๕ ตัวจริงมาตัวสำรองต้องถอย (๑)
๕
ตัวจริงมาตัวสำรองต้องถอย
กว่าจะกลับมาถึงไร่ก็ช่วงสายของวันถัดมาแล้ว ใช้เวลาอยู่บนท้องถนนไม่นานเท่าไหร่ เขาเหยียบคันเร่งจนแทบมิดไมล์เพราะใจคิดถึงใบหน้าของใครบางคนจนนึกกลัวว่าจะเกิดอุบัติเหตุขึ้นกับตัวเองเสียก่อน โชคดีที่ไม่เกิดอะไรขึ้นแล้วเขาก็กลับมาถึงบ้านหลังงามของตัวเองอย่างปลอดภัยไม่มีรอยขีดข่วนแม้แต่นิดเดียว
ใบหน้าคมเปื้อนรอยยิ้มที่เห็นได้ยากก่อนก้าวเท้าลงจากรถคันใหญ่ ทว่าจังหวะที่กำลังจะเดินเข้าไปในบ้านกลับเห็นใครบางคนที่เดินออกมาพร้อมชายหนุ่มหน้าตาดีที่ในสายตาเขากลับมองว่าดูจืดชืด หน้าก็ขาววอกตาก็เล็กอย่างกับเม็ดงา ไม่เห็นจะดูดีตรงไหนเลย
ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใครแต่ไม่ใช่คนงานในไร่หรือคนรู้จักเขาอย่างแน่นอน...
ไม่รอช้ารีบก้าวเข้าไปหาคนทั้งสอง ทันเห็นฝ่ายชายมอบของบางอย่างให้คนของตน เพ่งดูแล้วก็พบว่าเป็นผ้าพันคอสีหวานซึ่งดูแล้วไม่ได้เข้ากับเอมไอรินเลยสักนิด จึงไม่ได้ที่จะเบะปากพลางเดินเข้าไปแทรกคนทั้งสอง
“ทำอะไร” ถามเสียงเข้มกับหน้าตาที่บึ้งตึง เรียกสายตาของสองหนุ่มสาวให้หันมามองเขาในทันที
หล่อนทราบว่าไตรเตชินไปส่งไวน์ในตัวเมือง ซึ่งใช้เวลาหลายวันกว่าจะกลับไร่ จึงได้นัดเพื่อนเพื่อมาพูดคุยธุระที่นี่ ไม่นึกว่าเขาจะกลับมาก่อนกำหนดทั้งยังมีท่าทีไม่ค่อยเป็นมิตรเท่าไหร่ สายตาที่มองมาก็เหมือนจะกล่าวโทษหล่อนจนหญิงสาวทำตัวไม่ถูก
“เอ่อ นี่โต้งเป็นเพื่อนของเอมค่ะ” เมื่อเขาถามก็จำต้องตอบ เพราะถ้าไม่ยอมพูดอะไรก็เกรงว่าอีกฝ่ายอาจจะโมโหแล้วฟาดงวงฟาดงาก็เป็นได้ เธอยังไม่อยากรองรับอารมณ์ของเขา เพราะถ้าขึ้นแล้วดูท่าจะลงได้ยาก จึงรีบแนะนำเพื่อนให้เขารู้จักแม้ชายหนุ่มจะเชื่อหรือไม่ก็ตาม
สถานะตอนนี้ของพวกเราเป็นเพื่อนกันนี่น่า...เธอไม่ได้โกหกเขาสัดหน่อย
“สวัสดีครับ” อีกฝ่ายรีบยกมือไหว้เพราะรู้ว่าเขาเป็นเจ้าของไร่และอายุมากกว่าตน พยายามแย้มยิ้มให้อย่างคนอัธยาศัยดีแต่กลับได้รับสีหน้าเย็นชาจากไตรเตชินจนรอยยิ้มค้างเติ่งบนใบหน้าอยู่อย่างนั้น
บรรยากาศค่อนข้างอึดอัดและกระอักกระอวนพอสมควร เธอเห็นท่าไม่ดีก็หันไปถามเพื่อนที่ตนเป็นฝ่ายชวนมาพูดคุยในไร่เพื่อให้แม่บ้านเป็นหูเป็นตา ว่าหล่อนไม่ได้ออกนอกลู่นอกทางหรือนัดพบผู้ชายลำพัง
อย่างน้อยก็ต้องมีหลักฐานว่าเธอบริสุทธิ์ใจ ใครจะมากล่าวหากันไม่ได้เป็นอันขาด แต่หล่อนไม่คิดว่าเขาจะมาเห็นเร็วขนาดนี้ ไม่รู้ชายหนุ่มจะคิดไปไกลหรือหาเรื่องกันไหม เธอคงต้องเตรียมตัวเพื่อรับมือกับเขาเสียแล้ว
“กลับเลยไหม” เห็นท่าไม่ดีจึงหันไปถามเพื่อนของตน ชายหนุ่มพยักหน้ารับเพราะรู้สึกเช่นเดียวกันว่าถ้าอยู่นานกว่านี้อาจเกิดเรื่องขึ้นก็เป็นไป ดูท่าว่าผู้ชายที่มาใหม่ไม่ค่อยชอบเขาสักเท่าไหร่ สายตาที่มองมาก็ไม่มีความเป็นมิตรเลยสักนิด
เป็นแค่เจ้านายของเอมไอรินจริงหรือ...
เขาไม่ค่อยอยากเชื่อเท่าไหร่...
“อือ ไว้เจอกันใหม่นะ...ยังใช้เบอร์เดิมหรือเปล่า เราโทรหาเอมได้ใช่ไหม” โบกมือลากำลังเตรียมกลับบ้าน แต่ชะงักฝีเท้าแล้วเดินกลับมาถามหญิงสาวอีกครั้ง โดยที่เธอก็ทำตัวไม่ถูกเช่นเดียวกัน เหลือบมองเจ้าของไร่ที่ยืนกอดอกอยู่ที่เดิมไม่ยอมเข้าบ้านสักที
ไตรเตชินจะเข้าใจผิดหรือเปล่านะ เธอไม่ต้องการจะทะเลาะกับเขาด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่อง แทบไม่ได้ฟังประโยคของอีกฝ่ายที่เอ่ยออกมาเพราะมัวแต่เหลือบมองร่างสูงอย่างเดียว ก่อนหันไปยิ้มแล้วพยักหน้าให้เพื่อนที่รอฟังคำตอบใจจดจ่อ
“ได้”
ไตรเตชินหน้าเข้มมากกว่าเดิมเมื่อได้ยินเธอตอบ ต่างจากแขกรูปหล่อที่ยิ้มกว้างยิ่งทำให้ร่างสูงหงุดหงิดมากกว่าเดิม เขาหลีกทางให้ชายหนุ่มเดินออกไปส่วนตนก็กอดอกนิ่งยืนอยู่ที่เดิม เหลือบมองรถยนต์กลางเก่ากลางใหม่ที่แล่นลับออกไปก็สบโอกาสหันมาสนใจเอมไอรินที่พยายามยิ้มให้กันเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
แต่ก็ไม่สามารถลบความขุ่นมัวในใจของเขาออกไปได้ กลับยิ่งหงุดหงิดกว่าเดิมแทบจะพังของทุกอย่างตรงหน้าได้แล้ว
ผู้ชายคนนั้นกล้าเข้ามาเหยียบบ้านเขาได้อย่างไร ดูจากแววตาไม่น่าจะเป็นเพียงแค่คนรู้จักธรรมดาแน่
“ใคร” กดเสียงเข้มแล้วถามเธอ
“เพื่อนค่ะ” หญิงสาวยิ้มให้เขาราวไม่รู้สึกรู้สาอะไร แต่เห็นเค้าลางความวุ่นวายที่กำลังจะมาถึงตัวเอง
“แค่เพื่อนแน่เหรอ มองจากสายตาแล้วไม่น่าจะใช่เพื่อนปกติทั่วไป” แล้วเขาก็ไม่ปล่อยความสงสัยเอาไว้ในใจ รุกถามแล้วยังเดินเข้ามาใกล้เธอมากกว่าเดิม ซึ่งเธอทราบดีว่าหากไม่ตอบตามความจริงแล้วเขามารู้ทีหลังเรื่องจะยิ่งไปกันใหญ่ จึงตัดสินใจบอกชายหนุ่มถึงสถานะในอดีตที่จบไปนานแล้ว
“แฟนเก่าค่ะ ต้องการทราบแค่นี้ใช่ไหมคะ” ไม่แน่ใจว่าความรู้สึกของเขาที่มีต่อตนจะพัฒนาบ้างหรือเปล่า เธอเองก็อยากจะวางเดิมพันเอาไว้เหมือนกันว่าเขาไม่ได้คิดกับตนเหมือนเดิมแล้ว อย่างน้อยก็ต้องมีความรักให้กันบ้างล่ะ
เพราะสายตาของอีกฝ่ายที่มองกันเริ่มเปลี่ยนไปแล้ว...
“เก่งเหลือเกิน เอาแฟนเก่าเข้ามาในบ้านของฉันได้ ใครเป็นคนอนุญาตให้เข้ามา เจ้าของบ้านคือเธอหรือฉันกันแน่” ก้าวเข้ามาหาหล่อนแล้วกดสายตามองเธอพร้อมเอ่ยวาจาประชดประชัน จนร่างบางต้องถอยห่างกลัวว่าเขาจะทำร้ายตัวเอง
เริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าชายหนุ่มมีความรู้สึกดีให้กันบ้างหรือเปล่า ขอเพียงแค่สักเล็กน้อยก็ยังดี...
“โมโหหึงเหรอคะ” ทำใจดีสู้เสือถามกลับ แต่ร่างหนาเลือกจะปฏิเสธทันควันแล้วใช้วาจาร้ายกาจกับหล่อน เล่นเอาหญิงสาวถึงกับหน้าตึงไม่ชอบที่ถูกกล่าวหาเพราะตัวเองบริสุทธิ์ใจในการคบหาเพื่อนคนนี้พอสมควร
แม่บ้านคนอื่นก็เป็นพยานได้เพราะเธอไม่ได้ทำสิ่งใดที่ทรยศต่อเขาเลยแม้แต่น้อย
