เร่าร้อนในเรือนร้าง

19.0K · จบแล้ว
นกกระจิบ
12
บท
225
ยอดวิว
8.0
การให้คะแนน

บทย่อ

ทุกครั้งที่ฉันก้าวเท้าเข้าไปในเรือนร้างหลังนั้น…ร่างกายจะสั่นไหว หัวใจจะเต้นแรงแต่ยิ่งไปกว่านั้นคือดวงตาของเขาที่จ้องฉันเหมือนจะกลืนกินทั้งวิญญาณ ไอวี่ศิลปินสาวผู้หนีจากเมืองสู่ป่าใหญ่เพื่อหาความสงบกลับค้นพบเรือนร้างกลางป่าที่ไม่มีใครกล้าเฉียดเข้าใกล้แต่สำหรับเธอ…ที่นั่นคือสถานที่เดียวที่หัวใจของเธอเต้นแรงที่สุด ในเงามืดของเรือนนั้น มีชายแปลกหน้ารูปร่างดิบเถื่อน มาดนิ่ง และเต็มไปด้วยความลับ

นิยายรักโรแมนติกนิยายปัจจุบันประธานแบดบอยสัญญาทางรักฟินๆโรแมนติกความอยากเป็นเจ้าของ18+

ตอนที่ 1 เรือนร้างกลางป่าลึก

ตอนที่ 1

เรือนร้างกลางป่าลึก

แสงอาทิตย์ยามบ่ายคล้อยเริ่มอ่อนแรง สาดลอดผ่านกิ่งก้านสาขาของต้นไม้ใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านสาขาหนาทึบจนแทบไม่เหลือช่องว่างให้แสงส่องถึง ผืนป่าที่เคยเต็มไปด้วยเสียงธรรมชาติกลับเงียบงันผิดปกติ ปล่อยให้เรือนไม้เก่าคร่ำคร่าหลังหนึ่งซึ่งซ่อนตัวอยู่กลางพงไพรชูคอขึ้นรับแสงรำไรที่เล็ดลอดลงมาได้เพียงน้อยนิด ความผุพังของไม้แต่ละแผ่นบ่มรวมกับกลิ่นดินและกลิ่นอับชื้นของป่าลึก ก่อเกิดเป็นบรรยากาศลึกลับที่ชวนให้ขนลุก

ทว่าภายในความเงียบงันนั้น เสียงฝีเท้าเบาหวิวของหญิงสาวผู้มาเยือนกลับโดดเด่นและชัดเจนยิ่งกว่าเสียงใด

“แปลกจริง...ทั้งที่ควรจะรู้สึกหวาดกลัวจนอยากวิ่งหนี แต่กลับรู้สึกเหมือนมีแรงดึงดูดให้ต้องก้าวเข้าไปข้างใน”

ไอวี่พึมพำกับตัวเอง เสียงหวานใสเจือด้วยความแปลกใจ ดวงตาเรียวยาวราวพู่กันจีนรับกับ โครงหน้าสวยหมดจด ผิวขาวผ่องสะท้อนกับแสงสลัวในป่า เธอยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าประตูไม้สีดำสนิทซึ่งเต็มไปด้วยคราบตะไคร่น้ำและเชื้อราบ่งบอกถึงกาลเวลาที่ผ่านไปอย่างยาวนาน บานประตูนั้นปิดสนิทแน่นหนา ทว่ากลับปราศจากแม่กุญแจหรือแม้แต่กลอนใด ๆ ราวกับเชื้อเชิญให้ใครก็ตามที่ค้นพบมันก้าวผ่านเข้าไปอย่างง่ายดาย

มือเรียวบางของไอวี่ยกขึ้นสัมผัสลูกบิดทองเหลืองที่ถูกสนิมกัดกินจนกลายเป็นสีเขียวคล้ำ อุณหภูมิเย็นเฉียบของโลหะเสียดแทรกผ่านปลายนิ้วเข้าสู่ผิวกาย แรงดึงเบา ๆ เพียงครั้งเดียวกลับทำให้บานประตูเก่าคร่ำคร่าส่งเสียงร้อง 'เอี๊ยดอ๊าดดด...' ยาวนาน ราวกับเสียงครางของสิ่งมีชีวิตที่ถูกปลุกให้ตื่นจากนิทราอันยาวนาน พร้อมกันนั้น ลมหอบหนึ่งก็พัดสวนออกมาจากด้านใน กลิ่นเก่าแก่ของไม้เนื้อแข็งที่สะสมความทรงจำนับร้อยปี คลุกเคล้ากับกลิ่นฝุ่นที่ถูกกักเก็บไว้ลอยเข้าปะทะปลายจมูก

ไอวี่หลับตาลงรับกลิ่นนั้น ทว่าแทนที่จะรู้สึกขนลุกหรือรังเกียจ กลับมี ความรู้สึก 'คุ้นเคย' อย่างน่าประหลาด แผ่ซ่านไปทั่วเรือนร่าง ราวกับว่ากลิ่นนี้เคยเป็นส่วนหนึ่งในความทรงจำที่เลือนรางของเธอเอง

กึก... กึก...

เสียงฝีเท้าของไอวี่ก้าวย่ำเข้าไปภายในเรือน ไม้พื้นเก่าแก่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดเบา ๆ ในทุกย่างก้าว แต่มันกลับยังคงแน่นหนาและมั่นคง ไม่ต่างจากวันที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่ ๆ ห้องโถงกลางกว้างขวางทอดยาวไปจนสุดสายตา หน้าต่างไม้บานใหญ่ซึ่งปิดลงเพียงครึ่งหนึ่งเปิดรับแสงแดดที่เริ่มอ่อนกำลัง สาดส่องลงมาเป็นลำแสงสีทองอ่อน ๆ ตรงกึ่งกลางห้อง ราวกับเป็นเวทีที่ถูกจัดเตรียมไว้สำหรับการแสดงความลับที่กำลังจะเปิดเผย บนพื้นไม้ปราศจากฝุ่นแม้แต่น้อย ไม่มีร่องรอยของการเหยียบย่ำของสัตว์ป่า หรือแม้แต่ใบไม้แห้งสักใบที่หลงเหลืออยู่ ทุกสิ่งดูสะอาดสะอ้านและเป็นระเบียบอย่างน่าอัศจรรย์ ราวกับว่า... มีใครบางคนดูแลรักษาเรือนหลังนี้อยู่เสมอ

“มีคนอยู่ที่นี่แน่ ๆ”

เธอพึมพำกับตัวเองอีกครั้ง ก่อนที่มือบางจะลูบไล้ไปตามผนังไม้เก่าแก่ สัมผัสที่ปลายนิ้วรับรู้ได้คือความอบอุ่นที่แผ่ออกมาจากเนื้อไม้ ผิดวิสัยของเรือนร้างกลางป่าที่ควรจะเย็นเฉียบชวนเยือกเย็น

เธอกำลังจะหมุนตัวกลับออกไปจากเรือนแห่งนี้ ความรู้สึกหวาดหวั่นเริ่มเข้ามาแทนที่ความสงสัย แต่แล้ว...

ครืดดดดด....

เสียงลากยาวของบานประตูไม้ชั้นบนที่ควรจะไม่มีใครอยู่...ค่อย ๆ เปิดออกช้า ๆ อย่างเชื่องช้าและชวนขนหัวลุก ไอวี่ชะงักงัน ร่างกายแข็งทื่อในทันที หัวใจเต้นรัวระรินราวกับกลองรบ เธอแหงนหน้ามองขึ้นไปสู่ชั้นบนอย่างเชื่องช้า สายตาจับจ้องไปยังชั้นลอยที่เปิดโล่ง มีเพียงราวบันไดไม้เก่า ๆ และม่านผืนเก่าสีซีดที่ห้อยลู่ลงมาจากเสาไม้ใหญ่

แล้วเงาร่างสูงใหญ่ก็ปรากฏขึ้นที่ด้านบน เป็นเงาร่างที่นิ่งสงบ ทว่ากลับแผ่ซ่านไปด้วยพลังงานดิบเถื่อนและความเร่าร้อนที่ถูกข่มเก็บไว้ภายใต้ผิวหนัง กล้ามเนื้อช่วงอกและแขนหนาเปลือยเปล่า เผยให้เห็นมัดกล้ามที่แข็งแกร่ง เส้นเลือดปูดโปนเป็นสายไหลเรียงรายลงมาถึงข้อมือที่ทรงพลัง รอยสักเส้นสีดำขลับประดับประดาอยู่บนบ่ากว้างและลำคอ ลวดลายลึกลับดูดุดันและเร้าอารมณ์ ลางเลือนหายเข้าไปในเงามืดของม่านที่ห้อยระย้า เขาไม่พูดสักคำ...เพียงแค่ยืนนิ่ง ๆ

เพียงแค่มองลงมาด้วยดวงตาสีดำลึกดุจห้วงเหวนับพันปี...

ไอวี่รู้สึกเหมือนถูกดึงวิญญาณออกจากร่างไปในทันที สัมผัสจากดวงตาคู่นั้นเย็นยะเยือกแต่ก็เร่าร้อนอย่างประหลาดจนเธอแทบจะทรงตัวไม่อยู่ เธอค่อย ๆ ก้าวถอยหลังอย่างช้า ๆ หนึ่งก้าว...สองก้าว...ทว่าในอีกส่วนลึกของจิตใจกลับรู้สึกอยากเข้าใกล้ อยากสัมผัส อยากรู้ให้แน่ชัดว่าชายแปลกหน้าผู้ที่อยู่ในเรือนร้างกลางป่าแห่งนี้คือใครกันแน่ และทำไมเขาถึงได้...เร้าอารมณ์ความปรารถนาอันรุนแรงให้ปะทุขึ้นในตัวเธออย่างประหลาดถึงเพียงนี้

เสียงฝีเท้าของเขาเริ่มดังขึ้นเรื่อย ๆ หนักแน่นทว่าแผ่วเบาราวกับฝีเท้าเปลือยเปล่าที่ก้าวลงบันไดไม้ทีละขั้นโดยไร้เสียงใด ๆ เธอไม่เห็นใบหน้าของเขาชัดเจนนักในเงามืดสลัว แต่ทุกส่วนของรูปร่างเขา...เต็มไปด้วยความแข็งแรง มั่นคง และพลังดิบเถื่อนอย่างที่ผู้ชายในเมืองที่เธอรู้จักไม่มีวันเทียบได้ ความเป็นชายชาติทหารของเขารุนแรงเสียจนเธอรู้สึกได้ถึงแรงกระแทกจากพลังงานที่แผ่ออกมา

ริมฝีปากของไอวี่กำลังจะเอ่ยถามชื่อ...แต่เขากลับชิงพูดขึ้นก่อนด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ ลึกล้ำ ชวนให้ขนลุกซู่ไปทั้งร่าง เสียงนั้นสะกดลมหายใจของเธอให้หยุดไปในทันที...

“เธอ... กลับมาแล้ว”

ไอวี่นิ่งงัน หัวใจเต้นถี่รัวราวกับจะหลุดออกจากอก ความคิดมากมายถาโถมเข้ามาในหัวสมองกลับมาหมายความว่ายังไง...เราเคยเจอกันงั้นหรือ

เขาไม่ตอบคำถามของเธอ สายตาของเขายังคงจ้องมองเธอไม่กะพริบ ราวกับรู้จักเธอมาเนิ่นนาน ดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความโหยหา ความปรารถนา และความต้องการที่รุนแรง ราวกับกำลังจะกลืนกินเส้นขอบใจของเธอจนหมดสิ้น

ครืดดดดด....

ทันใดนั้น ประตูไม้ด้านหลังของไอวี่ที่เธอเพิ่งก้าวเข้ามาก็ปิดลงเองอย่างช้า ๆ แรงลมจากด้านนอกสงบลงจนเหมือนทั้งเรือนถูกตัดขาดจากโลกภายนอกอย่างสมบูรณ์ บรรยากาศภายในห้องโถงแปรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง...จากความลึกลับและน่าหวาดหวั่นกลายเป็นความกระเส่าร้อนระอุที่แผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูในความเงาสลัว

มือใหญ่ของเขาเอื้อมลงมาสัมผัสไหล่เปลือยเปล่าของเธอเบา ๆ ผ่านเนื้อผ้าที่บางเบา...

เพียงปลายนิ้วที่สัมผัส... ร่างกายของเธอก็เหมือนจะลุกไหม้ด้วยเปลวไฟแห่งความปรารถนาที่โหมกระหน่ำอย่างรุนแรง