บท
ตั้งค่า

๕ ตัวจริงมาตัวสำรองต้องถอย (๕)

“งั้นเอมขอเข้าไปดูหน่อยนะคะ อยากรู้เลยว่าจะสวยกว่าเอมหรือเปล่า” พูดพลางหัวเราะก่อนจะวางดอกไม้ไว้บนโต๊ะสำหรับตั้งโชว์ คิดว่าต้องรีบไปรับแขกแล้วค่อยมาจัดการของของตัวเอง

“หนูเอมสวยกว่าอยู่แล้ว” คำชมยิ่งทำให้หล่อนหน้าบานมากกว่าเดิม ค่อยเดินไปยังห้องรับแขกแล้วเห็นผู้หญิงผมยาวที่นั่งหันหลังให้กัน จึงไม่อาจคาดเดาได้ว่าเป็นใคร ก่อนเลือกทักทายด้วยคำปกติทำให้หญิงคนนั้นหันกลับมามอง

แล้วเธอก็ต้องนิ่งอึ้งกับใบหน้าที่คุ้นเคย...

“สวัสดีค่ะ...พี่อุ่น...”

“เอม...พี่กลับมาแล้วนะ”

คนที่มาหาเธอคือพี่สาวต่างมารดา...อนามิกานั่นเอง!

การเดินทางจากเมืองหลวงมุ่งสู่อำเภอบ้านเกิดไม่ได้ใช้เวลานานนัก แต่ในใจของเขากลับรู้สึกว่ามันช่างนานเสียเหลือเกิน ตั้งแต่วันที่ทะเลาะกับหล่อนก็ออกจากบ้านเข้าสู่เมืองหลวงเพื่อทำธุระเรื่องที่ดินแล้วก็จัดการหุ้นโรงพยาบาลที่บิดาทิ้งไว้ให้ ไหนจะถูกเพื่อนเรียกไปสังสรรค์แล้วก็งานแต่งงานเพื่อนร่วมรุ่น งานศพของคนรู้จัก กว่าจะได้กลับก็ปาเข้าไปเกือบสองสัปดาห์แล้ว

ใจเขาอยากโทรหาใครบางคนแต่ก็อดกลั้นความต้องการเอาไว้ คิดว่าไปเห็นหน้าเธอตอนถึงบ้านจะดีกว่า

ถึงบ้านภายในเวลาเพียงสามชั่วโมง เลี้ยวรถเข้าไปจอดในโรงรถก่อนเดินอ้อมมาเข้าบ้านทางด้านหลัง คิดว่าหญิงสาวน่าจะอยู่ที่ครัวแล้วก็เป็นจริงดังคาดการเอาไว้ เธอกำลังจัดเตรียมผลไม้ใส่ถาดเหมือนจะไปเสิร์ฟใคร แต่เห็นร่างสูงเสียก่อนจึงเบิกตากว้างด้วยความตกใจแล้วทักทายกันคล้ายคนละเมอ

“พี่ไตร...” ไม่คิดว่าจะได้เจอเขาวันนี้ เธอทำหน้าไม่ถูกเพราะมีหลายความรู้สึกรวมกัน คิดถึงและโหยหาแต่ก็รู้ดีว่าตอนนี้คนที่เขาต้องการกลับมาแล้ว บางทีเธออาจจะเป็นคนที่ต้องไป เพียงแค่คิดก็เหมือนน้ำตาจะไหลจนต้องรีบกลั้นเอาไว้

ขณะที่เขาก็จ้องเธอนิ่งเหมือนต้องการบอกอะไรบางอย่าง สองมือที่ถือของฝากมาจากเมืองหลวงก็วางไว้บนโต๊ะกลางในห้องครัว มีขนมที่คิดว่าเธอน่าจะชอบกับดอกไม้ที่เขาแอบไปซื้อ ระหว่างทางก็พยายามหลอกตัวเองว่าซื้อมาให้แม่บ้านคนอื่น

แม้ความจริงจะรู้เต็มอกว่าอยากมอบให้เอมไอรินเพียงผู้เดียว...

“มีแขกมาพบคุณค่ะ” ตั้งสติได้ก็รีบบอกเขาในทันที ชายหนุ่มนึกสงสัยเพราะไม่ได้นัดใครไว้สักคน

“ใคร” เหมือนช่องว่างระหว่างเราจะขยายใหญ่ขึ้นกว่าที่คิดเอาไว้ เขามองหน้าเธอแล้วนึกอยากพูดบางสิ่งแต่ก็เลือกเก็บงำเอาไว้ ส่วนหญิงสาวก็มองเขาอย่างเดียวไม่กล้าบอก คล้ายว่าหัวใจบีบรัดจนเธอไม่สามารถเอ่ยสิ่งใดออกมาได้

เกลียดตัวเองเหมือนกันที่อ่อนแอขนาดนี้...

“ฉันเองค่ะ” กลับเป็นเจ้าตัวที่เดินเข้ามาพร้อมเอ่ยเสียงเรียบโดยไม่ได้สังเกตสถานการณ์สักนิดว่าน่าอึดอัดมากเพียงใด

“ไออุ่น...” เขาหันมองตามเสียก่อนนัยน์ตาจะเบิกกว้างเล็กน้อย ไม่คิดว่าจะได้เจอหญิงสาวที่บ้านของตัวเอง

เธอกลับมา...ทำไมกัน...

ไม่รู้ว่าเขารู้สึกอย่างไรในตอนนี้แต่สิ่งที่ชัดเจนคือไม่ได้ดีใจอย่างที่คาดเอาไว้ ไตรเตชินไม่ได้ส่งคนไปสืบเรื่องของอนามิกามานานแล้ว เธอแทบจะหายไปจากสารบบของเขาด้วยซ้ำ แววตาที่มองเธอจึงเต็มไปด้วยความสับสนไม่ใช่โหยหาอย่างที่มองผู้หญิงอีกคน

จับต้นชนปลายไม่ถูกไม่รู้ว่าควรจะทำตัวอย่างไรในตอนนี้ แต่เมื่อเธอมาแล้วก็คงต้องคุยกันอย่างจริงจัง จึงเลือกผายมือเพื่อเชิญหล่อนไปยังห้องรับแขกจะได้เป็นส่วนตัว กันเอมไอรินให้กลายเป็นคนนอกไปโดยปริยาย ทำเอาหญิงสาวถึงกับมองตามน้ำตาซึม

ร่างบางทรุดลงบนเก้าอี้ด้วยหัวใจแตกสลาย รับรู้ว่าตัวเองอาจจะต้องถอยเมื่อเขาได้เลือกแล้ว

ทั้งที่เธอรักและยอมให้เขาหมดทุกอย่าง แต่ก็ไม่อาจเอาชนะใจของชายหนุ่มได้เลย...

“กลับมาเมื่อไหร่” นั่งลงที่โซฟาตัวยาวโดยมีสาวสวยที่เคยหมายตานั่งเยื้องกัน เธอเคยพบเขาหลายครั้งแต่ก็ไม่ได้พูดจาปราศรัยเป็นเรื่องเป็นราว ครั้งนี้จึงเป็นครั้งแรกที่จะได้พูดจริงจัง กลับมารับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยความรู้สึกผิดต่อน้องสาว

เพราะเธอทิ้งทุกอย่างให้น้องรับหน้าคนเดียว ไม่คิดว่าเอมไอรินจะทุกข์ทรมานมากแค่ไหน ตอนนี้จึงอยากชดเชยให้อีกฝ่าย ด้วยการกลับมารับผิดชอบเรื่องทุกอย่าง

“ขอโทษนะคะที่อุ่นหนีไปแล้วปล่อยให้น้องสาวต้องมาทำงานแทน ตอนนี้อุ่นกลับมาทำหน้าที่ทุกอย่างแทนเอมแล้วค่ะ...ช่วยปล่อยน้องสาวของอุ่นไปได้ไหมคะ” คนไม่รู้เรื่องความสัมพันธ์ของคนทั้งสองเป็นฝ่ายพูดขึ้นมา

ไตรเตชินถึงกับทำหน้านิ่งเมื่อหล่อนพูดเช่นนั้น คนที่ทิ้งทุกอย่างไปแล้วส่งน้องสาวมาแทน วันหนึ่งอยากกลับมาก็แค่เอ่ยขอร้อง

มันง่ายเกินไปหรือเปล่า...

“ปล่อย...หมายความว่ายังไง”

“ให้เอมกลับไปอยู่ในที่ของเอมเหมือนเดิม แล้วอุ่นจะอยู่ข้างคุณเองค่ะ” เจ้าของไร่ใจหล่นวูบเพียงแค่คิดว่าต้องปล่อยเอมไอรินไป ทั้งที่ตอนแรกเขาไม่ได้ต้องการเธอด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้กลับไม่ยอมเป็นฝ่ายคืนอิสระแก่หญิงสาว ไม่รู้เรียกว่าเห็นแก่ตัวได้หรือเปล่า

เสียงหลุบหายไปในลำคอจนเขาต้องพยายามเค้นเสียง คิดประโยคที่จะสามารถรั้งคนน้องเอาไว้กับตน โดยไม่ยอมบอกความจริงกับหญิงสาวตรงหน้าว่าเกิดอะไรระหว่างตนกับน้องสาวขอหล่อนขึ้นบ้าง

เขาพยายามคิดหาเหตุผลที่จะปฏิเสธ จึงเลือกจะใช้เอมไอรินขึ้นมาอ้าง คิดว่าอย่างไรหล่อนก็ไม่มีทางไปจากเขาแน่นอน

เธอเป็นฝ่ายบอกว่ารักเขาเองนี่น่า...แล้วจะทิ้งกันได้อย่างไร

“น้องสาวเธอต้องการแบบนั้นเหรอ”

“ค่ะ”

ไม่น่าเชื่อว่าความหวังของเขาจะถูกทำลาย ชายหนุ่มนั่งนิ่งไปพักหนึ่งก่อนความรู้สึกจะแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธ ตวาดเสียงดังเพื่อเรียกแม่บ้านเข้ามา จนเจียวต้องวิ่งตาเหลือกเพื่อให้ทันฟังคำสั่งของเจ้านาย ไม่อย่างนั้นตนเองจะเป็นฝ่ายแย่

“ใครอยู่แถวนี้บ้าง!” มือหนากำเข้าหากันแน่น พยายามระงับความโกรธแต่ก็เป็นไปได้ยากเหลือเกิน

ทำไมเอมไอรินถึงไม่ต้องการอยู่กับเขาล่ะ...หรือเพราะหญิงสาวมีคนใหม่ที่ต้องการไปอยู่ด้วยแล้ว

ยิ่งคิดก็ยิ่งเพิ่มความโกรธมากกว่าเดิม ทั้งที่ยังไม่รู้ความจริงเลยด้วยซ้ำ

“ค่ะ คุณไตรต้องการอะไรคะ” แม่บ้านนึกกังวลยามเห็นหน้าเจ้านายที่คล้ายจะฆ่าตนได้ทุกเมื่อ

“ไปตามเอมไอรินมาหาฉันเดี๋ยวนี้” สั่งเสียงเข้มซึ่งไม่มีใครกล้าขัดเขาอยู่แล้ว อนามิกาเห็นท่าทีของเขาก็นึกกลัวไม่กล้าพูดอะไร รีบหลบสายตาของชายหนุ่มอย่างรวดเร็ว นึกชื่นชมน้องสาวที่อยู่กับเขาได้นานขนาดนี้

ต่างจากตนที่คุยไม่กี่ครั้งก็กลัวหัวหดแล้ว...

ไม่นานร่างบางก็เดินออกมาเพื่อฟังสิ่งที่เขาต้องการจะพูดด้วย ไม่รู้สองคนนี้คุยอะไรกันแต่พี่สาวเลือกจะยิ้มให้เธออย่างอ่อนโยน ต่างจากไตรเตชินที่ทำหน้าเข้มจนหล่อนนึกกังวล มือประสานไว้หน้าขาบีบเข้าหากันแน่น เพียงครู่เดียวก็ทราบถึงธุระของเขา

“เธอ...เก็บของออกไปจากบ้านของฉัน” ลุกจากโซฟาแล้วเดินมาหยุดยืนตรงหน้าหล่อน จ้องดวงหน้าหวานนิ่งไม่เคลื่อนสายตาไปทางไหน หญิงสาวเองก็เงยหน้าสบตาเขาเช่นเดียวกัน หล่อนไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นแต่ก็พยายามทำความเข้าใจเรื่องทุกอย่าง

“คะ”

แต่ไม่นานทุกสิ่งก็ถูกไขให้กระจ่างจากคำพูดของเขา เธอจึงไม่ต้องคาดเดาไปเอง

“พี่สาวเธอกลับมาแล้ว เธอก็ไม่จำเป็นต้องอยู่ที่นี่อีกต่อไป เก็บเสื้อผ้าแล้วออกจากบ้านหลังนี้เดี๋ยวฉันจะให้คนไปส่งที่บ้าน” พูดจบก็หันหลังกลับพร้อมเดินลงมานั่งยังโซฟากว้าง ปล่อยร่างบางยืนนิ่งชาไปทั้งกายไม่คิดว่าจะถูกไล่กลับเร็วขนาดนี้

แต่ก็ถูกต้องแล้วล่ะ ผู้หญิงที่เขาต้องการคือพี่สาวของหล่อน...

เป็นอนามิกามาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว เมื่อตัวจริงมาตัวสำรองอย่างเธอก็ต้องไป เอมไอรินไม่มีคำพูดใดจะเอื้อนเอ่ยนอกจากยิ้มให้เขาพลางตอบรับคำ

“ค่ะ”

หมุนกายเดินไปเก็บของในห้องนอน “ฮึก” สะอื้นไห้ด้วยความเสียใจแต่ก็ต้องกลืนความทุกข์ระทมทั้งหมดลงไป

เธอทำตามความรู้สึกเต็มที่แล้ว เมื่อเขาไม่รับก็แค่ถอยออกมาอยู่ในพื้นที่ของตัวเอง

ต่อจากนี้หล่อนจะไม่เสียใจเรื่องของเขาอีก...

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel