๖ เผชิญหน้า (๑)
๖
เผชิญหน้า
เมื่อต้องกลับมาใช้ชีวิตโดยปราศจากเขาก็ไม่ได้ทำให้ตายเสียหน่อย...
หล่อนยังกินข้าวอร่อยแล้วก็นอนหลับสนิทเหมือนเดิม กลับไปเป็นผู้หญิงที่ดำเนินชีวิตอย่างเรียบง่ายเหมือนวันวานที่ไม่มีไตรเตชินเข้ามา
อาศัยอยู่บ้านที่ได้รับเป็นมรดกตกทอดจากบิดาผู้ล่วงลับ แม้ว่าเธอจะไม่ค่อยกินเส้นกับพี่ชายต่างมารดาแต่อีกฝ่ายก็ต้องพึ่งตนในการใช้จ่าย จึงไม่ค่อยมีปัญหาทะเลาะเบาะแว้งเท่าไหร่ ยิ่งกลับจากบ้านบวรกานต์เดชก็เหมือนว่าพี่ชายจะเกรงใจตนพอสมควร
อย่างน้อยก็สำนึกถึงความดีของเธอที่อุตส่าห์ไปเป็นตัวขัดดอก แม้ระยะเวลาที่ไปอยู่ไร่จะไม่นานก็ตาม
ความจริงหล่อนก็ยังคิดถึงไร่ที่กว้างขวางเดินเท่าไหร่ก็ไม่หมดสักที ไม่ว่าจะเป็นไร่ข้าวโพด ไร่ส้ม ไร่องุ่นหรือไร่อ้อยก็ตาม รวมทั้งยังมีรีสอร์ทที่เธอไปทำหน้าที่เป็นแม่บ้านจนนึกอยากลองขอสมัครทำตำแหน่งต้อนรับดูบ้างเพราะภาษาของตนก็ไม่ได้เลวร้าย จบทางด้านภาษามาด้วยซ้ำ
แต่ทุกอย่างก็ไปไม่ถึงฝันเพราะพี่สาวกลับมาก่อน ตัวสำรองอย่างหล่อนจึงต้องถอยให้ตัวจริงได้ทำหน้าที่ แล้วดูเหมือนว่าอนามิกาจะทำได้ดีเสียด้วย ได้ยินอสมาเปรยบ่อยครั้งว่าเขาชมพี่หล่อนไม่ขาดปาด ต่างจากตอนอยู่ด้วยกันโดยสิ้นเชิง
เพราะไตรเตชินไม่เคยชมหล่อนเลยสักครั้ง มีเพียงคำดูถูกและวาจาเหยียดหยาม คิดถึงทีไรพลันน้ำตารื้นจนต้องรีบปาดน้ำตาออกรวดเร็ว
“มีไรกินอ่ะ” ทุกเช้ามักจะได้ยินประโยคเดิมออกจากปากของพี่ชายผู้เกียจคร้าน งานการไม่ทำแต่ละวันมุ่งเข้าแต่บ่อนไก่อย่างเดียว เมื่อก่อนเป็นผีพนันบอลตอนนี้เปลี่ยนเป็นผีพนันไก่แล้ว ซึ่งไม่ได้ต่างจากเดิมเลยสักนิด ดูเหมือนจะเสียเงินมากกว่าเดิมด้วยซ้ำเพราะต้องดูแลไก่ให้อยู่ดีกินดีแม้ว่าตัวเองแทบจะคลุกน้ำปลากินกับข้าวก็ตาม
ร่างบางนำอาหารที่ทำเสร็จเรียบร้อยขึ้นบนโต๊ะ ตื่นเช้าจนชินจึงลุกมาทำอาหารเพื่อประหยัดเงิน เลือกจะทำไข่เจียวกับผัดผักบุ้งที่ไปเก็บจากข้างบ้านมาทำให้ตนกับพี่ชาย ไม่ลืมห่อข้าวไปกินตอนเที่ยงด้วยจะได้ประหยัด ช่วงนี้ต้องรัดเข็มขัดให้แน่นเพราะค่าใช้จ่ายไม่ใช่น้อยเลย
ยังดีที่ไม่มีหนี้แต่ก็ไม่รู้ว่าพี่ชายจะสร้างเรื่องอะไรอีกหรือเปล่า หล่อนภาวนาทุกวันให้อีกฝ่ายหันกลับมาตั้งใจทำงานบ้าง
แต่ก็ไม่รู้วันนั้นจะมาถึงเมื่อไหร่...
“เท่านี้แหละ พี่อยากกินอะไรก็ออกไปซื้อข้างนอกแล้วกัน” พูดจบก็เก็บอาหารที่ห่ออย่างดีใส่กระเป๋าของตัวเอง หล่อนรับประทานข้าวเรียบร้อยแล้วจึงไม่ได้คิดจะนั่งร่วมโต๊ะกับอีกฝ่าย มองนาฬิกาพบว่ายังเหลือเวลาเดินทางอีกเป็นชั่วโมง อย่างไรก็ไปทำงานทันอยู่แล้ว
“แล้วจะไปไหน” รีบถามด้วยความสงสัย เธอจึงหันมาตอบทันที
“ทำงาน”
“ได้งานแล้วเหรอ ไหนบอกเพิ่งยื่นเรซูเม่ทำไมถึงได้งานเร็ว” ทราบดีว่าน้องคนละแม่ค่อนข้างขยัน ทั้งยังมีความสามารถอีกต่างหาก ไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะได้งานทำแต่ก็ไม่คิดว่าจะเร็วขนาดนี้ เพิ่งกลับมาอยู่บ้านไม่ถึงเดือนแต่ได้งานแล้ว
ต่างจากเขาที่เตะฝุ่นมาหลายปีจนปลงไม่อยากไปทำงาน อยู่เล่นกับไก่ไปวันๆ แล้วรอขอเงินน้องสบายกว่าเยอะ คิดอย่างนั้นมาตลอดจึงไม่รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจยามเห็นอีกฝ่ายทำงานในตำแหน่งที่ดี กลับอยากให้หล่อนได้เงินเดือนเยอะเพื่อจะได้มาจุนเจือกัน
“ก็ทำงานพาร์ทไทม์ไปก่อน ตอนนี้เงินก็เอาให้พี่หมดแล้วถ้าไม่ทำงานก็ไม่มีอะไรจะกิน หรือพี่หาเงินเข้าบ้านได้ทุกวันล่ะ เห็นเอาไปถลุงกับไก่จนหมด...” อดไม่ได้ที่จะบ่นเพราะตนหาเงินเข้าบ้านคนเดียวมาตลอด
เพิ่งยื่นสมัครงานที่บริษัทต่างชาติไม่รู้ว่าจะรับหรือเปล่า ประวัติการทำงานก็ไม่ได้ด้อยแต่กลับไม่มีใครติดต่อมาจนสงสัยว่าตัวเองพลาดตรงไหน ให้นอนรองานอย่างเดียวก็กลัวว่าตัวเองจะอดตายเสียก่อน จึงตัดสินใจทำงานพาร์ทไทม์ไปด้วย อย่างน้อยก็ได้เงินรายวันมาประทังชีวิต
เธอเดิมพันกับไตรเตชินไว้สูง ผลลัพธ์กลับไม่เป็นอย่างคาดเอาไว้ เจ็บหนักกว่าครั้งก่อนแต่ยังดีที่ไม่มีน้ำตาเท่าอกหักคราวแรก
เธอร้องไห้แค่วันเดียวแล้วบอกตัวเองจะไม่เสียน้ำตาเพราะเขาอีก ซึ่งตนก็ทำได้ดีมาโดยตลอดจนถึงวันนี้ที่ไม่มีชายหนุ่มในห้วงความคิด เนื่องจากเอาเวลาทั้งหมดทุ่มกับงานเพียงอย่างเดียว หัวถึงหมอนก็หลับแทบทันที
แล้วจะมีใบหน้าของเขาลอยมาได้อย่างไร...
“จะไปไหนก็รีบไป รำคาญว่ะ” คดข้าวใส่จานแล้วเดินมานั่งกินข้าว ไม่วายไล่น้องสาวออกไปให้พ้นหูพ้นตา ซึ่งเธอก็ไม่คิดจะอยู่เหมือนกัน จึงรีบตอบกลับรวดเร็วพลางเดินแกมวิ่งออกมาจากบ้าน กลัวช้อนที่อสมาจับไว้จะลอยมาโดนหัวตัวเองเสียก่อน
“ไม่อยู่นานหรอก รำคาญพี่เหมือนกันนั่นแหละ”
คว้ามอเตอร์ไซค์ได้ก็รีบสตาร์ทแล้วตรงเข้าสู่ตัวเมืองทันที หล่อนได้งานที่โรงแรมนครเฟื่องรัตน์เป็นพนักงานเสิร์ฟในภัตตาคารช่วงเช้า แล้วก็ทำงานที่บาร์ช่วงเย็นซึ่งบางวันก็อาจจะไปเป็นเด็กล้างจานบ้างแล้วแต่ว่าวันไหนอยากได้เงินเยอะก็ควบหลายงานหน่อย
ยังสนุกกับทำงานตรงนี้จึงไม่อยากปล่อยงานของตัวเองให้คนอื่น ยิ่งเก็บเงินได้เยอะเท่าไหร่ก็ยิ่งดี เผื่อเธอจะมีโอกาสได้โบยบินไปต่างประเทศเหมือนอย่างคนอื่นเขาบ้าง
