมาอีกครั้ง ร่างบอบบางก้าวเดินฝ่าความมืดมิดของผืนป่าอย่างไม่ลังเล เธอไม่รู้ว่ากำลังทำอะไรอยู่ หรือแม้กระทั่งทำไมถึงต้องกลับมายังสถานที่แห่งนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ทว่าทุกย่างก้าวที่พาเธอลึกเข้ามาในป่า ทุกกิ่งไม้ที่แหวกผ่านด้วยปลายนิ้ว ทุกใบไม้แห้งที่กรอบแกรบใต้ฝ่าเท้า และทุกลมหายใจที่เริ่มถี่กระชั้นขึ้นและร้อนระอุในลำคอ... มันกำลังบอกให้เธอรู้ว่าเธอกำลังมุ่งหน้าไปหา ความลับ ความลุ่มหลง และ ชายแปลกหน้าคนนั้น ผู้ซึ่งสลักร่องรอยไว้ในกายและใจของเธออย่างมิอาจลบเลือน
เรือนร้างยังคงตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางความมืดมิดของป่าลึก มันยังคงเงียบงันและนิ่งสงบ... เหมือนเดิม ไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลง ทว่าเมื่อบานประตูไม้เก่าผุกร่อนถูกเปิดออกช้าๆ ในเงามืดของแสงจันทร์สลัว... เขาก็ยืนอยู่ตรงนั้น ราวกับรู้ว่าเธอจะมา ราวกับรอคอยการมาเยือนของเธออย่างใจจดใจจ่อ
“ฉันรู้ว่าเธอจะมา”
เสียงของเขากังวานออกมาจากเงามืด ไม่ต่างจากคำสั่งของจิตใต้สำนึกที่บงการให้เธอต้องกลับมาหาเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไอวี่ไม่ตอบคำใด นอกจากก้าวเดินตรงเข้าไปหาร่างสูงใหญ่ที่เปลือยท่อนบน เผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อที่แข็งแกร่งและลวดลายรอยสักสีดำสนิทที่ประดับอยู่บนผิวสีแทนเข้ม ใบหน้าของเขาครึ่งหนึ่งยังคงอยู่ใต้เงาที่ทอดลงมา แต่ดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นยังคงเรืองแสงนิดๆ อย่างน่าประหลาดภายใต้แสงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามาจากช่องหน้าต่าง ราวกับดวงตาของสัตว์ป่ายามค่ำคืนที่เฝ้ารอเหยื่ออันโอชะ
“คืนนี้...”
เขาโน้มใบหน้าคมคายลงมากระซิบชิดใบหูของไอวี่จนลมหายใจอุ่นร้อนของเขาแตะต้องปลายหูของเธอ ไอวี่รู้สึกถึงกระแสไฟฟ้าที่แล่นปราดไปทั่วร่าง และความร้อนที่แผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจ
“ฉันจะให้เธอเป็นคนขอ”
ดวงตาเรียวสวยของไอวี่เบิกกว้างด้วยความประหลาดใจและสั่นสะท้านกับถ้อยคำที่เปี่ยมด้วยความหมายลึกซึ้ง ก่อนที่เขาจะถอยหลังไปนั่งลงบนเก้าอี้ไม้เก่าที่ตั้งอยู่ตรงมุมห้องอย่างเชื่องช้า ขาทั้งสองข้างของเขาแยกออกกว้าง เผยให้เห็นช่วงขาที่แข็งแกร่งและเปี่ยมพลัง สายตาคมกริบของเขายังคงจับจ้องมาที่เธออย่างไม่ลดละ ไม่ใช่สายตาที่เรียกร้อง แต่เป็นสายตาที่ท้าทาย... ท้าทายให้เธอเป็นฝ่ายเดินเข้ามาหา... ท้าทายให้เธอเป็นฝ่ายขึ้นคร่อม...
บรรยากาศรอบตัวเงียบงันจนได้ยินเสียงหัวใจของไอวี่ที่เต้นแรงราวกับกลองรบที่กำลังประโคมชัยชนะ เธอรู้ดีว่าไม่มีทางหนีพ้นจากแรงดึงดูดนี้แล้ว
ไอวี่ค่อย ๆ เดินเข้าไปหาเขา... ช้าๆ... ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเปกันระหว่างความปรารถนา ความตื่นเต้น และความลุ่มหลงจนถอนตัวไม่ขึ้น ปลายนิ้วเรียวบางของเธอแตะลงบนแผงอกที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามที่อุ่นจัด เส้นเลือดสีเข้มปูดนูนและเต้นระริกอยู่ใต้ผิวหนังที่แข็งแกร่ง สัมผัสได้ถึงพลังชีวิตที่พลุกพล่านอยู่ภายในตัวเขา
“ทำไม...” เธอถาม ราวกับเสียงกระซิบที่แทบจะไม่ได้ยิน
“ฉันติดเธอขนาดนี้...”
เขายกมือขึ้นแตะปลายคางมนของเธออย่างแผ่วเบา ก่อนจะดึงใบหน้าของเธอให้ก้มลงมาอย่างเชื่องช้า จูบลงเบา ๆ บนริมฝีปากที่ยังคงร้อนรุ่มจากความต้องการที่ถูกกักเก็บไว้ตลอดทั้งวัน จูบนั้นเปี่ยมไปด้วยความโหยหาและความผูกพันที่เธอเองก็ไม่เข้าใจ
“เพราะเธอเกิดมาเพื่อฉัน”
เสียงของเขากระซิบติดริมฝีปากของไอวี่ ก่อนที่มืออีกข้างจะค่อยๆ เลื่อนลงมาปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของเธอทีละเม็ดช้า ชัด และมีจังหวะราวกับกำลังปลดกลีบดอกไม้ราตรีที่กำลังจะบานสะพรั่งท่ามกลางแสงจันทร์ เมื่อเสื้อตัวบางหลุดออกจากกายไป กายเปลือยเปล่าของเธอปรากฏขึ้นในแสงสลัวของคืนนั้น เธอก็ไม่อาจจะอดทนรออะไรได้อีกต่อไป...
ไอวี่คุกเข่าลงตรงหน้าเขา ดวงตาของเธอมองลึกเข้าไปในดวงตาสีดำของเขา ก่อนจะก้าวขึ้นคร่อมตักแกร่งอย่างคนที่รู้ว่านี่คือที่ของเธอร่างกายของเขานั้นแน่นไปด้วยมัดกล้ามเนื้อ ทุกเส้นเอ็นและผิวหนังที่แข็งแกร่งของเขาสั่นสะท้านเล็กน้อยตามแรงสัมผัสจากร่างกายของเธอ เธอค่อยๆ โน้มตัวลงไป ซบใบหน้ากับลำคออุ่นร้อนของเขา สูดดมกลิ่นกายเฉพาะตัวของเขาที่แฝงกลิ่นเหงื่อจางๆ และกลิ่นไม้เก่าจากเรือนร้างอย่างน่าประหลาด กลิ่นนั้นเป็นสิ่งย้ำเตือนถึงความดิบเถื่อนและความจริงแท้ของเขา
มือของเขาเลื่อนขึ้นมาบีบสะโพกของเธอแน่นเต็มฝ่ามือ ก่อนจะขยับตัวให้สะโพกทั้งสองบดเบียดกันช้าๆ สัมผัสที่เร่าร้อนและแน่นหนานั้นส่งกระแสความซ่านไปทั่วร่างของไอวี่
เสียงครางแรกหลุดออกมาจากลำคอของเธอโดยไม่มีการเตรียมตัว ไม่มีสิ่งใดมาควบคุมได้อีกแล้ว
“อ๊ะ... อืม...”
เขาไม่เร่งเร้า ไม่ผ่อนปรน... แต่กลับทำให้เปลวไฟแห่งความปรารถนาในร่างกายของเธอลุกไหม้จนแทบจะระเบิดออก มือของไอวี่สอดเข้าในกางเกงผ้าใบที่เขาสวมหลวมๆ อย่างไม่รีรอ ปลายนิ้วสัมผัสกับสิ่งที่แข็งตึงและร้อนระอุจนแทบลุกเป็นไฟ เธอรวบรวมความกล้าและตัดสินใจดึงมันออกไปทางด้านหลังอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นความพร้อมของเขาที่กำลังรอคอยเธออยู่
“พร้อมหรือยัง” เสียงของเขาทุ้มพร่า แต่แฝงไปด้วยความต้องการที่รุนแรง ไอวี่พยักหน้าตอบทั้งที่ยังหอบหายใจติดขัด
จากนั้น... เขาก็จับสะโพกของเธอแน่นขึ้น ออกแรงบีบเบาๆ และนำทางให้เธอกลืนร่างกายของเขาเข้าไปทั้งหมดในจังหวะเดียว
“อ๊าาาาา...!”
เธอครางลั่นพร้อมกับกอดเขาแน่น มือจิกลงบนไหล่แกร่งของเขาจนเกิดรอยแดง ร่างกายสั่นสะท้านด้วยแรงกระแทกแรกที่ลึกซึ้งถึงใจ ราวกับถูกปลุกให้ตื่นจากนิทราอันยาวนาน
เขากระแทกสะโพกขึ้นสวน รุนแรง และไม่ปรานี
เก้าอี้ไม้เก่าลั่นเอี๊ยดๆรับกับจังหวะการเร่งเร้าที่หนักหน่วง เสียงเนื้อกระทบกันดัง 'พลั่กๆ' สลับกับเสียงครางกระเส่าของหญิงสาวผู้ที่หลงใหลในตัวเขาจนหมดสิ้น และยอมมอบทุกสิ่งทุกอย่างให้แก่เขา
เธอขยับสะโพกขึ้นลง กระแทกลงไปอย่างแรงตามแรงบีบจากมือของเขาที่ควบคุมทุกการเคลื่อนไหว มืออีกข้างของเขาเอื้อมขึ้นไปบีบทรวงอกอวบอิ่มของเธอเต็มฝ่ามือ ขบเม้มเบาๆ จนไอวี่สะท้านไปทั้งร่าง ความสุขสมที่ถาโถมเข้ามาทำให้เธอแทบจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆแล้วในจังหวะที่แรงขึ้น เร็วขึ้น ลึกขึ้น...
แสงจันทร์ที่ส่องผ่านหน้าต่างเข้ามาเงียบงัน... ราวกับเป็นพยานรู้เห็นถึงความเร่าร้อนที่กำลังดำเนินไป มีเพียงเสียงเนื้อกระแทกเนื้อที่ดังคลอไปกับความมืดมิด ความเร่าร้อนที่ปะทุขึ้นในเงาของเรือนร้าง และร่างเปลือยเปล่าสองร่างที่โอบรัดกันแน่นเป็นหนึ่งเดียวในความเงียบสงัด
“อิฐ... ฉันจะ... อื้ออออ...”
เขาก้มลงโน้มจูบเธออย่างแรงจนเสียงครางของเธอขาดหายไปกลางคัน กลืนกินทุกคำพูด ทุกเสียงปรารถนาไว้กับริมฝีปากที่ประกบกันแน่น ก่อนจะเร่งสะโพกกระแทกลึกอีกสามครั้งสุดท้าย... แรง... และรุนแรงที่สุด
ร่างของไอวี่กระตุกไหวอย่างรุนแรงบนตักของเขา ความสุขสมที่ถาโถมเข้ามาทำให้ร่างกายของเธออ่อนระทวย
น้ำตาไหลรินออกมาจากหางตา... ไม่ใช่เพราะความเจ็บปวด
แต่เป็นเพราะมันล้นเอ่อไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลายเกินกว่าจะอธิบายได้ ทั้งสุขสม ปรารถนา และความผูกพันที่ก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว
เขากอดเธอไว้แน่น ขณะเธอฟุบซบกับอกแกร่งของเขาร่างกายยังคงหอบหายใจอย่างหนัก สะโพกยังคงสั่นไหวระริกจากแรงปรารถนาที่เพิ่งผ่านพ้นไป
เขาไม่พูดอะไรอีกเลย เพียงแค่ลูบผมของเธอเบาๆ อย่างอ่อนโยน และกระซิบถ้อยคำที่ทำให้หัวใจของไอวี่เต้นแรงยิ่งกว่าเดิม...
“อย่าหายไปจากเรือนนี้... ฉันอยู่ที่นี่เพียงเพื่อเธอ”
