๔ แผนกุลสตรีแม่ศรีเรือน (๑)
๔
แผนกุลสตรีแม่ศรีเรือน
ร่องรอยตามร่างกายของหล่อนไม่ได้หายไปกลับถูกทำเพิ่มจนหญิงสาวถึงกับบ่นเขาเสียงแข็ง ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายมีความสุขกับการกลั่นแกล้งกันหรืออย่างไร เธอแทบไม่ได้สวมชุดแขนสั้นหรือโชว์เนื้อตัวเลยด้วยซ้ำ ไม่แขนยาวถึงข้อมือก็ยาวถึงศอก ส่วนคอเสื้อก็คอกลมที่รั้งคอจนน่าหงุดหงิด ผ่านมาหลายวันรอยก็เพิ่มขึ้นตามอารมณ์ของอีกฝ่าย
จนเธอหงุดหงิดไม่อยากคุยกับเขาแล้วยังพยายามหลบหน้าชายหนุ่ม กระนั้นก็ถูกลากมาพูดคุยด้วยเสมอ อย่างเช่นวันนี้ที่เอมไอรินตื่นเช้าเพื่อมาทำอาหารเช้าตามหน้าที่ของตัวเอง เขาเคยบอกว่าจะใช้ร่างกายของเธอให้คุ้มแล้วก็ทำจริงตามคำพูด ไม่ว่าจะเป็นงานไร่หรืองานบนเตียง ส่งผลให้เธอเหนื่อยจนนอนหลับสนิทแทบไม่ฝันเลยสักคืน
ตื่นเช้าก็ต้องทำกับข้าวให้ร่างสูงตามเขาต้องการ ทั้งที่เมื่อก่อนก็ดื่มแค่กาแฟกับขนมปัง ไม่รู้ทำไมตอนนี้ถึงต้องการอาหารหนักด้วยก็ไม่รู้ บางทีเขาอาจจะอยากแกล้งกันหรือเปล่าหล่อนก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน ทว่าก็ต้องทำตามคำสั่งเหมือนเดิม
ลุกจากเตียงของเขาแต่เช้ามืดเพื่อมาทำอาหาร ทุกวันนี้แทบไม่ได้นอนห้องของตัวเอง มักจะโดนลากไปกกทั้งคืนตื่นมาอีกทีก็เช้าวันใหม่แล้ว จึงใช้โอกาสนี้นอนบนเตียงนุ่มแล้วกอดคนในดวงใจเสียเลย เสียทั้งตัวทั้งใจให้ไตรเตชินไปแล้วก็ขอกำไรเล็กน้อยหน่อยแล้วกัน
“ทำอะไร” คนตื่นสายเดินลงมาข้างล่างในเวลาเจ็ดนาฬิกา ได้กลิ่นหอมของอาหารตั้งแต่ออกจากห้องนอน ผิวปากอย่างอารมณ์ดีแทบทุกวันโดยพยายามไม่คิดถึงสาเหตุของการทำให้ตัวเองยิ้มได้ เหมือนชีวิตที่เคยเหี่ยวเฉากลับมาสดใสอีกครั้ง ซึ่งร่างสูงก็ไม่อยากยอมรับว่าเป็นเพราะใครบางคนที่เข้ามาอยู่ด้วย
เขายังคงตั้งแง่กับเธอเหมือนเดิม...แม้ว่าจะนอนกับหญิงสาวทุกวันก็ตาม
“อาหารเช้าค่ะ” นำข้าวต้มปลาขึ้นเสิร์ฟตามหน้าที่ตัวเอง จากนั้นจึงคิดจะเลี่ยงเข้าไปในครัวเพราะทราบสถานะของตัวเองดี อีกอย่างคือต้องการทราบว่าชายหนุ่มจะรั้งตนไว้หรือเปล่า ทุกวันนี้เขาแทบจะขาดเธอไม่ได้ด้วยซ้ำ
ไม่อยากเข้าข้างตัวเองแต่เหมือนว่าทุกอย่างกำลังเป็นไปด้วยดี ความสัมพันธ์ของเราที่ไม่เหินห่างเหมือนวันวาน แล้วเขาก็อ่อนลงเป็นอย่างมาก จนใจคนแอบรักเต้นไม่เป็นส่ำยามคิดว่าอนาคตข้างหน้าอาจได้ฟังคำบอกรักจากเขาก็เป็นได้
แต่ไม่รู้เหมือนกันว่าวันนั้นจะมาถึงเมื่อไหร่ เพราะร่างสูงก็ยังเก็บความรู้สึกเก่งเหมือนเดิม มีเพียงหล่อนที่แสดงออกชัดเจนว่าชอบ
“จะไปไหน” นั่งลงบนเก้าอี้ประจำคิดว่าเธอคงนั่งลงฝั่งตรงข้าม แต่เอมไอรินกลับผละออกห่างเหมือนจะออกไปข้างนอก จึงไม่รอช้าที่จะถามโดยที่เธอก็หันกลับมามองพร้อมบอกเสียงเรียบ
“กินข้าวในครัวค่ะ” คิ้วหนาขมวดเข้าหากันด้วยความขัดใจ ก่อนหยิบช้อนขึ้นมาตักข้าวต้มเข้าปาก แสร้งทำเหมือนว่าตัวเองไม่ได้คิดอะไรกับคำพูดประโยคต่อมา
“ไม่ต้อง...กินที่นี่แหละ” คนพูดรู้ดีว่าตัวเองต้องการอะไร แต่เหมือนคนฟังจะไม่แน่ใจคิดว่าตัวเองหูฝาดหรือเปล่า ร้อยวันพันปีไม่เคยเห็นเขาชวนตัวเองกินข้าวเลยสักครั้ง มีเพียงหล่อนมีคิดหาวิธีสารพัดเพื่อจะได้นั่งร่วมโต๊ะด้วย
สงสัยถึงวันฟ้าเปิดทำให้เขาเห็นถึงความจริงใจของตนบ้างแล้ว...
“กับข้าวมันเยอะฉันกินคนเดียวไม่หมด เธอกินเก่งไม่ใช่หรือไง...นั่งสิ” ทราบดีว่าหล่อนเป็นคนกินเก่งจึงใช้เหตุผลนี้มาอ้าง แล้วเอมไอรินก็พยักหน้าไม่คิดคัดค้านแต่อย่างใด แอบอมยิ้มมีความสุขกับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ของร่างสูงอีกต่างหาก เพราะมันทำให้เธอคิดแผนบางอย่างออกว่าควรทำเช่นไรให้เราใกล้กันมากกว่าเดิม
“ค่ะ” นั่งลงพร้อมกับหยิบข้าวต้มมาวางตรงหน้า รับประทานแต่พอดีเพื่อไม่ให้เขาเห็นถึงความตะกละของตัวเอง อยู่ต่อหน้าคนที่ชอบก็ต้องมีมารยาทสักหน่อย ค่อนข้างต่างจากตอนกินข้าวพร้อมคนงานหรือป้าแม่บ้านที่สามารถเป็นตัวเองได้
แต่อยู่กับเขาใครจะกล้าเป็นตัวเองกันล่ะ
ได้โดนมองด้วยความรังเกียจพอดีน่ะสิ อย่างน้อยก็ต้องเล่นละครเป็นหญิงเรียบร้อยสักหน่อย ถึงความจริงเขาจะรู้นิสัยแท้จริงของเธอแล้วก็ตาม
“กินเข้าไปเยอะๆ หน่อย มีแต่หนังหุ้มกระดูก ให้มันจับไปแล้วเต็มไม้เต็มมือหน่อย” เห็นท่าทีละเมียดละไมของหล่อนก็รู้สึกว่าช่างประดิษฐ์เสียเหลือเกิน จึงบอกหญิงสาวให้กินเข้าไปมากกว่านี้อีกสักหน่อย
“กินเยอะกว่านี้ก็อ้วนลงพุงแล้วค่ะ หรือว่าพี่อยากนอนกับผู้หญิงพุงใหญ่กว่านมล่ะคะ เอาแบบนั้นก็ได้นะ” ต่อปากต่อคำแทบจะทันทีแล้วยังยอกย้อนอีกต่างหาก ชายหนุ่มได้ยินอย่างนั้นก็เผลอคิดถึงดอกบัวคู่งามที่เขาได้บีบเคล้น พร้อมทั้งยังชิมความหวานจากยอดเกสรอีกต่างหาก ความต้องการเริ่มตีวนจนมวนในช่องท้อง เหมือนจะอิ่มอาหารแล้วอยากของหวานขึ้นมาฉับพลัน
“พูดอะไรเยอะแยะ กิน” เขาเปลี่ยนเรื่องโดยไม่รู้ว่าใบหน้าของตัวเองเริ่มแดงก่ำ จนเธอจับสังเกตได้จึงยิ้มกริ่ม อาหารหมดความหมายแทบจะทันทีเมื่อเห็นว่ามีบางอย่างที่น่าสนุกกว่ากันเยอะเลย
นั่นคือการได้อ่อยผู้ชายตรงหน้า ที่ยังคงปากแข็งว่าไม่ชอบกันเหมือนเดิม อยากรู้ว่าเขาจะทนได้นานแค่ไหนเหมือนกัน
“พี่ไตรคะ เหมือนว่าเก้าอี้ของเอมจะนั่งไม่ค่อยสบายเลย” วางช้อนลงแล้วแสร้งทำหน้าไม่ค่อยสู้ดีเท่าไหร่ ทั้งที่เมื่อครู่หล่อนก็นั่งได้ปกติ เรียกสายตาของร่างสูงให้หันมองก่อนจะบอกโดยไม่ได้คิดว่าตัวเองกำลังจะถูกเล่นงานเข้าให้แล้ว
“เปลี่ยนสิ” ตอบอย่างคนไม่ได้คิดอะไร ขณะที่หญิงสาวยิ้มกริ่มมีความสุขกับแผนที่วาดไว้ในใจ รู้ทันทีว่าเช้านี้ตัวเองอาจจะไม่ได้ไปทำงาน แต่ใครสนกันล่ะขอเพียงแค่สายตาของเขาหันมามองกันบ้างก็พอแล้ว
เธอสนใจเพียงแค่นั้น...
“เปลี่ยนได้เหรอคะ” ถามย้ำอีกรอบเหมือนต้องการให้ชายหนุ่มเป็นผู้ตัดสินใจ แล้วเขาก็พยักหน้าพลางตักข้าวเข้าปากไม่ยอมสบตาหล่อน มือข้างหนึ่งพยายามกดความเป็นชายเอาไว้ให้ต่ำลงเพราะมันพร้อมจะผงาดได้ทุกเมื่อ
“อือ นั่งไม่สบายก็เปลี่ยน” เพียงแค่เขาพูดจบร่างบางก็ลุกจากเก้าอี้ของตัวเองอย่างรวดเร็ว ก่อนเดินมานั่งลงที่ตักของไตรเตชินโดยที่เขาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ช้อนถึงกับร่วงไม่คิดว่าตัวเองจะโดนหญิงสาวรุกหนักขนาดนี้มาก่อน
