บท
ตั้งค่า

๓ เรียกใช้เมื่อต้องการ (๔)

สาวสวยงามหยาดเยิ้มมาอยู่ตรงหน้า มีหรือจะปล่อยผ่านโดยไม่กล่าววาจาหวานให้เธออายม้วน แต่เหมือนคำพูดของเขาจะไม่ได้เขย่าใจคนฟังเลยสักนิด เธอทำเพียงแค่หันมายิ้มแล้วตอบรับตามมารยาทเพราะอีกฝ่ายกำลังช่วยตนยกตะกร้าผลส้มไปวางที่รถกระบะสำหรับขนไปโรงงานเพื่อคัดเลือกสำหรับส่งขายอีกที

“ขอบคุณค่ะ” ตลอดทั้งวันหญิงสาวทำงานไม่ได้หยุดพักเลยด้วยซ้ำ เธอพยายามทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้ตัวเองคิดถึงใครบางคน แล้วดูเหมือนว่าจะได้ผลดีเสียด้วย งานหนักช่วยให้ไม่ต้องนึกถึงใบหน้าของคนใจร้าย ทั้งยังมีเพื่อนร่วมงานที่ดีคอยถามไถ่กันอีกต่างหาก

“วันนี้น้องเอมจะไปกินข้าวที่ไหนเหรอ พอดีเย็นนี้มีตลาดนัดเปิดอยู่หน้าหมู่บ้านนี่เอง ถ้าว่างเราไป...” ถึงเวลาเลิกงานและกำลังจะกลับที่พักก็โดนชายหนุ่มที่ให้ความช่วยเหลือตลอดทั้งวันเดินเข้ามาขวาง เอ่ยชวนด้วยสายตากรุ่มกริ่มจนเธอทำได้เพียงยิ้มแหยะ

คิดปฏิเสธแต่แรกอยู่แล้วเพราะไม่สะดวกใจจะไปกับชายอื่นนอกจากไตรเตชิน ทว่าหล่อนยังไม่ได้อ้าปากตอบกลับก็มีเสียงเข้มของใครบางคนดังขึ้นมาเสียก่อน คนแถวนั้นจึงหันมองไปยังร่างสูงที่เดินหน้าดุมาแต่ไกล

“เอมไอริน!” เจ้าของชื่อถึงกับสะดุ้ง

“ค่ะ” ตอบรับเสียงเบาก่อนมองหน้าชายที่ตนพยายามหลบหน้ามาหลายวัน ไม่คิดว่าเขาจะมาหาเธอถึงที่นี่แล้วยังคว้าแขนของหล่อนไปจับต่อหน้าธารกำนัลอีกต่างหาก ไม่ทราบว่าเขารู้ตัวหรือเปล่าแต่อาการของอีกฝ่ายคล้ายคนกำลังหึงเลย

ซึ่งมันทำให้หัวใจที่เหี่ยวเฉาของหล่อนมีแรงขึ้นมาบ้าง...

“กลับบ้านได้แล้ว งานเสร็จตั้งนานมัวอ้อยอิ่งอยู่ได้ กลับ!” ยังไม่ถึงเวลาเลิกงานของเธอด้วยซ้ำแต่เขากลับบอกว่าอ้อยอิ่ง เห็นอาการโมโหของอีกฝ่ายก็อยากกระตุกหนวดเสือสักหน่อย จึงได้หันไปบอกลาชายผู้นั้นที่ทำตัวไม่ถูกเมื่อสาวในดวงใจถูกเจ้านายจูงกึ่งลากออกจากไร่ส้มไปแล้ว

“เอาไว้คราวหน้าแล้วกันนะคะ” เธอตอบกลับแต่กลายเป็นว่าถูกเขากระชากเข้ามาใกล้แล้วเร่งฝีเท้าเร็วกว่าเดิม เล่นเอาเธอถึงกับส่งเสียงร้องประท้วงพร้อมเอ่ยประชดประชัน

“โอ๊ย เจ็บนะคะ จะลากให้แขนหลุดไปเลยหรือไง” คราวนี้เขาหยุดเดินแล้วหันมาเผชิญหน้ากับเธอ นึกหงุดหงิดอย่างไม่ทราบสาเหตุว่าทำไมตัวเองถึงเป็นหนักขนาดนี้ แต่ก็เลือกจะพูดจาว่าร้ายหญิงสาวเหมือนเคย

“ชอบนักเหรออ่อยผู้ชายไปเรื่อยน่ะ ฉันรู้ว่าเธอเป็นพวกเจ้ามารยาร้อยเล่มเกวียนแต่ก็ไม่ต้องมาโปรยเสน่ห์ใส่คนงานของฉัน” คนฟังขมวดคิ้วกำหมัดแน่นเมื่อประเด็นคือกล่าวหากันเหมือนเดิม โดยที่เขาไม่พยายามจะเข้าใจเธอเลยสักนิด

“ยังไม่ได้โปรยเลยค่ะ เข้ามาเองทั้งนั้นแหละ” วาจายียวนทำให้เขายิ่งโกรธมากกว่าเดิม มือหนากำข้อมือเล็กเอาไว้แน่นจนใบหน้าหวานเหยเกแต่เธอก็ยังไม่ยอมแพ้ต่อปากต่อคำกับเขาไม่หยุด เล่นเอาไตรเตชินหัวร้อนมากกว่าเดิม

“อย่าเถียง”

“อธิบายค่ะ ไม่ได้เถียงเลยสักนิด” พูดไม่ทันจบร่างบางก็ถูกอุ้มพาดบ่าแทบทันที น้ำหนักตัวของเธอเบาจนเขายกได้สบาย สร้างความตกใจแก่หญิงสาวเป็นอย่างมาก ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะทำกับตนแบบนี้โดยไม่บอกกล่าวก่อนสักคำ

“ว๊าย! มันมึนหัวนะพี่ไตร!” คนถูกอุ้มโวยวายแล้วพยายามจะตีแผ่นหลังกว้าง ทั้งยังใช้ขาเตะหน้าท้องเขาอีก ไม่ยินยอมให้อีกฝ่ายอุ้มโดยง่ายแต่มีหรือที่คนแรงช้างอย่างเขาจะหวั่นเกรง ชายหนุ่มเดินได้สบายกว่าตอนจับแขนเสียอีก

“ปล่อย ปล่อยเอมเดี๋ยวนี้นะ จะอุ้มทำไม” ยังคงโวยวายไม่หยุด เรียกสายตาจากคนงานที่กำลังเดินทางกลับที่พักให้หันมองด้วยความสนใจ น้ำหนักของเธอยังคงเบาเพียงแต่แรงที่ทุบหลังเริ่มจะหนักขึ้นจนร่างสูงทนไม่ไหว จัดการฟาดลงที่ก้นงอนเพื่อเป็นการปราม

เพี๊ยะ

“เจ็บ!!” เจ้าตัวโวยวายเสียงดัง เขาได้ยินอย่างนั้นก็ไม่ได้สนใจเลยสักนิด เลือกจะเอาตัวเองเป็นที่ตั้งแล้วสั่งเสียงเข้มกว่าเดิม สร้างความหงุดหงิดแก่คนที่ถูกอุ้มเป็นอย่างมากเพราะการมองเห็นกลับหัวกลับหางไปหมดจนเธอเริ่มเวียนศีรษะ

“เจ็บก็เงียบ” พูดไปพลางก้าวเท้ายาวเพื่อให้ถึงบ้านโดยเร็ว ความจริงเขาควรจะขึ้นรถจักรยานยนต์หรือไม่ก็รถไฟฟ้าสำหรับใช้ในสวนเพื่อจะได้เดินทางเร็ว แต่ตอนนี้เลือกจะเดินทำให้ต้องใช้เวลาพักใหญ่กว่าจะถึงบ้าน

“ไอ้พี่บ้า บอกให้ปล่อยไง ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ” ทนไม่ไหวเพราะมึนหัว จึงพยายามบอกเขาด้วยการเตะขากลางอากาศเพื่อให้โดนอีกฝ่าย กลับถูกชายหนุ่มเอามืออีกข้างมารวบขาหล่อนไว้แน่น

“ปล่อยแน่ ฉันไม่อุ้มเธอไปตลอดหรอก” ระหว่างทางก็มีเสียงทะเลาะเบาะแว้งของชายหญิงดังมาตลอดจนคนงานต้องเหลียวมองด้วยความสนใจแต่ก็ไม่มีใครกล้าเข้ามายุ่งสักคน ขึ้นชื่อว่าเรื่องของเจ้านายก็ปล่อยให้จัดการกันเองดีกว่า

เป็นคนนอกอย่าเข้าไปยุ่งเกี่ยวเลยจะดีกว่า...

จุดหมายของเขาคือห้องนอนบนชั้นสอง จึงรีบก้าวขึ้นบันไดแล้วเปิดประตูเข้าไปข้างในทันที ไม่ต้องล็อคเพราะไม่มีใครเข้ามาขัดจังหวะอยู่แล้ว เขาทำเพียงแค่ผลักประตูให้ปิดสนิทก่อนโยนร่างบางลงบนเตียงกว้างจนเจ้าตัวร้องโอดครวญด้วยความเจ็บ

“โอ๊ย พี่ก็ช่วยทำอะไรเบามือกับเอมหน่อยไม่ได้หรือไง” มองเขาตาแข็งแต่เหมือนไตรเตชินจะไม่สนใจหล่อนเท่าไหร่ เลือกจะเดินไปหยิบของบางอย่างเป็นผ้าเช็ดตัวกับเสื้อผ้าของเขาที่ทำให้หล่อนมองด้วยความฉงน ไม่เข้าใจว่าชายหนุ่มต้องการอะไรจากหล่อนกันแน่

“ไปอาบน้ำ” สั่งเสียงเข้มแต่เธอกลับทำหน้าไม่เข้าใจ

“คะ”

“บอกให้ไปอาบน้ำ หรือจะให้ฉันช่วยอาบเอาไหม”

“ทำไม...”

“ไปอาบอย่าถามมาก นี่ชุดเอาไปเปลี่ยนซะ” สั่งจบก็ไม่รอให้เธอถามอีกครั้ง รีบดึงร่างบางให้เข้าไปอาบน้ำทันทีจนเธอต้องยอมทำตามคำสั่งอย่างเลี่ยงไม่ได้ ถือผ้าเช็ดตัวกับชุดเข้ามาด้วยพร้อมพึมพำเสียงเบา ไม่แน่ใจว่าไตรเตชินต้องการอะไรจากหล่อนกันแน่

“อะไรของเขา” ถึงกระนั้นหล่อนก็ยังยอมทำตามคำสั่งของอีกฝ่าย เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วอาบน้ำล้างเหงื่อไคลออกจนหอมฟุ้ง ผมที่สระก็เป่าจนแห้งซึ่งใช้เวลาทั้งหมดเกือบสามสิบนาทีในห้องน้ำขนาดใหญ่ที่แยกโซนเปียกและโซนแห้งชัดเจน

ไม่รู้ว่าเขารอหรือเปล่า แต่ชายหนุ่มคงลงไปข้างล่างแล้ว ตนสำรวจตัวเองในกระจกอีกครั้งก่อนถอนหายใจเสียงเบา สวมเสื้อบอลและกางเกงบอลเข้าชุดของเขา ทำให้รู้สึกเหมือนเด็กแอบเอาเสื้อผ้าพ่อมาใส่ไม่มีผิด

แต่ไม่น่าเชื่อว่าพอออกมาเขาจะนั่งเล่นโทรศัพท์รออยู่โซฟาปลายเตียง เธอจึงวางผ้าเช็ดตัวไว้ในตะกร้าก่อนบอกเสียงเบา

“อาบเสร็จแล้วค่ะ” พูดไม่ทันขาดคำคนตัวสูงก็เดินดุ่มเข้ามากอดเอวเธอแล้วดึงให้เข้าไปใกล้จนแทบไม่เหลือช่องว่างระหว่างกัน สร้างความสงสัยและสับสนแก่หล่อนเป็นอย่างมาก

ปากเขาบอกว่าเกลียดแล้วทำไมถึงทำเหมือนต้องการกันขนาดนี้...

“อ่ะ พี่จะทำอะไรน่ะ” ริมฝีปากหยักฉกมายังซอกคอขาวแล้วไซ้จนตอหนวดครูดกับผิวบางทำให้แดงเถือก แต่มีหรือที่เขาจะสนใจ กลับทำตามสิ่งที่ตัวเองปรารถนามาตลอดสองถึงสามวันที่ไม่เห็นหน้าหล่อน

เจออีกทีกลับมีคนงานในไร่มาจีบ...เสน่ห์แรงเหลือเกิน

“เธอเป็นคนบอกเองไม่ใช่เหรอว่าต้องการเมื่อไหร่ให้บอก ตอนนี้ฉันต้องการเธอแล้ว มาทำหน้าที่อีตัวบนเตียงหน่อยสิ” ตอนแรกเธอก็เคลิบเคลิ้มไปแล้ว แต่เมื่อได้ยินสถานะของตัวเองก็ผลักอกกว้างออกอย่างรวดเร็ว

“ไม่” ปฏิเสธเสียงแข็งแล้วจ้องเขาอย่างไม่พอใจ

“แต่ฉันต้องการและเธอก็ขัดไม่ได้” แต่เข้าถ้ำเสือแล้วไม่อาจออกไปได้ จึงถูกไตรเตชินลากมาทิ้งบนเตียงอีกครั้งก่อนเขาจะตามมาทาบทับ ชายหนุ่มไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมถึงทำแบบนี้ แล้วเขาก็คร้านจะทำความเข้าใจ จึงได้เลือกทำตามอารมณ์ไม่สนใจสิ่งใดทั้งสิ้น

เขาอยากได้ก็ต้องได้!

“ไหนบอกเกลียดนักหนาไง พี่จะกลืนน้ำลายตัวเองเหรอ” ดันอกกว้างเอาไว้ขณะที่แผ่นหลังสัมผัสกับเตียงกว้างที่ตัวเองเคยนอนเมื่อหลายวันก่อน จ้องดวงหน้าหล่อที่อยู่ใกล้แค่คืบเหมือนต้องการวัดใจว่าสุดท้ายชายหนุ่มจะเลือกทำต่อหรือปล่อยเธอไป

“ใช่ ฉันกลืนน้ำลายตัวเอง แล้วตอนนี้ก็จะกลืนน้ำลายของเธอด้วย” พูดจบก็ก้มลงมาปิดปากของหล่อนในทันที

ไตรเตชินเลือกจะกลืนน้ำลายตัวเองเพราะไม่อาจทานทนกับความต้องการในตัวหล่อนได้อีกต่อไป

ทุกค่ำคืนเขาฝันว่าได้กกกอดเอมไอรินจนต้องช่วยตัวเองมาเกือบสามวันแล้ว! 

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel