บท
ตั้งค่า

๔ แผนกุลสตรีแม่ศรีเรือน (๓)

นอกจากทำงานที่ไร่ยังกลับมาทำงานบ้านให้อีก ไม่รู้ว่าหญิงสาวเป็นยอดมนุษย์หรืออย่างไรทำไมจึงเก่งขนาดนั้น เล่นเอาเขากลายเป็นคนไม่เอาถ่านไปเลย

“เหรอครับ...” พูดคล้ายกำลังละเมอ เขานึกภาพออกว่าเธอทำอะไรให้ตนบ้าง เพียงแค่ไม่อยากเชื่อว่ามันเป็นความจริงเท่านั้นเอง

ตัดสินเอมไอรินไปแล้วว่าเป็นคนอย่างไร แต่พอได้มาใช้ชีวิตด้วยกันจริงเหมือนจะตรงข้ามกับสิ่งที่เขาได้รู้มาทั้งหมด จนไม่แน่ใจว่าแบบไหนคือตัวตนที่แท้จริงของเธอกันแน่ ยิ่งคิดก็ทำให้เขายิ่งสับสนมากกว่าเดิม

“ค่ะ” คุณป้ายิ้มรับยืนยันให้เขามั่นใจ คราวนี้ร่างสูงนิ่งไปชั่วขณะไม่รู้จะเอ่ยอะไร จนป้านาเป็นฝ่ายพูดเพื่อให้ความมั่นใจแก่เขาว่าผู้หญิงคนนี้ผ่านการยอมรับจากท่าน

“ป้าชอบเธอนะคะ” ไม่เคยมีสักครั้งที่ท่านจะเอ่ยปากบอกว่าชอบผู้หญิงที่เขากำลังคุย เรียกว่าความเป็นไปได้เท่ากับศูนย์น่าจะถูกกว่า ชายหนุ่มจึงเข้าใจทันทีว่าคนอายุมากกว่าต้องการจะสื่ออะไร แต่เขาก็ไม่รู้ว่าควรตอบอย่างไรนอกจากพยักหน้ารับทราบ

“ครับ”

ในหัวของชายหนุ่มตีกันยุ่งเหยิง ก่อนเดินออกมาข้างนอกเพื่อเตรียมไปทำงาน น่าแปลกที่วันนี้ไม่เห็นหญิงสาวที่โต๊ะอาหาร ช่วงหลังมานี้หญิงสาวมักจะถูกเขาลากไปนอนด้วยกันที่ห้องบนบ้านบ่อยครั้ง จนเธอไม่ได้ลงมานอนข้างล่างเลย

กลางคืนก็โดนเขาเรียกร้องเอาแต่ได้ไปเกือบค่อนคืนแล้ว แต่ก็นึกแปลกที่หล่อนสามารถตื่นเช้ามาทำอาหารและไปทำงานได้โดยไม่แสดงอาการเหนื่อยล้าเลยสักนิด เป็นเขาเองที่เหนื่อยแทน

คนอะไรอึดชะมัดเลย...

“แค่การแสดงเท่านั้นแหละ ผู้หญิงแบบนั้นจะทำอะไรเป็น” พึมพำกับตัวเองพลางส่ายศีรษะ ก่อนสะดุ้งสุดตัวเมื่อคนที่กำลังคิดถึงโผล่มาตรงหน้าพอดี เธอไม่มาตัวเปล่าแต่นำดอกไม้มามอบให้แก่เขาอีกต่างหาก

“พี่ไตร! ดอกไม้ไหมคะ” คิ้วหนาขมวดเข้าหากันเพื่อกลบความในใจที่กำลังลิงโลดยามได้พบดวงหน้าหวานในตอนเช้าของวัน

หล่อนสวมเสื้อผ้าธรรมดาอย่างเสื้อลายสก็อตแขนยาวกับกางเกงวอร์มสีเข้มและรองเท้าผ้าใบ หน้าตาไร้ซึ่งการแต่งแต้มมีเพียงทาครีมกันแดดกับลิปมันเท่านั้น แต่ไม่รู้ทำไมถึงได้สวยจนเขาไม่อาจละสายตาไปทางไหนได้

ท่าจะเป็นเอามากซะแล้ว...

“เอามาจากไหน” ดอกไม้ที่เธอยื่นมาตรงหน้าคือดอกหญ้าที่เก็บได้ตามข้างทาง แซมด้วยดอกสีขาวที่เขาก็ไม่ทราบว่ามันคือดอกอะไร คล้ายจะเป็นดอกคัตเตอร์ที่ไปเก็บมาจากแจกันดอกไม้ของป้านา จัดช่อเข้าด้วยกันดูสวยแบบประหลาด

“ตรงด้านหลังบ้านไง ดอกหญ้าขึ้นเยอะเลย พอเอามารวมกันก็สวยดีนะ...ไว้วันหลังจะเก็บมาให้นะ” ยื่นดอกไม้มาตรงหน้าเขาเพื่อบังคับให้อีกฝ่ายรับไป แต่ชายหนุ่มกลับส่ายหน้ารวดเร็วทั้งยังพยายามตีตัวออกห่างอีกต่างหาก

“ไม่เอา ผู้ชายที่ไหนชอบดอกไม้” ไม่รู้ว่าคำพูดของเขาเป็นการปฏิเสธหรือเปล่า แต่เธอก็ไม่ย่อท้อยังคงหมายมั่นจะมอบดอกไม้ให้อีกฝ่ายเหมือนเดิม

“เพศไหนก็ชอบดอกไม้ได้ทั้งนั้นแหละค่ะ ไม่จำเป็นต้องมีแค่ผู้หญิงสักหน่อยที่ชอบ พี่ก็ถือว่าเป็นความทรงจำระหว่างเราก็ได้ ถือเป็นดอกไม้ช่อแรกที่ได้จากเอมไงคะ เวลาพี่มองดอกหญ้าจะได้นึกถึงเอม” พูดแล้วก็อ้อนเสียงหวาน แน่นอนว่าทุกอย่างผ่านการคิดไตร่ตรองมาอย่างดีว่าเขาจะต้องแพ้ให้ลูกอ้อนของหล่อน

แล้วต่อจากนี้หากเห็นดอกหญ้าที่มีเต็มไร่ก็ต้องคิดถึงเรื่องของเรา อย่างไรหล่อนจะต้องครองใจเขาได้แน่

หญิงสาวคิดเช่นนั้นจึงพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้เขาตกหลุมพรางของตน

“เอาไปเถอะ จะออกไปทำงานแล้วเนี่ย...” เห็นเขาไม่ยอมรับสักทีจึงตัดสินใจยัดใส่มือชายหนุ่มเสียเลย จนเขาต้องรับช่อดอกไม้มาถือเอาไว้พลางก้มลงมองมันด้วยใจสั่นไหว แต่ยังไม่ทันที่จะได้เอ่ยอะไรกลับถูกเธอเขย่งปลายเท้าเพื่อจุมพิตที่แก้มสากไม่บอกกล่าวกันก่อน

จุ๊บ

“เจอกันตอนเย็นนะคะ” ยิ้มหัวเราะให้เขาแล้วเดินแกมวิ่งไปหยิบจักรยานเพื่อปั่นไปทำงานในไร่ทันที ส่วนเขาก็ทำเพียงมองตามก่อนก้มดูดอกไม้ที่ได้รับ จะทิ้งลงพื้นก็ได้แต่เขากลับไม่ทำแบบนั้น เลือกจะเดินเข้าบ้านไปวางดอกไม้ไว้บนโต๊ะทำงานของตัวเอง

“อะไรวะเนี่ย มึงบ้าไปแล้วเหรอไอ้ไตร”

ใช่...เขาต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ ที่ยิ้มให้ดอกไม้อยู่คนเดียว!

โดยคนให้ไม่ได้รับรู้เลยว่าสิ่งที่ตัวเองทำกำลังละลายน้ำแข็งในหัวใจของเขาทีล่ะนิด เพราะเธอก็กำลังมีความสุขในการเป็นแม่บ้านแม่เรือนเช่นเดียวกัน ทำสิ่งของเล็กน้อยเพื่อสร้างความประทับใจให้เขา แล้วชายหนุ่มอาจจะหันมามองกันบ้าง

“หือ...โทรมาทำไม” จอดรถจักรยานหน้าไร่ส้มที่ตัวเองเพิ่งมาถึง กลับได้รับสายจากคนที่ไม่ได้ติดต่อกันมาพักใหญ่

“ฮัลโหล” แต่กระนั้นหล่อนก็รับสายแล้วกรอกเสียงทักทาย

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel